
‘สรรเพชญ’ นั่งหัวโต๊ะ ถกภาคเอกชน เร่งเครื่องยกระบบขนส่งทางน้ำทั้งระบบ ชูแก้ปัญหาจราจรท่าเรือแหลมฉบัง-ดันเรือชายฝั่ง ลดต้นทุนโลจิสติกส์ เดินหน้าระบบ Maritime Single Window เพิ่มขีดแข่งขันประเทศ ดันไทยฮับโลจิสติกส์ภูมิภาค
6 พ.ค.2569-นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ให้คณะกรรมการ Logistics & Supply Chain และคณะอนุกรรมการด้านการขนส่งทางน้ำและพาณิชยนาวี หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยเข้าพบ เพื่อหารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์และซัพพลายเชน โดยเฉพาะการยกระดับการขนส่งทางน้ำ ว่า กระทรวงคมนาคมให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากภาคเอกชน โดยเฉพาะหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ
สำหรับข้อเสนอที่ได้รับในวันนี้ทั้งเรื่องการส่งเสริมการขนส่งชายฝั่ง การแก้ไขความแออัดในท่าเรือแหลมฉบัง (ทลฉ.) และการผลักดันระบบ Maritime Single Window ถือเป็นประเด็นเร่งด่วนที่สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล ในการลดต้นทุนโลจิสติกส์และเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ โดยกระทรวงฯ พร้อมที่จะเป็นตัวกลางในการประสานงานและเร่งรัดการดำเนินงานให้เห็นผลเป็นรูปธรรมโดยเร็ว
นายสรรเพชญ กล่าวว่า สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยได้นำเสนอประเด็นสำคัญในระยะเร่งด่วน 4 ด้านหลัก ได้แก่ การส่งเสริมระบบขนส่งสินค้าโดยเรือชายฝั่ง (Coastal Transport) และการพิจารณาปรับลดอัตราค่าภาระท่าเทียบเรือชายฝั่ง A ทลฉ. เพื่อสร้างแรงจูงใจและลดต้นทุนโลจิสติกส์ในภาพรวมของประเทศ การบริหารจัดการปัญหาจราจรแออัดภายใน ทลฉ. เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจร เพิ่มสภาพคล่องและประสิทธิภาพในการขนถ่ายสินค้า รวมถึงแนวทางการบริหารจัดการสัมปทานของผู้ประกอบการ ทลฉ.
ทั้งนี้ เพื่อทบทวนแนวทางการขยายอายุสัมปทาน และการขับเคลื่อนกลไกคณะกรรมการด้านการส่งเสริมการขนส่งทางน้ำและพาณิชนาวีไทยเพื่อเร่งรัดการจัดประชุมคณะกรรมการส่งเสริมพาณิชยนาวี และแต่งตั้งคณะกรรมการท่าเรือแห่งประเทศไทย ดังนั้นการพัฒนาด้านโลจิสติกส์จะสำเร็จได้ ต้องอาศัยความร่วมมือแบบบูรณาการระหว่างภาครัฐและเอกชน พร้อมยืนยันว่ากระทรวงคมนาคมจะไม่เพียงแต่รับฟัง แต่จะนำข้อสรุปจากการหารือในวันนี้ไปขับเคลื่อนให้เกิดผลสัมฤทธิ์โดยเร็วที่สุด เพื่อขับเคลื่อนให้ประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางด้านการขนส่งและโลจิสติกส์ของภูมิภาคอย่างแท้จริง
นายกริชเพชร กล่าวเพิ่มเติมสำหรับข้อเสนอการขุดลอกคลองและบำรุงรักษาร่องน้ำเศรษฐกิจ ว่า กรมเจ้าท่า (จท.) ได้จัดสรรงบประมาณปี 2570 สำหรับขุดลอกร่องน้ำเพื่อบำรุงรักษาและเก็บตะกอนน้ำที่เหลือ ในร่องน้ำที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจจำนวน 17 ร่องน้ำให้คงระดับความลึกตามเกณฑ์อย่างต่อเนื่อง
ด้าน ร้อยตรี รัฐกร เขียวไพศาล กล่าวถึงแนวทางการดำเนินงานของ กทท. ว่า กทท. จะเร่งดำเนินการบริหารจัดการพื้นที่และระบบจราจรภายใน ทลฉ. อย่างเต็มที่ เพื่อแก้ไขปัญหาความล่าช้า เพิ่มสภาพคล่อง และยกระดับประสิทธิภาพการขนถ่ายสินค้าให้มีความคล่องตัวสูงสุด และจะนำข้อเสนอของภาคเอกชน ไปพิจารณาทบทวนแนวทางการขยายอายุสัมปทานให้กับผู้ประกอบการภายใน ทลฉ. ตามความเหมาะสมต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'อรรถวิชช์' ชูจุดยืนหนุน 'แลนด์บริดจ์' รองรับอุตสาหกรรมใหม่สู้วิกฤตพลังงาน
นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวแสดงความคิดเห็นต่อโครงการ “แลนด์บริดจ์” ซึ่งมีเป้าหมายเชื่อมอ่าวไทย-อันดามัน ยกระดับไทยสู่ศูนย์กลางโลจิสติกส์ของเอเชีย

