
รองโฆษก รบ. เผย 20 ต.ค เปิดให้ ปชช. ลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส” รัฐบาลเตือนอย่าตกเป็นเหยื่อลิงก์ลงทะเบียนปลอม
19 ต.ค. 2568 – นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ปัจจุบันกระแสโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ของรัฐบาลประชาชนและผู้ประกอบการให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก โดยความคืบหน้านับตั้งแต่เริ่มลงทะเบียนในส่วนผู้ประกอบการร้านค้าฯ เมื่อวันที่ 15 ต.ค. 68 – 17 ต.ค. 68 ณ เวลา 12.00 น. พบว่า มีร้านค้าที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ สำเร็จแล้ว 123,960 ราย แบ่งเป็น 1) ร้านค้ารายเดิม 72,185 ราย และ 2) ร้านค้ารายใหม่ 51,775 ราย ส่วนร้านค้าที่อยู่ระหว่างขั้นตอนการสมัคร 98,064 ราย แบ่งเป็น 1) รอให้ร้านค้าเข้ามากดยอมรับหลักเกณฑ์และเงื่อนไขโครงการฯ 91,917 ราย และ 2) รอดำเนินการตรวจสอบ 6,147 ราย ขอฝากประชาสัมพันธ์ไปยังผู้ประกอบการร้านค้าที่สนใจและมีคุณสมบัติเป็นไปตามเงื่อนไขที่โครงการฯ กำหนด สามารถทยอยลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ ได้อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากโครงการฯ จะเปิดให้เริ่มสแกนรับเงินจากประชาชนได้จริงในวันที่ 29 ต.ค. 68 ซึ่งร้านค้าสามารถลงทะเบียนได้จนกว่ากระทรวงการคลังจะปิดรับสมัครร้านค้าในวันที่ 19 ธ.ค. 68
นางสาวอัยรินทร์ กล่าวว่า ในส่วนของประชาชน โครงการ “คนละครึ่งพลัส”จะเปิดให้เริ่มลงทะเบียนผ่านแอปฯ “เป๋าตัง” ตั้งแต่วันที่ 20 – 26 ต.ค. 68 ตั้งแต่เวลา 06.00 – 22.00 น. ทั้งนี้ ผู้ที่ได้รับสิทธิร่วมโครงการฯ จะเริ่มใช้จ่ายได้ตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค. – 31 ธ.ค. 68 โดยปัจจุบัน กระแสความนิยมของประชาชนและผู้ประกอบการร้านค้า ที่มีต่อโครงการฯ ได้รับความสนใจทั่วประเทศ จึงเป็นเหตุให้เหล่ามิจฉาชีพพยายามฉวยโอกาสหลอกลวงประชาชนหลายรูปแบบ โดยเฉพาะการ “ส่งลิงก์ปลอม” มาหลอกเอาข้อมูลส่วนตัวและดูดทรัพย์ของประชาชน ซึ่งปัญหาดังกล่าว รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องกับการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ ได้เฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เพื่อความปลอดภัยของประชาชนในเบื้องต้นขอให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของตำรวจไซเบอร์ ดังนี้ 1. อย่ากดลิงก์จาก SMS/ข้อความแปลกปลอม เนื่องจากโครงการรัฐ จะไม่ส่งลิงก์ลงทะเบียนผ่านข้อความ 2. อย่าหลงเชื่อเพจ/บัญชีโซเชียลที่ไม่เป็นทางการ และขอให้ ปชช. ตรวจสอบว่ามีเครื่องหมายยืนยัน (✔ Verified) และผู้ติดตามจริงหรือไม่ โดยการลงทะเบียนที่ถูกต้องนั้น ทำได้เฉพาะแอปฯ “เป๋าตัง” และ “ถุงเงิน” 3. อย่าให้ข้อมูลส่วนตัว อาทิ เลขบัตรประชาชน, วันเกิด, PIN, OTP, ข้อมูลบัญชีธนาคาร 4. อย่าเชื่อสายโทรศัพท์ที่อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ โดยหน่วยงานรัฐและธนาคาร ไม่มีนโยบายโทรขอ OTP หรือให้โอนเงิน 5. ตรวจสอบข้อมูลทุกครั้ง หากมีความสงสัย ให้โทรสอบถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง และอย่าแชร์ข้อมูลจากข่าวลือ/เพจที่ไม่น่าเชื่อถือ
หากประชาชนได้รับลิงก์ปลอม ขอให้พิจารณา ตั้งสติ และ “ไม่กดลิงก์” ส่วนกรณีประชาชนเผลอกดลิงก์ปลอมและได้รับความเสียหายจากการหลอกลวงออนไลน์ ขอให้ดำเนินการแจ้งความออนไลน์ได้ที่ https://www.thaipoliceonline.go.th/login หรือโทร. สายด่วนที่ 1441 เพื่อระงับบัญชีคนร้ายภายใน 72 ชั่วโมง และรีบเข้าพบพนักงานสอบสวนที่สถานีตำรวจใกล้บ้าน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'อนุทิน' สักการะ 'เสด็จเตี่ย' หลังนั่งนายกฯ 4 เดือน
'อนุทิน' เดินจากตึกไทยฯ ไปไหว้ 'กรมหลวงชุมพร' หลังเป็นนายกฯหลายเดือนจนจะพ้นวาระ มีคนทักให้ไปไหว้ เจอแม่ค้าขายดอกไม้บ่นเรื่องม็อบ ส่วน จนท.กวาดขยะกทม. ถามหาคนละครึ่งพลัส
'อนุทิน' หาเสียงภูเก็ตชูนโยบายคนละครึ่งพลัส
'อนุทิน' หาเสียงภูเก็ต ช่วย 'พลอยทะเล' ปักธงน้ำเงิน ขายนโยบายคนละครึ่งพลัส ชาวบ้านชมแก้ปัญหาชายแดนทำดีมาก ย้ำขออย่าเปิดด่าน อวยพรขอให้ชนะเลือกตั้ง ได้สส.มากที่สุด
ครม.อนุมัติ'ขสมก.'กู้ 9.1 พันล้าน เสริมสภาพคล่อง
ครม. ไฟเขียว ขสมก. กู้เงินเสริมสภาพคล่อง จำนวน 9,111.50 ล้านบาท เพื่อนำมาใช้เป็นเงินสดหมุนเวียนในการดำเนินงานของ ขสมก. ชำระค่าเชื้อเพลิง ค่าเหมาซ่อม พร้อมเร่งรัด ขสมก.เร่งรัดเช่ารถเมล์ EV ให้เป็นไปตามแผน
จบภารกิจวันเด็ก นายกฯ แวะศรีย่าน กินก๋วยเตี๋ยวเจ้าประจำ แม่ค้าขอให้สานต่อคนละครึ่งพลัส
ภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจงานวันเด็กแห่งชาติประจำปี 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ได้มารับประทานก๋วยเตี๋ยวเนื้อร้านประจำ ที่ศรีย่าน โดยมีลูกค้า พ่อค้าแม่ค้า
ระเบียบ 4 ฉบับเริ่มใช้แล้ว นำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ต้องปลอดการเผา
รัฐบาลคุมเข้มออกกฎระเบียบ 4 ฉบับ เริ่มบังคับใช้แล้ว การนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และข้าวสาลี ปี 2569 ต้องมีหนังสือรับรองปลอดการเผา มีเอกสารข้อมูลแหล่งผลิต หลักฐานที่เกี่ยวข้อง

