'วรภัค' ยันรบ.4เดือนเร่งกระตุ้นศก. ลุยคนละครึ่ง-ปรับสมดุลการคลัง

‘วรภัค’ ยันรัฐบาลอายุ 4 เดือนเร่งทำงานกระตุ้นเศรษฐกิจให้เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ เดินหน้า ‘คนละครึ่ง พลัส’ ควบคู่ปรับฐานะการคลังให้สมดุล พร้อมแจง Fitch ลด Outlook ไทย ไม่สะเทือน เหตุกู้ต่างประเทศน้อยมาก

26 ก.ย. 2568 – เมื่อเวลา 08.00 น. ที่กระทรวงการคลัง นายวรภัค ธันยาวงษ์ รมช.การคลัง กล่าวภายหลังเข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงการคลัง ว่า ยืนยันว่ารัฐบาลชุดนี้มีอายุการทำงาน 4 เดือน ดังนั้นในช่วงระยะเวลาดังกล่าวรัฐบาลจะพยายามในการเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อให้เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ ผ่านการขับเคลื่อนและผลักดันหลาย ๆ มาตรการตามนโยบายรัฐบาล

ทั้งนี้ แนวทางในการขับเคลื่อน กระตุ้นและผลักดันเศรษฐกิจของรัฐบาลของรัฐบาล จะมีทั้งผ่านมาตรการคนละครึ่ง พลัส การเสริมสภาพคล่อง การแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือน การดูแลเรื่องพลังงาน รวมไปถึงการเจรจาภาษีทางการค้าต่าง ๆ ซึ่งการดำเนินงานทั้งหมดจะทำควบคู่ไปกับการปรับฐานะทางการคลังให้มีความสมดุลมากขึ้น (fiscal consolidation) ทั้งเรื่องการจัดเก็บรายได้ ค่าใช้จ่าย และหนี้สาธารณะให้อยู่ภายใต้วินัยทางการคลัง และเพื่อให้สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน

“ก่อนหน้านี้อาจจะเห็นคอมเม้นเรื่องการขยายภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) อย่างเหมาะสมออกมาบ้าง แต่ยืนยันว่าผมไม่ได้แนะนำให้มีการปรับขึ้น VAT ไม่ใช่แน่นอน” นายวรภัค ระบุ

อย่างไรก็ดี สำหรับประเด็นที่บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ Fitch Ratings (Fitch) ได้รายงานผลการจัดอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทย โดยได้คงอันดับความน่าเชื่อถือ (Sovereign Credit Rating) ที่ระดับ BBB+ และปรับมุมมองความน่าเชื่อถือ (Outlook) ที่ Negative Outlook นั้น นายวรภัค ระบุว่า การปรับ Outlook ดังกล่าวมาจาก 2 เหตุผลหลัก นั่นคือ การเมืองที่ไม่มั่นคง และวินัยการคลัง และฐานะการคลังที่มันยวบไปเรื่อย ๆ

“ขอยืนยันว่าเรื่องการปรับลด Outlook นั้นไม่ได้สะเทือนอะไรเรา เพราะข้อเท็จจริงคือ เรากู้ต่างประเทศนิดเดียว น้อยมาก ๆ” รมช.การคลัง กล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไม่เกินคาด! ปชน.รุมอัดเงินกู้ 4 แสนล้านเหวี่ยงแห-แจกสร้างความนิยมทางการเมือง

'ศิริกัญญา' มอง รัฐบาลเตรียมออก พ.ร.ก. 4 แสนล้าน ไม่ได้ช่วยเหลือกลุ่มตกหล่น แต่กลับเทหมดหน้าตักโปะคนละครึ่ง แย้ม จ่อถกในพรรค-ฝ่ายค้าน ยื่นศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ ด้าน 'วีระยุทธ' แนะ ใช้เงินอย่างระมัดระวัง