
กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมการแพทย์ เดินหน้ายกระดับระบบบริการสุขภาพเพื่อตอบรับการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมผู้สูงอายุ เปิดตัว ‘รถตรวจสุขภาพสูงวัยเคลื่อนที่’ ยกบริการสุขภาพเฉพาะทางมาไว้หน้าบ้าน – เน้นดูแลเชิงรุก ป้องกันก่อนป่วย ลดภาระโรงพยาบาล พร้อมดันขยายผลทั่วประเทศ นวัตกรรมบริการสุขภาพเชิงรุก ออกแบบมาเพื่อเข้าถึงกลุ่มผู้สูงวัยได้อย่างครอบคลุม ไม่ต้องเดินทางไกล ลดความเหลื่อมล้ำ เพิ่มโอกาสในการตรวจพบโรคตั้งแต่ระยะแรก ตอบโจทย์การพัฒนาระบบสุขภาพของประเทศอย่างยั่งยืน
24 พ.ค. 2568 – นายแพทย์ศักดา อัลภาชน์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า สถานการณ์ประชากรไทยที่กำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ โดยปัจจุบันมีผู้สูงวัยมากกว่า 14 ล้านคน หรือราว 20% ของประชากรทั้งหมด และจากอัตราการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง คาดการณ์ว่าภายในปี 2571 ประเทศไทยจะก้าวเข้าสู่ Super Aged Society หรือ สังคมสูงวัยระดับสุดยอด ซึ่งมีสัดส่วนผู้สูงอายุเกินกว่า 28% ของประชากรทั้งหมด แนวโน้มนี้ไม่ใช่เพียงตัวเลขทางสถิติ แต่คือโจทย์ใหญ่ที่ระบบสาธารณสุขและสังคมไทยต้องเร่งปรับตัวและวางแผนรับมืออย่างเป็นระบบและครอบคลุม
สถิติจากกรมการแพทย์ชี้ให้เห็นถึงความท้าทายที่ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยพบว่าผู้ป่วยในโรงพยาบาลรัฐกว่า 1 ใน 3 เป็นกลุ่มผู้สูงอายุ ซึ่งส่วนใหญ่เผชิญกับโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) อาทิ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ภาวะสมองเสื่อม หรือโรคหลอดเลือดสมอง ที่ต้องการการดูแลต่อเนื่องเป็นพิเศษ แต่ด้วยข้อจำกัดด้านการเดินทาง การเข้าถึงสถานพยาบาล หรือแม้แต่คิวการรอรับบริการ ทำให้ผู้สูงอายุจำนวนมาก โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบทหรือกึ่งเมืองที่ห่างไกล ยังไม่สามารถเข้าถึงบริการที่จำเป็นได้ทันท่วงที “เราจึงต้องออกแบบระบบบริการแบบใหม่ ที่ไม่รอให้ประชาชนเดินทางมาโรงพยาบาล แต่เดินทางเข้าไปหาประชาชนแทน ซึ่งรถตรวจสุขภาพสูงวัยเคลื่อนที่ คือคำตอบของสิ่งนี้”
กระทรวงสาธารณสุขมีหน้าที่ดูแลรักษาสุขภาพผู้สูงอายุ ซึ่งจะมีกรมต่างๆที่มีบทบาทหน้าที่แตกต่างกันไป แต่ประเด็นที่สำคัญและเป็นหัวใจในการขับเคลื่อนให้สำเร็จ คือการบูรณาการ ที่ต้องมีเป้าหมายในทิศทางเดียวกัน นั่นคือ ส่งเสริมให้ผู้สูงอายุเป็น Active and Healthy Aging ให้สามารถดูแลตนเองได้ยาวนานที่สุด เข้าสู่ภาวะพึ่งพิงช้าที่สุด และสามารถอยู่ในที่ตั้ง ได้อย่างมีความสุข หรือ Aging In Placeการบูรณาการนี้ไม่เพียงแค่การทำงานร่วมกัน แต่เป็นการหลอมรวมทรัพยากร ความรู้ และประสบการณ์ เพื่อสร้างระบบที่แข็งแกร่งและยั่งยืน

นายกิตติกร โล่ห์สุนทร เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า รถตรวจสุขภาพสูงวัยเคลื่อนที่เป็นนวัตกรรมที่ถูกออกแบบมาเพื่อลดช่องว่างของข้อจำกัดในการเข้ารับบริการในสถานพยาบาล โดยปรับการให้บริการจากเชิงรับเป็นเชิงรุก นำบริการทางการแพทย์เฉพาะทางออกไปถึงชุมชนและกลุ่มเป้าหมายอย่างแท้จริง โดยแนวคิดของกรมการแพทย์ที่พัฒนา คิดค้น จัดระบบการให้บริการสุขภาพด้วยรถเคลื่อนที่นี้ เป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับผู้สูงอายุที่มีข้อจำกัดในการเข้าถึงบริการ ซึ่งจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน และทำให้ผู้สูงอายุที่มีความเจ็บป่วยหรือมีความเสี่ยง สามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ในชุมชนที่ตนเองอาศัยอยู่ได้อย่างมีคุณภาพ
“จากข้อมูลที่ทราบมาคือ รถ 1 คัน จะช่วยลดช่องว่างการเข้าถึงบริการของผู้สูงอายุได้ 12% ต่อปี ดังนั้น อยากแนะนำให้พื้นที่ห่างไกล หรือจังหวัดที่มีลักษณะที่ตั้งที่เดินทางเข้าถึงสถานพยาบาลได้ยากลำบาก ควรนำแนวคิดรถตรวจสุขภาพสูงวัยเคลื่อนที่คันนี้ ไปใช้เพื่อเพิ่มการเข้าถึงของประชาชนในพื้นที่ได้ และยังช่วยแก้ไขปัญหาสุขภาพของผู้สูงอายุในพื้นที่ได้”

นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า โครงการรถตรวจสุขภาพสูงวัยเคลื่อนที่ เป็นผลลัพธ์จากแนวนโยบายที่ชัดเจนของกระทรวง ภายใต้แนวคิด “ทำดีที่สุด เพื่อทุกชีวิต” ที่เน้นการออกแบบบริการสุขภาพที่ตอบโจทย์ประชาชนอย่างแท้จริง โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุที่อยู่ลำพัง ไม่มีผู้ดูแล หรือเดินทางลำบาก เป็นคลินิกเคลื่อนที่ครบวงจร สามารถให้บริหารตรวจสุขภาพพื้นฐาน ตรวจโภชนาการ สุขภาพช่องปาก วัคซีน การคัดกรองภาวะสมองเสื่อม ภาวะหกล้ม รวมถึงเชื่อมต่อระบบ Telemedicine กับแพทย์เฉพาะทางเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ” นายแพทย์ทวีศิลป์อธิบายถึงขีดความสามารถของรถคันนี้
ทั้งนี้ รถแต่ละคันยังติดตั้งระบบดิจิทัลที่เชื่อมโยงกับฐานข้อมูลโรงพยาบาล เพื่อวางแผนการดูแลต่อเนื่องและติดตามผลได้จริง ซึ่งเป็นการบูรณาการระหว่างเทคโนโลยี บุคลากร และชุมชนอย่างแท้จริง สะท้อนถึงการออกแบบที่คิดค้นมาอย่างรอบด้านสุขภาพผู้สูงอายุในเบื้องต้นในชุมชน พบว่าประมาณ 20% มีความเสี่ยงด้านสุขภาพอย่างน้อย 1 เรื่อง และที่น่ากังวลคือ พบว่าผู้สูงอายุถึง 38% มีโรคประจำตัวมากกว่า 2 โรคขึ้นไป พบมากที่สุดคือโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs ซึ่งจากข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ปี 2567 ระบุว่า ผู้สูงอายุในประเทศไทยมากกว่า 38% มีโรคประจำตัวมากกว่า 2 โรคขึ้นไป โดยโรคที่พบบ่อย ได้แก่ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคหัวใจ และภาวะกล้ามเนื้ออ่อนแรง
สถิติจาก สปชส. ยังชี้ว่าการใช้บริการของผู้สูงอายุใน OPD เพิ่มขึ้นอย่างน้อยปีละ 2% หรือคิดเป็นจำนวนกว่า 1,700,000 ครั้ง ซึ่งส่งผลกระทบต่อความแออัดในสถานพยาบาลอย่างมาก กรมการแพทย์ ในฐานะกรมวิชาการและมีสถาบันเฉพาะทางด้านผู้สูงอายุ จึงได้คิดค้นออกแบบบริการที่จะนำไปส่งต่อบริการเฉพาะด้านผู้สูงอายุ ให้แก่ผู้ที่มีข้อจำกัดในการเข้าถึง จึงออกแบบรถตรวจสุขภาพสูงวัยคันนี้ และเริ่มนำร่องในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 4 และจะขยายไปอีกในพื้นที่อื่นๆ ต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เบอริงเกอร์ อินเกลไฮม์ ร่วมขับเคลื่อนเครือข่ายโรคหลอดเลือดสมองไทย ยกระดับมาตรฐานการดูแลผู้ป่วยทั่วประเทศ
เบอริงเกอร์ อินเกลไฮม์ ร่วมขับเคลื่อนเครือข่ายโรคหลอดเลือดสมองไทย ยกระดับมาตรฐานการดูแลผู้ป่วยทั่วประเทศ ร่วมสนับสนุนสถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย์ และเครือข่ายโรงพยาบาลด้านโรคหลอดเลือดสมอง เพื่อให้ผู้ป่วยเข้าถึงการดูแลที่ได้มาตรฐาน รวดเร็ว และต่อเนื่อง
นายกฯ ประกาศความสำเร็จโครงการ 74 วัน 74 ล้านแคลฯ พร้อมโชว์เต้นแอโรบิก
นายกฯควงภริยา ประกาศความสำเร็จ โครงการ 74 วัน 74 ล้านแคลฯ เฉลิมพระเกียรติในหลวง ปลื้ม คนไทยออกกำลังกาย ชู “สุขภาพดี -สร้างเศรษฐกิจดี -สังคมมั่นคง“ ก่อนร่วมเต้นแอโรบิกสนุกสนาน

