สพฐ.ประกาศแนวปฎิบัติรับนักเรียนปี 66 แล้ว ป.1 ห้ามสอบ ไม่ใช้ผลคะแนนโอเน็ต ในการรับชั้นม.1หรือม.4

25 ต.ค.2565 – นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆนี้ตนได้ลงนามประกาศสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เรื่อง นโยบายและเเนวปฏิบัติเกี่ยวกับการรับนักเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปีการศึกษา 2566 โดยแนวปฎิบัติดังกล่าวมีข้อสรุปดังนี้ 1.นโยบายและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการรับนักเรียน สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปีการศึกษา 2566 มีประเด็นที่เป็นสาระสำคัญและประเด็นที่ปรับเพิ่มเติม ขอแจ้งเน้นย้ำเพื่อให้เกิดความชัดเจนในการปฏิบัติ คือ เพิ่มหลักการดำเนินการรับนักเรียนให้มีความปลอดภัย มีการจัดระบบ วิธีการรับนักเรียนที่ปลอดภัย ทั้งจากภัยพิบัติ ภัยคุกคาม ภัยจากโรคอุบัติใหม่และโรคอุบัติซ้ำ และบทบาทของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้รับทราบประกาศเขตพื้นที่บริการที่ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) และแผนการรับนักเรียนของโรงเรียนที่ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการรับนักเรียนระดับโรงเรียน รวมทั้งให้คำปรึกษาการรับนักเรียนของโรงเรียน ในปีการศึกษา 2566 เพื่อให้การรับนักเรียนมีความบริสุทธิ์ ยุติธรรม เป็นธรรม เสมอภาค โปร่งใส และตรวจสอบได้

เลขาธิการกพฐ.กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้บทบาทของโรงเรียนในส่วนของการจัดทำแผนการรับนักเรียน ต้องให้สอดคล้องตามแผนชั้นเรียนเต็มรูประยะ 5 ปี ตั้งแต่ปีการศึกษา2565-2569 และแผนชั้นเรียนรายปีของสถานศึกษาสังกัดสพฐ. รวมทั้งนำเสนอการประกาศเขตพื้นที่บริการและแผนการรับนักเรียนของโรงเรียนให้คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานทราบ

ส่วนแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการรับนักเรียนในระดับชั้นก่อนประถมศึกษา ให้รับเด็กอายุ 4-5 ปีในเขตพื้นที่บริการเข้าเรียนชั้นอนุบาล 2 และอนุบาล 3 โดยห้ามสอบวัดความสามารถทางวิชาการ สำหรับสถานศึกษาที่เคยรับเด็กอนุบาล อายุ 3 ปีบริบูรณ์ ที่ได้รับการอนุญาตให้เปิดรับอยู่ก่อนแล้ว ให้รับเด็กอายุ 3-5 ปี ในเขตพื้นที่บริการเข้าเรียนชั้นอนุบาล 2 และอนุบาล 3 โดยห้ามสอบวัดความสามารถทางวิชาการ ขณะที่แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการรับนักเรียนในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ยังคงเป็นไปตามปีการศึกษา 2565 ทั้งนี้ ห้ามสอบวัดความสามารถทางวิชาการในระดับชั้นป.1 และไม่นำผลคะแนนการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือโอเน็ตมาใช้ในการรับนักเรียนเข้าศึกษาต่อชั้นม.1 และม.4

“การรับนักเรียนเงื่อนไขพิเศษหากโรงเรียนเนว่ามีความจำเป็นให้เสนอคณะกรรมการรับนักเรียนระดับเขตพื้นที่การศึกษาให้ความเห็นชอบ ซึ่งต้องได้รับความเห็นชอบก่อนประกาศรับสมัครนักเรียน ทั้งนี้ให้คณะกรรมการรับนักเรียนระดับโรงเรียน กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการรับนักเรียนที่มีเงื่อนไขพิเศษ

รวมกับนักเรียนที่มีความสามารถพิเศษ ไม่เกินร้อยละ 20 ของแผนการรับนักเรียนห้องเรียนปกติ โดยต้องประกาศหลักเณฑ์ก่อนการพิจารณาและประกาศรายชื่อนักเรียนที่ได้รับการพิจารณาตามเงื่อนไขพิเศษให้สาธารณชนทราบ รวมถึงการกำหนดจำนวนนักเรียนต่อห้องยังคงกำหนดเช่นเดียวกับปีการศึกษา 2565 คือ ม.1 และม.4 กำหนดไว้ห้องละไม่เกิน 40 คนโดยไม่ให้เพิ่มจำนวนนักเรียนต่อห้อง”นายอัมพร กล่าวและว่า ทั้งนี้ปฏิทินการรับนักเรียน ปีการศึกษา 2566 กำหนดช่วงเวลาตั้งแต่วันรับสมัครจนถึงวันมอบตัวระหว่างวันที่ 4 ก.พ. – 8 เม.ย.2566 อย่างไรก็ตามปฏิทินการดำเนินงานการรับนักเรียนปีการศึกษา 2566 ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการเป็นไปตามที่กำหนด โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนต.ค.2565 ไปจนถึงก.พ.2566 เพื่อให้แล้วเสร็จทันการเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายกฯ จับตา สพฐ. ลงโทษครูสาวบูลลี่ พล.อ.เปรม เผยตั้งคกก.สอบวินัยร้ายแรงแล้ว

นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้ความสำคัญและติดตามความคืบหน้าการดำเนินการของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)

ร.ร.บ้านริมใต้ เชียงใหม่ แชมป์3สมัยติด 'สพฐ.–ไทยฮอนด้า วิ่ง 31 ขา สามัคคี'

ระเบิดศึกความสามัคคี เค้นฝีเท้า “สพฐ.–ไทยฮอนด้า วิ่ง 31 ขา สามัคคี ปีที่ 18” ภายใต้แนวคิด “กล้า ก้าว สามัคคี” รอบชิงชนะเลิศ! 20 ทีมตัวแทนจากทั่วประเทศร่วมชิงชัย โดยแชมป์ตกเป็นของโรงเรียนบ้านริมใต้ จ.เชียงใหม่ ที่รวมใจเค้นฝีเท้าเข้าเส้นชัยด้วยความพร้อมเพรียงได้เร็วที่สุดด้วยเวลา 9.103 วินาที พร้อมครองถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นสมัยที่ 3 ติดต่อกัน