“พร้อมพงศ์” หนุนรีเซตกระทรวงมหาดไทย แต่ขออย่าเป็นแค่สลับเก้าอี้ พร้อมเสนอปฏิรูปบทบาทผู้ว่าฯ เป็น “แม่ทัพเศรษฐกิจจังหวัด” และเปิดทางให้ประชาชนเลือกผู้ว่าฯ ในพื้นที่ ย้ำการปรับ ครม.ต้องตอบโจทย์ลดค่าครองชีพ ฟื้นความเชื่อมั่นเศรษฐกิจ
1 สิงหาคม 2569 -นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ส่งสัญญาณอาจมีการปรับทัพข้าราชการระดับสูงหลายตำแหน่ง พร้อมประกาศรีเซตกระทรวงมหาดไทยใหม่ โดยย้ำให้ยึดเรื่องงานเป็นหลัก เรื่องส่วนตัวเป็นศูนย์ และจะไม่ปกป้องผู้กระทำผิดนั้น ถือเป็นสัญญาประชาคมที่ให้ไว้กับประชาชน ซึ่งตนเห็นด้วยอย่างยิ่ง
นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลสู่จังหวัด การยกระดับกระทรวงต้องวัดจากความโปร่งใส ประสิทธิภาพ และผลลัพธ์ที่ประชาชนได้รับ ไม่ใช่เป็นเพียงการโยกย้ายตำแหน่งหรือสลับเก้าอี้ดนตรี
พร้อมระบุว่า กรณีพบความผิดปกติในการสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่นกว่า 5,000 ราย เป็นเรื่องที่ต้องเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการตามกฎหมายอย่างตรงไปตรงมา หากพบผู้กระทำผิดไม่ว่าจะมีตำแหน่งใหญ่เพียงใด ก็ต้องไม่มีข้อยกเว้น เพื่อฟื้นความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบราชการ เพราะความโปร่งใสคือหัวใจของการบริหารประเทศ
นายพร้อมพงศ์ ยังเสนอให้ยกระดับบทบาทผู้ว่าราชการจังหวัดเป็น “แม่ทัพเศรษฐกิจจังหวัด” ทำหน้าที่บูรณาการทุกภาคส่วน สร้างงาน สร้างรายได้ ดึงการลงทุน ดูแลเกษตรกรและผู้ประกอบการ รวมถึงเร่งแก้ปัญหาปากท้องของประชาชนให้เห็นผลเป็นรูปธรรม
ทั้งนี้ ประชาชนควรได้รับบริการจากภาครัฐที่รวดเร็ว ลดขั้นตอนการติดต่อราชการ แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนได้ทันท่วงที มีระบบบริหารจัดการภัยพิบัติที่มีประสิทธิภาพ และเดินหน้าป้องกันปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจังถึงต้นตอ เนื่องจากปัจจุบันยาเสพติดยังแพร่ระบาดอย่างหนัก พร้อมทั้งผลักดันการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็ง
นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า อีกหนึ่งข้อเสนอที่มีการพูดถึงมาโดยตลอด คือการกระจายอำนาจให้ประชาชนในแต่ละจังหวัดได้เลือกผู้ว่าราชการจังหวัดของตนเอง แทนการแต่งตั้งจากส่วนกลาง โดยอาจเริ่มนำร่องในจังหวัดที่มีความพร้อม พร้อมกำหนดดัชนีชี้วัดด้านผลงานและความโปร่งใสอย่างเข้มข้น เพื่อให้การบริหารงานตอบสนองความต้องการของประชาชนได้มากขึ้น
อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวอีกว่า แม้นายกรัฐมนตรีจะยืนยันว่า ยังไม่ใช่ช่วงเวลาปรับคณะรัฐมนตรี แต่เชื่อว่าในที่สุดจะต้องมีการปรับ ครม. อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือการคัดเลือกบุคคลให้เหมาะสมกับงาน สามารถบูรณาการการทำงานทุกภาคส่วน แก้ปัญหาปากท้อง ลดภาระค่าครองชีพและค่าพลังงาน ปราบปรามขบวนการสีเทา ฟื้นความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ และดึงเม็ดเงินเข้าประเทศ ซึ่งเป็นโจทย์สำคัญที่นายกรัฐมนตรีต้องรับฟังและไม่ควรทำให้ประชาชนผิดหวัง.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'พร้อมพงศ์' เตือนรัฐบาลระวังศึกนอกสภา เงินเฟ้อพุ่ง 3.9% ม็อบน้ำมันแพง
อดีตโฆษกเพื่อไทยจี้ 'อนุทิน' เร่งแก้วิกฤตปากท้อง หลังเงินเฟ้อเดือน ต.ค. พุ่งสูงสุดในรอบกว่า 3 ปี
อึ้ง!เงินมูลนิธิบุ๋ม2ปีหมุน1.8พันล.
“นายกฯ” ทุบโต๊ะ สั่งกวาดเหี้ยนมูลนิธิเถื่อนทั้งประเทศ หน้ากากนักบุญดังหนาวแน่ “ปลัด มท.” กาหัวเอาผิด "บุ๋ม ปนัดดา-สามี" นอนคุกสุดสัปดาห์ยาว
นายกฯ สั่งมหาดไทย สังคายนามูลนิธิองค์กรการกุศล หากพบใช้เงินผิดให้จัดการเด็ดขาด
นายกฯ สั่งมหาดไทย-ปกครอง สังคายนามูลนิธิทั่วประเทศ เผย ตกใจ - เสียใจ คนตั้งมูลนิธิช่วยเหลือสังคม แต่กลับหาประโยชน์ใส่ตัว ยัน หากพบตั้งบังหน้า - ใช้เงินบริจาคผิดวัตถุประสงค์ เอาผิดเด็ดขาด ลั่น ต้องรับผลทั้งกฎแห่งกรรม - กรรมตามกฎหมาย”
'ปลัดมหาดไทย' ชูผ้าไทยฝีมือดีไซเนอร์รุ่นใหม่ เปลี่ยนภูมิปัญญาสู่แฟชั่นร่วมสมัย
'อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์' ปลัดมหาดไทย ชื่นชมผลงาน Young Designer 2026 ที่ไอคอนสยาม ยกฝีมือนักออกแบบรุ่นใหม่สร้างสรรค์ผ้าไทยให้ทันสมัย
นายกฯ ขอเช็กข้อมูลก่อน ปม 'ดร.อานนท์' จี้เนรเทศ 'วีระ แสงทอง' แกนนำแรงงานข้ามชาติ
นายกฯ บอกยังไม่ได้รับรายงาน ปมข้อเสนอเนรเทศ “วีระ แสงทอง” แกนนำแรงงานเมียนมา เคลื่อนไหวกระทบความมั่นคงไทย ขอรอข้อมูลก่อน
ชำแหละ 5 จุดบอด 'มูลนิธิการกุศล' จี้รัฐยกเครื่องกฎหมาย อุดช่องโหว่ก่อนประชาชนหมดศรัทธา
วัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา โพสต์เฟซบุ๊กว่า เมื่อการกุศลกลายเป็นเกราะบังหน้า: วิกฤตธรรมาภิบาลมูลนิธิ และช่องโหว่ทางกฎหมายที่รัฐต้องอุด

