รัฐบาล เคาะ '6 มาตรการด่วน -1 แผนปฏิบัติการ' รับมือผลกระทบสงคราม พร้อมควบคุมค่าสาธารณูปโภค ขอความร่วมมือร้านค้ารับชำระเงินแบบโอนและเงินสด ป้องกันเครือข่ายโทรคมนาคมขัดข้อง หากเกิดปัญหาด้านพลังงาน
05 มี.ค.2569 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสันติ ปิยะทัต รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เรื่อง กำหนดมาตรการคุ้มครองผู้บริโภคจากการประเมินสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง
ภายหลังการประชุม นายสันติ แถลงว่า คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคเร่งปกป้องสิทธิประชาชนท่ามกลางผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง โดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะประธานกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 มอบหมายให้ตนปฏิบัติหน้าที่ประธานกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค โดยที่สถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง
อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อผู้บริโภคภายในประเทศ คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคจึงได้มีการประชุมเร่งด่วนเพื่อกำหนดมาตรการเชิงรุกดูแลผู้บริโภคในช่วงสถานการณ์ความไม่สงบดังกล่าว
นายสันติ กล่าวว่า สถานการณ์ในตะวันออกกลางอาจส่งผลให้เกิดความผันผวนด้านราคาสินค้าและบริการ ซึ่งอาจก่อให้เกิดการเอารัดเอาเปรียบหรือการฉวยโอกาสในภาวะวิกฤต คณะกรรมการฯย้ำชัดว่าการคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้บริโภค ทั้งสิทธิในการได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง สิทธิในความปลอดภัย และสิทธิในการได้รับการชดเชยความเสียหาย จะต้องได้รับการดูแล ในมิติการบูรณาการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมการค้าภายในกระทรวงพาณิชย์ มีหน้าที่กำกับดูแลราคาสินค้าและบริการ ป้องกันการขึ้นราคาไม่เป็นธรรม ขณะที่สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย และกรมการท่องเที่ยว รับผิดชอบกำกับดูแลการให้บริการสายการบินและบริการท่องเที่ยว กรณีเกิดการยกเลิกเที่ยวบินหรือแพ็กเกจทัวร์ แต่หากเกิดกรณีผู้บริโภคได้รับความเสียหายและมีการเรียกร้องค่าเสียหาย สคบ.จะใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ดำเนินการไกล่เกลี่ย ยุติเรื่อง หรือฟ้องร้องและบังคับคดี ตามกฎหมายแทนผู้บริโภค เพื่อให้ได้รับการชดเชยอย่างเป็นธรรม
นายสันติ กล่าวว่า คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ได้เคาะ 6 มาตรการ และ 1 แผนปฏิบัติการด้านบูรณาการหน่วยงาน ดังนี้ 1.สคบ. เปิดสายด่วนรับเรื่องราวร้องทุกข์จากผู้บริโภคเพิ่มเติมจากปกติเป็นกรณีเร่งด่วนจำนวน 10 คู่สาย 2. เข้มงวดในการกำกับดูแลและควบคุมการประกอบธุรกิจที่ส่งผลต่อการบริโภคสินค้าและบริการในชีวิตประจำวัน โดยเพิ่มความถี่ในการลงพื้นที่ตรวจสอบผู้ประกอบธุรกิจเพื่อป้องกันการเอารัดเอาเปรียบ บูรณาการเชิงรุกกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งเฝ้าระวังการโฆษณาที่นำไปสู่การเข้าใจผิดของประชาชนในฐานะผู้บริโภค ที่ทำให้เกิดความตื่นตระหนก การกักตุนสินค้า หรือการซื้อสินค้าในราคาที่แพงในภาวะจำยอม ซึ่งถือเป็นการเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภค ตลอดจนเข้มงวดในการตรวจสอบฉลากสินค้าที่มีความจำเป็นในชีวิตประจำวัน เช่น ฉลากข้าวสารบรรจุถุง หลักฐานการรับเงิน ซื้อขายถังก๊าซหุงต้ม รวมถึงการควบคุมผู้ประกอบธุรกิจให้บริการเช่าที่พักอาศัย ไม่ให้คิดอัตราค่าสาธารณูปโภคสูงเกินไป เช่น ค่าไฟฟ้าอัตราสูงสุดไม่เกิน 4.88 บาท ต่อหน่วยการใช้
นายสันติ กล่าวว่า 3. ขอความร่วมมือร้านค้าเปิดให้ผู้บริโภคมีทางเลือกในการชำระเงินทั้งบัตรเครดิต การโอนเงินทางแอปพลิเคชัน และเงินสด โดยที่ปัจจุบันมีร้านค้าเริ่มปฎิเสธรับเงินสด ซึ่งกระทบต่อผู้บริโภคบางรายและบางกรณี เช่น หากเกิดภาวะการณ์สัญญาณเครือข่ายโทรคมนาคมขัดข้องหรือมีปัญหาด้านพลังงานและไฟฟ้า 4. สนับสนุนให้ผู้บริโภคซื้อสินค้าและบริการออนไลน์โดยเลือกซื้อสินค้าจาก Online platformที่จดทะเบียนตลาดแบบตรงกับ สคบ. เท่านั้น โดยเฉพาะสินค้าที่มีมูลค่าสูง เช่น เครื่องประดับ ทองคำ และบริการการลงทุน เป็นต้น ทั้งนี้ เพื่อความสะดวกและเป็นธรรม ในการแก้ปัญหาหรือข้อพิพาทที่เกิดขึ้นระหว่างผู้ขายสินค้าและบริการกับผู้บริโภค
นายสันติ กล่าวว่า 5. การกำกับดูแลการจำหน่ายทองคำ โดย สคบ. เข้มงวดควบคุมการจำหน่ายทองคำอย่างเป็นธรรมต่อผู้บริโภคตามกฎหมาย ได้แก่ การควบคุมด้านฉลากทองคำรูปพรรณ และกรมการค้าภายใน บังคับใช้พระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการฯ เพื่อเฝ้าระวังการฉวยโอกาสและการเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภค 6. ประชาสัมพันธ์ให้ผู้บริโภค ตระหนักรู้สิทธิการบริโภคสินค้าและบริการ ทั้งด้าน ราคา คุณภาพ มาตรฐานที่ตรงกับสินค้าและบริการ ในการเลือกซื้อสินค้าผ่านช่องทางปกติ และช่องทางออนไลน์ที่ปลอดภัย
นายสันติ กล่าวด้วยว่า สำหรับแผนปฏิบัติการด้านบูรณาการหน่วยงาน คือ การบูรณาการเชิงรุกภายใต้พระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2542 ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดในฐานะประธานอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคประจำจังหวัด ศูนย์ดำรงธรรมเมืองพัทยา และกรุงเทพมหานคร รวมถึงสำนักงานเขตทั้ง 50 เขต โดยหน่วยงาน 76 จังหวัด และกรุงเทพมหานคร จะบังคับใช้ทั้ง 6 มาตรการดังกล่าว รวมทั้งพิจารณาเพิ่มสายด่วนรับเรื่องราวร้องทุกข์จากผู้บริโภคโดยให้พิจารณาตามความเหมาะสม
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ศุภมาส' สั่ง 'สคบ.' จัดการ ‘ช่างหนึ่ง’ ตุ๋นรับเหมาสร้างบ้านหลอกเหยื่อ 60 ราย
“ศุภมาส” สั่งฟัน “ช่างหนึ่ง” ตุ๋นรับเหมาสร้างบ้าน หลอกเหยื่อ 60 ราย เสียหาย 45 ล้านบาท 12 พ.ค. นี้ สคบ. เรียกเคลียร์ด่วน
'ศุภมาส' ตามบี้เคสปลากระป๋องสั่งหยุดกิจการจนกว่าปรับปรุงมาตรฐาน!
'ศุภมาส' ตามต่อเคสปลากระป๋องเจ้าปัญหา ล่าสุด ผู้ว่าฯ สมุทรสาคร สั่งหยุดกิจการชั่วคราว จนกว่าจะปรับปรุงมาตรฐานโรงงาน กำชับฉลาก-สินค้า ต้องตรงปก เพื่อความเป็นธรรมของผู้บริโภค
'ศิริกัญญา' ซัดเอาเงินเยียวยาเป็นตัวประกัน 'ภราดร' โต้ต้องรอให้ข้าวยากหมากแพงเหรอ
'ศิริกัญญา' ซัดรัฐบาลออก พ.ร.ก.กู้ 4 แสนล้าน ส่อขัด รธน. 172 ยัดไส้ตีเช็คเปล่า เตือนอย่าเอาเงินเยียวยาปชช.เป็นตัวประกัน ด้าน 'ภราดร' ย้ำจำเป็นต้องกู้รับมือพิษสงคราม ย้ำออก พ.ร.ก.ไม่ขัดรธน.
'อนุทิน' ห่วงผู้บริโภคสั่ง สคบ.ลุยตรวจโรงงานปลากระป๋อง
'ศุภมาส' เผย 'นายกฯ อนุทิน' ห่วงใยผู้บริโภค สั่ง สคบ.ลุยตรวจโรงงานปลากระป๋องบ่ายนี้ ขอผู้ประกอบการอย่าซ้ำเติมปชช.
'ภูมิใจไทย' รอ กก.บห.ตัดสินใจส่งชิง สก.หรือไม่
'ศุภมาส' ให้รอ กก.บห. เคาะท่าทีส่งผู้สมัคร สก.หรือไม่ บอกยังพอมีเวลา
'ศุภมาส' นำ 3 ภาคีเครือข่ายพิสูจน์ทองดีมีมาตรฐานในพื้นที่ย่านเยาวราช
'ศุภมาส' นำ 3 ภาคีเครือข่าย ลงพื้นที่ย่านเยาวราช สร้างความเชื่อมั่น การันตี 'ทองดี-มีมาตรฐาน'

