มูดี้ส์คงอันดับเครดิต 'ไทยออยล์'ที่ระดับ Baa3

มูดี้ส์คงอันดับเครดิตไทยออยล์ที่ระดับ Baa3 ชี้งบดุลแข็งแกร่งขึ้น หลังลดหนี้เชิงรุกกว่า 933 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เตรียมรับอีกประมาณ 18,230 ล้านบาท จากการดำเนินโครงการบริหารจัดการสินทรัพย์ให้เกิดประโยชน์สูงสุดร่วมกับ ปตท.พร้อมเดินหน้าโครงการ CFP คาดช่วยยกระดับประสิทธิภาพและเป็นไปตามแผนด้วยความโปร่งใสทุกขั้นตอน 

 

28ต.ค.2568- รายงานข่าวจาก บริษัท ไทยออยล์ จำกัด ( มหาชน) หรือ TOP เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2568  มูดี้ส์  เรตติ้ง (Moody’s Ratings) ประกาศคงอันดับความน่าเชื่อถือผู้ออกตราสารหนี้ไม่ด้อยสิทธิ์ ไม่มีหลักประกันของบริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) ที่ระดับ Baa3 โดยมีแนวโน้มเครดิตเชิงลบเหมือนปัจจุบัน

สำหรับการคงอันดับเครดิตของไทยออยล์สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของงบดุล หลังไทยออยล์ลดภาระหนี้อย่างต่อเนื่อง โดยใน 9 เดือนแรกของปี 2568 ไทยออยล์ได้ชำระหนี้รวม 933 ล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมกับเตรียมรับเงินราว 18,230 ล้านบาท จากการดำเนินโครงการบริหารจัดการสินทรัพย์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด (Asset Monetization) ร่วมกับบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) เมื่อวันที่ 25 กันยายน ที่ผ่านมา ซึ่งจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งด้านฐานะการเงินและสภาพคล่องของบริษัทฯ

ส่วนโครงการ Clean Fuel Project (CFP) บริษัทไทยออยล์ ยังคงเดินหน้าพัฒนาโครงการอย่างต่อเนื่อง คาดว่าจะเสร็จในไตรมาส 3 ปี 2571 ภายใต้งบลงทุน 7.151 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ บริษัทฯได้มีการปรับโครงสร้างการบริหารจัดการโครงการใหม่เพื่อให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพ โดยแต่งตั้ง บริษัท Foster Wheeler Thailand เป็นผู้บริหารจัดการด้านวิศวกรรม การจัดหาและการก่อสร้าง (EPCM) เพื่อเร่งความคืบหน้าให้เป็นไปตามแผน และเพื่อให้การควบคุมต้นทุนเป็นไปด้วยความโปร่งใสทุกขั้นตอน ทำให้ได้รับการประเมินจากมูดี้ส์ในทิศทางบวก ว่าเป็นปัจจัยสนับสนุนการบริหารโครงการ

นอกจากนี้ มูดี้ส์ยังคาดว่าตัวชี้วัดทางการเงินของไทยออยล์จะปรับตัวดีขึ้นในช่วงสองปีข้างหน้า จากกระแสเงินสดที่มั่นคงและการควบคุมต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ไทยออยล์ยังคงมุ่งมั่นดำเนินโครงการ CFP อย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการบริหารทางการเงินอย่างรอบคอบ และได้รับการสนับสนุนจากบริษัทแม่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ซึ่งจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับฐานะการเงิน และรักษาความเชื่อมั่นของนักลงทุนและผู้มีส่วนได้เสียในระยะยาว ตอกย้ำถึงบทบาทของไทยออยล์ในฐานะผู้ประกอบการธุรกิจการกลั่นและปิโตรเคมีที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศ

ปัจจุบัน ไทยออยล์ มีโครงสร้างธุรกิจที่ครบวงจรด้วยการบูรณาการทั้งธุรกิจการกลั่นน้ำมันและปิโตรเคมี โดยมีกำลังการกลั่น 275,000 บาร์เรลต่อวัน หรือ ราว 22% ของกำลังการกลั่นรวมของประเทศไทย ซึ่งถือว่าใหญ่ที่สุดในประเทศ และมีโรงกลั่นที่มีประสิทธิภาพสูงสุดแห่งหนึ่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก บริษัทเชื่อมั่นว่าการดำเนินการตามแผนกลยุทธ์ด้านพลังงานสะอาดและความยั่งยืนจะช่วยเสริมศักยภาพในการแข่งขันในระยะยาว และสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ถือหุ้น นักลงทุน และพันธมิตรทางธุรกิจอย่างต่อเนื่องในอนาคต ซึ่งโครงการดังกล่าวถือเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการยกระดับศักยภาพในการกลั่นและผลิตพลังงานสะอาดของไทยออยล์ให้มีความยืดหยุ่นและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไทยออยล์ ร่วมกับ พพ. ลงนาม MOU พัฒนา ปรับปรุง และส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน จากพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อยกระดับและสร้างโมเดลความร่วมมือระหว่างภาครัฐ-เอกชน

เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) และ กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) กระทรวงพลังงาน ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) “ว่าด้วยความร่วมมือในการพัฒนา ปรับปรุง และส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนจากพลังงานแสงอาทิตย์ สำหรับหน่วยงานด้านสาธารณสุขและสถานศึกษาของภาครัฐ” เพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงานในพื้นที่ห่างไกล

กลุ่มไทยออยล์จัดโครงการช่วยชีวิต ลดวิกฤตการจมน้ำ ปีที่ 7 ส่งเสริมทักษะการว่ายน้ำให้เยาวชนแหลมฉบัง

นายเชษฐ์ โปร่งจิตต์ ผู้จัดการฝ่ายกิจการสัมพันธ์ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) นายสันติ ศิริตันหยง รองนายกเทศมนตรีนครแหลมฉบัง และนายธนาวิชญ์ โถสกุล เลขาธิการสมาคมกีฬาทางน้ำแห่งประเทศไทย ร่วมเป็นประธานในพิธีเปิด โครงการ "ช่วยชีวิต ลดวิกฤตการจมน้ำ" ปีที่ 7 ณ สระว่ายน้ำเทศบาลนครแหลมฉบัง

ส.กีฬาทางน้ำฯจับมือ'ไทยออยล์' จัดโครงการ'ช่วยชีวิตลดการจมน้ำ'

สมาคมกีฬาทางน้ำแห่งประเทศไทย ร่วมกับ ไทยออยล์ และ เทศบาลนครแหลมฉบัง เปิดโครงการช่วยชีวิต ลดวิกฤตการจมน้ำ ประจำปี 2569 อย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 เป้าหมายเพื่อให้เยาวชนสามารถลอยตัวในน้ำ ว่ายน้ำเป็น และมีทักษะเอาชีวิตรอดจากการจมน้ำ ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงและสร้างความปลอดภัยในชีวิตประจำวัน

‘ไทยออยล์’เปิดงบ Q1/69 กำไรแตะ1.9 หมื่นล้าน

ไทยออยล์ เผย Q1/69 ทำกำไรได้ 19,481 ล้านบาท มีปัจจัยสนับสนุนหลักจากกำไรจากสต็อกนํ้ามันสุทธิ ห่วงพลิกเป็นขาดทุนจากสต็อกน้ำมันได้ในอนาคต ย้ำ Q2 สถานการณ์ยังน่ากังวล พร้อมเปิดปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ และแผนบริหารจัดการอย่างรอบคอบ