‘คมนาคม’ สั่งเข้มปูพรมตรวจสารเสพติด ‘รฟท.-ขสมก.-บขส’ยกระดับคัดกรองทุกวัน

‘สิริพงศ์’ เผยผลตรวจสารเสพติด ‘พนักงานขับรถไฟชนรถเมล์’ พบเป็นบวกหลายชนิด สั่งปูพรมตรวจทั้ง รฟท.-ขสมก.-บขส. ยกระดับคัดกรองเข้มทุกวัน สั่งให้ออกไว้ก่อน ‘พนักงานขับ-ผู้ควบคุมไม้กั้น’ ตั้งกรรมการสอบทันที เร่งสอบเหตุสรุปผลภายใน 20 พ.ค.นี้ เพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่-ตำรวจ-ผู้ตรวจการคุมจุดเสี่ยง ลุยหารือ กทม. ปรับปรุงจุดตัดยกระดับความปลอดภัยทั่วเมือง

18 พ.ค. 2569-นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม เปิดเผยถึงกรณีอุบัติเหตุรถไฟชนรถโดยสารประจำทางเมื่อวันที่ 16 พ.ค. 2569 ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงในหลายประเด็น โดยเฉพาะกรณีที่มีข้อมูลว่า พนักงานขับรถไฟรายดังกล่าว ไม่มีใบอนุญาตขับขี่รถไฟ ซึ่งขอชี้แจงว่า ใบอนุญาตขับขี่รถไฟ แบ่งออกเป็น 2 ส่วน และอยู่ภายใต้กฎหมายคนละฉบับ ได้แก่ ใบอนุญาตขับขี่รถไฟของกรมการขนส่งทางราง (ขร.) และใบขับขี่รถไฟของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) โดยความแตกต่างระหว่างใบอนุญาตของ ขร. กับใบขับขี่ของ รฟท. นั้น เดิม รฟท. เป็นผู้กำกับดูแลระบบเองทั้งหมด แต่เมื่อมี พ.ร.บ.รางฯ ฉบับใหม่  ขร. จึงเข้ามาทำหน้าที่เป็นหน่วยงานกำกับดูแลและตรวจสอบมาตรฐานกลางของระบบรางทั้งประเทศ

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบ พบว่า พนักงานขับรถไฟรายดังกล่าว มีใบขับขี่รถไฟของ รฟท. ถูกต้อง สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ แต่ยังไม่ได้ดำเนินการยืนยันตัวตนเพื่อขอใบอนุญาตตาม พ.ร.บ.การขนส่งทางรางฉบับใหม่ของ ขร. ซึ่งเริ่มมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 27 มี.ค. ที่ผ่านมา และกฎหมายกำหนดระยะเวลาดำเนินการไว้ 120 วัน จึงยังถือว่า อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านของกฎหมาย อย่างไรก็ตาม แม้กรณีดังกล่าว จะยังอยู่ในกรอบเวลาที่กฎหมายเปิดช่องให้ดำเนินการได้ แต่ไม่ใช่ข้ออ้างในการละเลยมาตรฐาน เพราะพนักงานคนอื่นได้ดำเนินการยืนยันตัวตนเรียบร้อยแล้ว ขณะที่ รายนี้ ยังไม่ได้เข้าระบบ

นายสิริพงศ์ กล่าวต่อว่า สำหรับประเด็นผลตรวจสารเสพติดของพนักงานขับรถไฟนั้น จากรายงานทางการแพทย์ถึงผลการตรวจสอบเบื้องต้น (Screening Test) ปรากฏว่า เป็นผลบวกและมีสารเสพติดหลายชนิด แต่ยังไม่สามารถสรุปได้ว่า เกิดจากการสารเสพติดชนิดใด เนื่องจากเป็นหน้าที่ของตำรวจและแพทย์ที่จะสอบสวนและยืนยันผลอย่างเป็นทางการต่อไป โดยกระทรวงคมนาคมไม่ได้เข้าไปสอบปากคำผู้ขับโดยตรง

ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้ รฟท. เข้มงวดมาตรการตรวจสารเสพติดและแอลกอฮอล์ของพนักงานขับรถไฟ จากปกติจะตรวจแอลกอฮอล์ทุกวันก่อนปฏิบัติงาน ส่วนสารเสพติดจะเป็นการสุ่มตรวจเป็นรอบ แต่หลังเกิดเหตุครั้งนี้ กระทรวงคมนาคมได้สั่งปูพรมตรวจทุกหน่วยงานที่มีพนักงานขับรถโดยสาร ทั้ง รฟท. องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) และบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) โดยทันที

ส่วนกรณีเจ้าหน้าที่ประจำจุดตัดทางรถไฟต้องทำหลายหน้าที่พร้อมกันนั้น ในความเป็นจริงมีขั้นตอนปฏิบัติชัดเจน ไม่ได้ทำทุกอย่างพร้อมกัน โดยลำดับแรกต้องประเมินสถานการณ์ และแจ้งเตือนผ่านวิทยุก่อน จากนั้นจึงสั่งปิดไม้กั้น และเมื่อระบบพร้อมจึงให้สัญญาณเดินรถตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ โดยเหตุการณ์ดังกล่าว ยังต้องรอผลสอบสวนอย่างละเอียด เนื่องจากข้อมูลจากผู้ควบคุมรางและพนักงานขับรถไฟยังให้การไม่ตรงกัน

ทั้งนี้เบื้องต้นทราบว่า มีการแจ้งเตือนเรื่องรถเมล์ขวางทางรถไฟตั้งแต่ช่วงแยก RCA แล้ว แต่รายละเอียดเรื่องความถี่วิทยุ การตอบรับสัญญาณ และขั้นตอนปฏิบัติยังต้องรอผลสอบอย่างเป็นทางการ ซึ่งคาดว่าจะสรุปข้อเท็จจริงและรายงานไปยังกระทรวงคมนาคมได้ในวันที่ 20 พ.ค. นี้ อย่างไรก็ตาม ล่าสุด ได้มีคำสั่งดำเนินการทางวินัยกับผู้เกี่ยวข้องแล้วหลายราย โดยเฉพาะพนักงานขับรถไฟและผู้ควบคุมไม้กั้น ซึ่งถูกสั่งให้ออกจากหน้าที่ไว้ก่อน พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบสวนทันทีโดยไม่ต้องรอผลสรุปข้อเท็จจริง

นายสิริพงศ์ ยังกล่าวถึงแนวทางพัฒนาระบบรางในอนาคตว่า หลายโครงการยังจำเป็นต้องเดินหน้าต่อ แม้ต้องใช้เวลาระยะยาวในการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน แต่สิ่งที่ทำได้ทันทีคือการจัดการปัจจัยด้าน Human Error ลดความผิดพลาดจากบุคคล รวมถึงนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเสริมความปลอดภัย ก่อนจะขยายไปสู่การลงทุนโครงสร้างขนาดใหญ่ในระยะยาว

นายสิริพงศ์ กล่าวอีกว่า สำหรับแนวทางแก้ปัญหาเร่งด่วนนั้น ได้สั่งการให้รถไฟขนส่งสินค้างดวิ่งในช่วงเวลากลางวัน โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) เนื่องจากปัจจุบันการจราจรในวันเสาร์-อาทิตน์มีปริมาณหนาแน่นกว่าในอดีต และรถสินค้ามีน้ำหนักมาก ใช้ระยะเบรกมากกว่ารถโดยสาร จึงต้องเปลี่ยนไปวิ่งช่วงกลางคืนแทน นอกจากนี้ จะเพิ่มมาตรการความปลอดภัยในจุดตัดทางรถไฟ โดยให้เจ้าหน้าที่ควบคุมรางประสานงานกับตำรวจ รวมถึงให้ ขสมก. ส่งผู้ตรวจการไปประจำตามจุดเสี่ยง เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกและกำกับดูแลการจราจรอย่างใกล้ชิด ขณะที่การปรับปรุงพื้นที่บริเวณจุดตัดทางรถไฟ จะต้องหารือร่วมกับ กทม. และหน่วยงานด้านจราจรต่อไป.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

จ่อแจ้งข้อหาเพิ่ม 'โชเฟอร์รถเมล์' ตร.รับเจ้าภาพล้อมคอกป้องเหตุซ้ำ

ตร. จ่อแจ้งข้อหาเพิ่ม 'โชเฟอร์รถเมล์' ยันลุยสอบผู้เกี่ยวข้องอย่างละเอียด พร้อมแอ่นอกรับเป็นเจ้าภาพ ยกเครื่องระบบป้องกันถนนจุดตัดผ่านรถไฟ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำอีก

'กมธ.คมนาคม' สภาสูง ถกด่วน! เหตุรถไฟชนรถเมล์ เรียกแจง 20 พ.ค.

'กมธ.คมนาคม วุฒิสภา' เรียกหน่วยงานเกี่ยวข้องเหตุรถไฟชนรถเมล์ แจง 20 พ.ค. หนุนแนวคิดนายกฯ 'ทำอุโมงค์-ทางยกระดับ' แก้ปัญหาจุดตัดรถไฟ ชี้ปฏิเสธความผิดไม่ได้หลังพบคนขับฉี่ม่วง

'นายกสภาทนาย' เฉลยใครประมาท! เหตุรถไฟชนรถเมล์ พร้อมจัดทีมช่วยผู้เสียหาย

'ธนพล' นายกสภาทนายความตั้งข้อสังเกตใครประมาทเคสรถไฟชนรถเมล์ จัดทีมทนายเยี่ยมคนเจ็บ ดูสถานที่จริง รับช่วยเหลือเคสนี้ทุกคน รับเป็นตัวกลางเจรจรค่าเสียหายจาก 'รฟท.-ขสมก.'

รัฐบาลขอความร่วมมืองดส่งต่อภาพ ‘ศพ-คนเจ็บ’ เหตุรถไฟชนรถเมล์

นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปืดเผยว่า รัฐบาลแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้สูญเสียและผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากกรณีอุบัติเหตุรถโดยสารประจำทางของ ขสมก.

ขสมก. เยียวยาผู้เสียชีวิต รายละ 1.5 ล้าน ดับพุ่ง 8 ศพ โศกนาฏกรรมรถไฟชนรถเมล์กลางกรุง

สลดกลางกรุง เหตุรถโดยสารขสมก.สาย 206 จอดคร่อมรางรถไฟแยกอโศก-เพชรบุรี ก่อนถูกรถสินค้าการรถไฟฯ พุ่งชนจนเกิดเพลิงไหม้ มีผู้เสียชีวิตเบื้องต้น 8 ราย บาดเจ็บกว่า 25 คน ด้าน ขสมก. ประกาศเยียวยาผู้เสียชีวิตรายละ 1.5 ล้านบาท พร้อมดูแลค่ารักษาผู้บาดเจ็บทั้งหมด ขณะที่ แอร์พอร์ตลิงก์มักกะสันเปิดให้บริการตามปกติแล้ว

“พิพัฒน์” สั่งสอบด่วนปมสินบน โยง 3 กรมใหญ่ “เจ้าท่า-ทางหลวง-ขนส่ง” มีชื่อเอี่ยว

“พิพัฒน์ ” สั่งปลัดคมนาคมเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง หลังผลสำรวจภาคเอกชนชี้ 3 หน่วยงานสังกัดคมนาคมติดโผมูลค่าสินบนสูง ย้ำหากพบมีมูลตั้งกรรมการสอบทันที ด้าน “สรรเพชญ-สิริพงศ์” เร่งอุดช่องโหว่ ดันระบบออนไลน์ ตัดวงจรเรียกรับผลประโยชน์ ขณะที่อธิบดีกรมเจ้าท่าประกาศกร้าว พบโกงไล่ออกสถานเดียว