พลังงาน จำใจปล่อยราคาแอลพีจีขึ้นแบบขั้นบันได

พลังงาน มึน ! วิ่งหาเงินอุดหนุนราคาพลังงานเพิ่ม จ่อดึงงบกลาง คุยสศช. และหาช่องกู้ จำใจปล่อยราคาแอลพีจีขึ้นแบบขั้นบันได แย้มข่าวดีเพิ่มอุดหนุนกลุ่มผู้มีรายได้น้อยเป็น 100 บาท/3 เดือน

7 ก.พ. 2565 นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่ากระทรวงพลังงานเตรียมหารือสำนักงบประมาณ กระทรวงการคลัง สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สภาพัฒน์ฯ หรือสศช.) เพื่อจัดหาแหล่งเงินเข้ามาเสริมสภาพคล่องในการดูแลโครงสร้างพลังงานทั้งระบบ โดยเฉพาะในส่วนของก๊าซหุงต้ม(แอลพีจี) ภาคครัวเรือนที่กระทรวงพลังงานมีแนวทางปรับขึ้นแบบขั้นบันไดขึ้นไปอยู่ที่ 333 บาท/ถัง 15 กิโลกรัม และ 363 บาท/ถัง 15 กก. จากปัจจุบันอยู่ที่ 318 บาท/ถัง 15 กก. ที่จะสิ้นสุดลงวันที่ 31 มี.ค.2565

ทั้งนี้ กระทรวงพลังงานจะยังคงมีมาตรการดูแลผู้มีรายได้น้อยในช่วงที่ราคาก๊าซหุงต้มทยอยขึ้นแบบขั้นบันได โดยกระทรวงการคลังยังคงอุดหนุนราคาก๊าซหุงต้มสำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิรการของรัฐ 13.5 ล้านคน เป็นเงิน 45 บาท/3 เดือนตามเดิม และเพิ่มเติมในส่วนของกระทรวงพลังงานมีแนวทางอุดหนุนอีก 55 บาท/3 เดือน รวมเป็นรัฐอุดหนุน 100 บาท/3 เดือน แต่ยังไม่มีความชัดเจนว่ากระทรวงพลังงานจะหาเงินจากแหล่งใดเพื่อใช้ในการอุดหนุนส่วนนี้ คาดว่าจะมีความชัดเจนช่วงกลาง-ปลายเดือนก.พ.นี้

“กระทรวงการคลังเตรียมเงินช่วยเหลือแอลพีจีผ่านบัตรสวัสดิการไว้แค่เพียง 45 บาท/3 เดือน ดังนั้นหากกระทรวงพลังงานจะให้ความช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยเพิ่มเติมต้องหาแหล่งเงินอื่นมาช่วย น่าจะมาจากแหล่งเงินกู้จากสถาบันการเงิน และเงินงบประมาณ จะใช้ดูแลทั้งราคาแอลพีจีและน้ำมันด้วย เพิ่มเติมจากที่คณะรัฐมนตรี(ครม.) อนุมัติวงเงินให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงกู้ 20,000 ล้านบาท ภายใต้กรอบวงเงินที่ครม.ให้ไว้ 30,000 ล้านบาท ที่คาดว่าแค่ใช้ดูแลราคาน้ำมันก็หมดแล้ว”นายกุลิศ กล่าว

ที่ผ่านมากระทรวงพลังงานอุดหนุนราคาก๊าซหุงต้มตั้งแต่เดือนมี.ค.2563 จนถึงปัจจุบันใช้เงินกองทุนอุดหนุนไปแล้วกว่า 25,000 ล้านบาท จากราคาจริงปัจจุบันอยู่ที่ 432 บาท/ถัง 15 กก. ซึ่งการปรับขึ้นราคาก๊าซหุงต้มทุก 1 บาท/ถัง 15 กก. จะช่วยลดภาระการอุดหนุนกองทุนได้ประมาณ 270-280 บาท/เดือน

นายกุลิศ กล่าวถึงข้อเรียกร้องของสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย ที่ต้องการให้ภาครัฐปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลลงเหลือ 25 บาท/ลิตร รวมถึงขอให้ปรับลดภาษีสรรพสามิต และปรับโครงสร้างราคาพลังงานทั้งระบบ พร้อมกดดันให้นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รมว.พลังงาน และรองนายกรัฐมนตรี ออกจากตำแหน่ง ว่าเรื่องนี้ขอความเห็นใจกระทรวงพลังงานด้วย เพราะรัฐคงไม่สามารถหาแหล่งเงินมาอุดหนุนราคาดีเซลให้อยู่ที่ 25 บาท/ลิตรได้

ทั้งนี้ เนื่องจากปัจจุบันได้ใช้กลไกกองทุนเข้าไปตรึงราคาดีเซลให้อยู่ที่ 29.94 บาท/ลิตร ไม่เกิน 30 บาท/ลิตร ไปแล้ว 3.79 บาท/ลิตร คิดเป็นเงินไหลออกสะสมกว่า 7,000 ล้านบาท หากรัฐไม่มีมาตรการอุดหนุนราคาดีเซลจริงจะขึ้นไป 34 บาท/ลิตร ดังนั้นหากรัฐเข้าไปอุดหนุนราคาดีเซลให้อยู่ที่ 25 บาท/ลิตรตามข้อเรียกร้อง กองทุนต้องใช้เงินอุดหนุนถึงเดือนละ 17,000 ล้านบาท/เดือน ปัจจุบันสถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ณ วันที่ 6 ก.พ.2565 ติดลบ 16,052 ล้านบาท แบ่งเป็นบัญชีน้ำมัน 9,166 ล้านบาท บัญชีแอลพีจีติดลบ 25,218 ล้านบาท

นายกุลิศ กล่าวว่า เรื่องการปรับลดภาษีสรรพสามิตเป็นเรื่องของกระทรวงการคลัง ซึ่งปกติการปรับเพิ่มภาษีจะไม่มีการประกาศล่วงหน้า เพราะเป็นเรื่องของนโยบาย อย่างไรก็ตาม กระทรวงพลังงานยืนยันจะทำให้ส่วนที่รับผิดชอบอย่างเต็มที่

สำหรับแนวโน้มราคาน้ำมันดิบตลาดโลก ช่วงเดือนก.พ.-เม.ย.คาดว่าอยู่ที่ประมาณ 88-93 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล เนื่องจากกลุ่มโอเปก พลัสยังคงกำลังการผลิตน้ำมันดิบที่ 400,000 บาร์เรล/วัน ขณะที่เศรษฐกิจโลกฟื้นตัว หลังจากโควิด-19 ผ่อนคลาย ทำให้ความต้องการใช้เพิ่มขึ้น ประกอบกับความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์ เช่น ปัญหารัสเซีย-ยูเครน ค่าเงินบาทอ่อนค่า จะส่งผลให้ราคาขายปลีกเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่ทีมวิเคราะห์สถานการณ์น้ำมันกลุ่ม ปตท. ประเมินว่าราคาน้ำมันดิบตลาดดูไบทั้งปี 2565 นี้เฉลี่ยอยู่ที่ 78-80 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รอลุ้นความสำเร็จ 'พลังงาน' ลุยแผนลดใช้พลังงานภาครัฐ 20%

พลังงานเดินหน้าแผนลดใช้พลังงานภาครัฐ 20% สั่ง 76 พลังงานจังหวัดประสานหน่วยงานในพื้นที่ พร้อมเร่งให้ความรู้ประชาชน และชวนผู้ประกอบการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ

'กุลิศ' ย้ำราคาน้ำมันลง 3 บาทเป็นไปตามกลไกตลาดโลก

นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศล่าสุดที่ลดลง 3 บาท/ลิตร เป็นไปตามกลไกตลาดโลกเพราะนักลงทุนมีความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจโลก