‘ปลัดคลัง’ ยันจำเป็นเร่งด่วนออกกม.กู้4แสนล้าน ชี้ศก.เจอวิกฤติหนัก ระบุลดภาษีน้ำมันเสี่ยงกระทบรายได้

‘ปลัดคลัง’ ยืนยันเศรษฐกิจไทยเจอเจอวิกฤติพลังงานหนัก จำเป็นต้องออกกฎหมายกู้เงิน 4 แสนล้านบาท แจงยิบเช็คลิสต์งบประมาณทุกส่วนแล้วเหลือไม่เพียงพอ พร้อมตอบข้อเสนอลดภาษีน้ำมัน 6-7 บาทต่อลิตร ทำรายได้สูญ 2 แสนล้าน สุมปัญหาจัดเก็บรายได้ไม่พอรายจ่าย เสี่ยงเกิดวิกฤติการคลังซ้อนวิกฤติเศรษฐกิจ สุดท้ายต้องออกกฎหมายกู้เงินชดเชยงบประมาณอยู่ดี

6 พ.ค. 2569 – นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวยืนยันว่า การออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ…. วงเงินไม่เกิน 4 แสนล้านบาท ถือเป็นความจำเป็นเร่งด่วน และเชื่อว่ารัฐบาลดำเนินการตามขั้นตอนถูกต้องตามกฎหมาย และการใช้เงินเกิดความคุ้มค่า เนื่องจากมีทั้งมาตรการเยียวยา และบรรเทาผลกระทบเร่งด่วนให้กับประชาชน รวมถึงมาตรการเปลี่ยนผ่านปรับโครงสร้างจากพลังงานฟอสซิลไปสู่พลังงานสะอาด

“การออก พ.ร.ก.กู้เงินครั้งนี้ มีความจำเป็นเร่งด่วนจริง เนื่องจากตอนนี้เศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบจากวิกฤตพลังงานโลกอย่างรุนแรง และแหล่งเงินต่าง ๆ ที่มีอยู่ไม่เพียงพอต่อการเยียวยาและปรับโครงสร้างเศรษฐกิจให้เห็นผลอย่างรวดเร็ว ที่ผ่านมากระทรวงการคลังได้พิจารณาแหล่งเงินต่าง ๆ แล้ว ทั้งจากการออกพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โอนงบประมาณปี 2569 ซึ่งได้ไม่ถึง 5 หมื่นล้านบาท ขณะที่งบกลางปีงบประมาณ 2569 เหลือเพียง 2 หมื่นล้านบาท และงบประมาณปี 2570 ยังต้องรออีก 5 เดือนจึงจะมีผลบังคับใช้ ซึ่งไม่ทันต่อการแก้สถานการณ์วิกฤติเศรษฐกิจ จึงมีความจำเป็นต้องออก พ.ร.ก.กู้เงินดังกล่าว” ปลัดกระทรวงการคลัง ระบุ

สำหรับข้อเสนอการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน 6-7 บาทนั้น จะทำให้รายได้ของกรมสรรพสามิตหายไป 2 แสนล้านบาท และทำให้รัฐบาลมีปัญหาการจัดเก็บรายได้ไม่เพียงพอต่อรายจ่าย ท้ายที่สุดก็จะต้องออกกฎหมายเพื่อกู้เงินชดเชยขาดดุลงบประมาณอยู่ดี ซึ่งกระทรวงการคลังไม่เห็นด้วยกับแนวทางนี้ เพราะจะทำให้เกิดวิกฤติการคลังซ้อนวิกฤติเศรษฐกิจ ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและสถาบันการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ

อย่างไรก็ดี การใช้เงินจาก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ได้ถูกออกแบบมาให้เกิดความคุ้มค่าและโปร่งใสมากที่สุด โดยหลังจากนำ พ.ร.ก.กู้เงินเสนอขึ้นทูลเกล้า และประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว หลังจากนั้นกระทรวงการคลังจะออกประกาศกระทรวง 2 ฉบับ ได้แก่ 1.ประกาศกระทรวงการคลังเรื่องหลักเกณฑ์เงื่อนไขของโครงการที่จะมาขอใช้เงินกู้ ซึ่งหน่วยงานด้านเศรษฐกิจจะพิจารณาทุกโครงการอย่างรอบคอบที่สุด นอกจากนี้จะสร้างเว็บไซต์เพื่อนำรายละเอียดของโครงการต่าง ๆ ที่ได้รับอนุมัติใช้เงินกู้ ให้ประชาชนเข้ามาตรวจสอบดูรายละเอียดได้ทั้งหมด และ 2.ประกาศตั้งคณะกรรมการตรวจสอบและประเมินผลโครงการที่ใช้เงินจาก พ.ร.ก.กู้เงิน ซึ่งประธานและกรรมการส่วนใหญ่เป็นบุคคลจากภายนอก ไม่ใช่บุคลากรของกระทรวงและบุคลากรจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ตรวจสอบและประเมินโครงการเป็นไปอย่างตรงไปตรงมา ไม่มีข้อครหาว่ากระทรวงการคลังเสนอเอง ตรวจสอบเอง

เพิ่มเพื่อน