
‘ธอส.’ โชว์ผลงานไตรมาส 1/69 ปล่อยกู้ผงาด 5 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.72% ฟุ้งอุ้มกลุ่มรายได้น้อย-ปานกลางเข้าถึงสินเชื่อ 2.43 หมื่นราย เดินเครื่องบริหารจัดการหนี้เสียอย่างมีคุณภาพ กด NPL เหลือแสนล้าน ลดลง 0.31%
27 เม.ย. 2569 – นายมหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์ กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/2569 (ม.ค.-มี.ค.) ว่า ธนาคารสามารถปล่อยสินเชื่อใหม่ได้ 50,124 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.72% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยจำนวนนี้เป็นสินเชื่อปล่อยใหม่ให้กับกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง วงเงินกู้ไม่เกิน 3 ล้านบาท จำนวน 24,395 ราย ขณะที่หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) มีจำนวน 103,885 ล้านบาท คิดเป็น 5.46% ของยอดสินเชื่อรวม ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน 0.31% ซึ่งเป็นผลจากการบริหารจัดการหนี้อย่างมีคุณภาพ
ส่งผลให้การดำเนินงานเมื่อเทียบกับ ณ สิ้นปี 2568 มีสินเชื่อคงค้างรวมทั้งสิ้น 1,900,951 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.52% มีสินทรัพย์รวม 2,057,330 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.39% เงินฝากรวม 1,805,385 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.54% การตั้งสำรองเผื่อหนี้สงสัยจะสูญสูงถึง 158,373 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนต่อ NPL ที่ระดับ 152.45% สะท้อนถึงความมั่นคง พร้อมในการรองรับผลกระทบในอนาคต และอัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS Ratio) อยู่ที่ระดับแข็งแกร่ง 15.50% สูงกว่าอัตราเงินกองทุนขั้นต่ำที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำหนดที่ 8.50%
“นอกจากการดำเนินงานตามภารกิจหลักในการปล่อยสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยแล้ว อีกบทบาท ธอส. พร้อมเป็นผู้พยุงภาคอสังหาริมทรัพย์ให้ฟื้นตัว ด้วยการอัดฉีดเม็ดเงินลงสู่ระบบเศรษฐกิจผ่านการปล่อยสินเชื่อใหม่ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ 246,795 ล้านบาท ในปี 2569 โดย ธอส. ได้ออกแบบผลิตภัณฑ์และบริการให้เหมาะสมกับลูกค้า และสร้างโอกาสในการเข้าถึงบริการทางการเงินอย่างทั่วถึง (Financial Inclusion) โดยเฉพาะกลุ่มที่มีรายได้น้อย กลุ่มอาชีพอิสระ และ Green Finance เพื่อทำให้คนไทยมีบ้านอย่างยั่งยืน” นายมหัทธนะ กล่าว
สำหรับทิศทางการดำเนินงานในปี 2569 ธอส. ยังคงเดินหน้ายกระดับการดูแลลูกค้าทุกกลุ่มมีบ้านเป็นของตัวเองได้มากขึ้น ด้วยอัตราดอกเบี้ยที่เหมาะสม ภายใต้เงื่อนไขที่ผ่อนปรน พร้อมทั้งช่วยรักษาบ้านให้คนไทยได้อย่างยั่งยืนผ่านกลยุทธ์ 5 Strategic Pillars โดยนำเทคโนโลยี Digital Data และ AI ยกระดับกระบวนการทำงานและพัฒนาการให้บริการที่ตรงกับความต้องการของลูกค้าอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้กรอบความเสี่ยงและสนับสนุนเสถียรภาพภาคอสังหาริมทรัพย์ อาทิ โครงการ G H BANK Easy Loan ลูกค้าสามารถขอสินเชื่อที่อยู่อาศัยผ่าน Application : GHB ALL GEN ครอบคลุมกระบวนการยื่นคำขอกู้ และอนุมัติสินเชื่อผ่านระบบดิจิทัล โดยจะเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบภายในปี 2569 ซึ่งจะช่วยลดระยะเวลาการอนุมัติสินเชื่อ และช่วยให้ลูกค้าได้รับความสะดวก รวดเร็วเพื่อการมีที่อยู่อาศัยได้ง่ายขึ้น
รวมถึงพัฒนาโครงการ Resale Home Ecosystem ขยายความร่วมมือกับพันธมิตรด้านธุรกิจบ้านมือสอง เพิ่มโอกาสให้ลูกค้าสามารถซื้อ–ขาย–กู้ที่อยู่อาศัยได้แบบครบจบในระบบเดียว ปัจจุบันมีลูกค้ายื่นขอสินเชื่อซื้อบ้านมือสองได้กว่า 23% ของเป้าหมายโครงการที่ตั้งไว้ สะท้อนว่า ธอส. สามารถกระตุ้นการซื้อบ้านมือสองได้อย่างมีประสิทธิภาพ

