'สันติ' ถก 5 บริษัทแพลตฟอร์มออนไลน์ ผนึกสกัดบุหรี่ไฟฟ้า-ควบคุมร้านค้าฉวยโอกาสขึ้นราคา 'คนละครึ่งพลัส' ชี้พบผิดปกติปิดระบบตรวจสอบทันที เพิ่มคู่สายร้องเรียน 1166
30 ต.ค.2568 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสันติ ปิยะทัต รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) และ 5 บริษัทแพลตฟอร์มออนไลน์ชั้นนำ ได้แก่ บริษัท ช้อปปี้ (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท ลาซาด้า จำกัด, บริษัท ติ๊กต๊อก ช็อป (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท แกร็บแท็กซี่ (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท ไลน์แมน (ประเทศไทย) จำกัด เข้าร่วมประชุมหารือแนวทางการเฝ้าระวังการจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าและสินค้าผิดกฎหมายบนแพลตฟอร์มออนไลน์ พร้อมมาตรการคุ้มครองผู้บริโภคภายใต้โครงการ “คนละครึ่งพลัส”
ต่อมาเวลา 11.40 น. นายสันติ แถลงผลการหารือว่า ตามแนวทางนโยบาย “Quick Big Win” ซึ่งหนึ่งในนั้นมีนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลคือการปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้าที่เป็นปัญหาใหญ่กำลังแพร่ระบาดในกลุ่มเด็กและเยาวชน จึงขอความร่วมมือจากแพลตฟอร์มต่าง ๆ ในการนำเทคโนโลยี AI มาช่วยตรวจจับข้อความและสินค้าที่เกี่ยวข้องกับบุหรี่ไฟฟ้า หากพบการฝ่าฝืนจะถูกระงับบัญชีผู้ขายทันที พร้อมมีมาตรการลงโทษอย่างเข้มงวด รวมถึงแจ้งเงื่อนไขสินค้าควบคุมให้ร้านค้าทราบชัดเจน เพื่อป้องกันการจำหน่ายสินค้าผิดกฏหมาย หากประชาชนพบเห็นสามารถแจ้งได้ที่สายด่วน สคบ. 1166 และได้เปิดสายด่วนเพิ่ม 10 คู่สายเพื่อรับเรื่องร้องเรียนปัญหาจากคนละครึ่งพลัส หรือแจ้งแพลตฟอร์มร้องเรียนออนไลน์ของ สคบ. โดยรัฐบาลจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด
นายสันติ กล่าวว่า ส่วนอีกเรื่องที่มีการหารือคือโครงการคนละครึ่งพลัสที่เริ่มให้ประชาชนใช้สิทธิตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคมที่ผ่านมา รัฐบาลได้ร่วมมือกับ 3 แพลตฟอร์มหลัก ได้แก่ ช้อปปี้ ไลน์แมน และแกร็บ เพื่อไม่ให้เกิดการเอาเปรียบผู้บริโภคหรือการทุจริต ด้วย 3 มาตรการหลัก ได้แก่ 1.ปิดระบบแก้ไขเมนูของร้านค้า เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสขึ้นราคา และหากพบผิดปกติจะปิดระบบเพื่อตรวจสอบ 2.มอบโค้ดส่วนลดค่าอาหารให้ผู้บริโภคเพื่อส่งเสริมการใช้สิทธิ และ 3.ลดค่าธรรมเนียมให้ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อบรรเทาภาระผู้ประกอบการรายย่อย
นายสันติ กล่าวด้วยว่า ทั้งนี้เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับความคุ้มครองอย่างทั่วถึง สคบ. ได้จัดตั้ง ศูนย์แก้ไขปัญหาเรื่องร้องทุกข์เฉพาะกิจ สำหรับผู้บริโภคที่ประสบปัญหาจากการซื้อสินค้าภายใต้โครงการคนละครึ่งพลัส และเปิดช่องทางร้องเรียนพิเศษออนไลน์ เพื่อให้ดำเนินการรับเรื่องร้องทุกข์ได้อย่างรวดเร็ว พร้อมจัดทำ “Positive List” รายชื่อผู้ประกอบการอีคอมเมิร์ซทั่วไปที่ได้รับอนุญาตตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดจาก สคบ. เพื่อให้ประชาชนสามารถเลือกซื้อสินค้าหรือบริการออนไลน์ได้อย่างมั่นใจและปลอดภัย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังการแถลงข่าว นายสันติ ได้นำคณะสังเกตการณ์ร้านค้าผู้เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส ไปดูการจับจ่ายใช้สอยที่โรงอาหารตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'สันติ เผยมีการร้องเรียนกักตุนน้ำมันในภาคใต้!
'สันติ' เผย 6 มาตรการคุ้มครองผู้บริโภคช่วงสถานการณ์สู้รบตะวันออกกลาง สั่งบังคับใช้กฎหมายเข้มข้น สคบ.ลงพื้นที่ตรวจถี่ขึ้น รับมีร้องเรียนเรื่องกักตุนน้ำมันในภาคใต้
รมต.สันติ กำชับผู้ว่าฯทั่วประเทศ เฝ้าระวังผู้ค้าเอาเปรียบประชาชนช่วงสงครามตะวันออกกลาง
"สันติ" มอบนโยบายผู้ว่าฯทั่วประเทศ ร่วมมือ "กรมการค้าภายใน" ตรวจเข้ม "น้ำมัน-สินค้าอุปโภค-ทองคำ" ป้องกันผู้ประกอบการฉวยโอกาสช่วงวิกฤติตะวันออกกลาง ขึ้นราคา-กักตุน-เอาเปรียบผู้บริโภค พร้อมสั่งเพิ่มคู่สายด่วนรับเรื่องร้องเรียน
เคาะ '6 มาตรการด่วน -1 แผนปฏิบัติการ'รับมือสงครามตะวันออกกลาง
รัฐบาล เคาะ '6 มาตรการด่วน -1 แผนปฏิบัติการ' รับมือผลกระทบสงคราม พร้อมควบคุมค่าสาธารณูปโภค ขอความร่วมมือร้านค้ารับชำระเงินแบบโอนและเงินสด ป้องกันเครือข่ายโทรคมนาคมขัดข้อง หากเกิดปัญหาด้านพลังงาน
'ภราดร' ขอทุกฝ่ายช่วยถาม กกต. เหตุใดยังไม่เห็นชอบงบเยียวยาน้ำท่วมอีก 2.2 พันล้าน ทั้งที่ครม.อนุมัติแล้ว
นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการจ่ายเงินเยียวยาเพิ่มเติมแก่ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคใต้ว่ารัฐบาลไม่เคยนิ่งนอนใจ แต่ด้วยที่ผ่านมาเป็นช่วงการหาเสียงเลือกตั้ง จึงมีความจำเป็นต้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้งพิจารณาก่อน
'ภราดร' แจงปม 'จูรี' ทวงงบซ่อมบ้านน้ำท่วมหาดใหญ่ ติดขั้นตอนใด แขวะอย่าทำเพื่อคะแนนนิยมทางการเมือง
รมต.แบด ชี้แจงงบเยียวยาซ่อมบ้านน้ำท่วมหาดใหญ่ ครม.อนุมัติงบแล้ว แต่ติดขั้นตอนที่กกต. ชี้การทวงถามเป็นสิทธิ สส. แต่ต้องไม่ใช่คำกล่าวหา ต้องให้ข้อมูลครบถ้วน เป้าหมายคือประชาชน ไม่ใช่คะแนนนิยม

