‘อนุทิน’ จัดบัตรทองรักษาทุกที่-ฟรีชุดตรวจมะเร็งปากมดลูกของขวัญปีใหม่

บัตรทองรักษาทุกที่ – ฟรีชุดตรวจมะเร็งปากมดลูก ‘อนุทิน’ จัดของขวัญปีใหม่ 65 บริการคนไทย เผย แผนสกัดโอมิครอน เน้นลดความสูญเสีย เศรษฐกิจ ต้องไปต่อได้

2 ม.ค.2565- นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข กล่าวถึงแผนการให้บริการด้านสุขภาพแก่ประชาชน ในปี 2565 ว่า สธ.เชื่อหากสุขภาพของคนไทยแข็งแรง ประเทศชาติ ย่อมแข็งแรงตาม ดังนั้นงานให้บริการด้านสุขภาพแก่ประชาชนจึงเป็นเรื่องจำเป็น และต้องพัฒนาขึ้นให้ดีขึ้นในทุกปี ปีนี้ กระทรวงสาธารณสุขขอมอบของขวัญให้ประชาชน คือ 1.โครงการสิทธิบัตรทอง หากเจ็บป่วยและมีความจำเป็น สามารถไปรับบริการจากสถานบริการปฐมภูมิที่ใดก็ได้ โดยไม่ถูกปฏิเสธ หรือถูกเรียกเก็บเงิน หรือต้องกลับไปรับใบส่งตัว เพื่อลดข้อจำกัดการเข้ารับบริการของประชาชน โดยเฉพาะเมื่อมีเหตุจำเป็นไม่สามารถไปรับบริการที่หน่วยบริการที่ลงทะเบียนไว้ได้ เช่น เดินทางไปนอกพื้นที่ หรือพักอาศัยอยู่ในเขตติดต่อจังหวัดอื่น เป็นต้น

“จากการนำร่องโครงการเจ็บป่วยไปรับบริการกับหมอประจำครอบครัวในหน่วยบริการปฐมภูมิที่ใดก็ได้ ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและกทม. ช่วงปี 2564 พบว่า ประชาชนได้รับความสะดวกในการเข้ารับบริการ เราจึงมีมติให้ขยายการดำเนินการในทุกพื้นที่ทั่วประเทศพร้อมกัน ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2565 เป็นต้นไป”

นอกจากนี้ 2.โครงการคัดกรองมะเร็งปากมดลูกที่บ้านด้วยตนเอง เนื่องจากเป็นโรคที่พบมากเป็นอันดับ 3 ของโรคมะเร็ง ทั้งนี้ ในความเป็นจริง แม้ปัจจุบันจะสามารถเข้ารับการตรวจด้วยวิธี Pap Smear และ HPV DNA Test ได้ตามสิทธิประโยชน์ แต่หลายพื้นที่ยังไม่สามารถตรวจคัดกรองได้ตามเป้าหมาย เพราะติดอุปสรรคนานับประการ ดังนั้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้มากขึ้น จึงได้ให้ประชาชนดำเนินการด้วยตนเองที่บ้าน ซึ่งสถาบันมะเร็งแห่งชาติจะรับผิดชอบจัดหาชุดอุปกรณ์ตรวจ HPV ด้วยตนเอง จำนวน 8 หมื่นชุด แจกจ่ายให้แก่โรงพยาบาลแม่ข่ายที่เข้าร่วมโครงการ โดยหญิงไทยอายุ 30-60 ปี สามารถขอรับชุดตรวจได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.- 31 ธ.ค.2565

“การรับมือกับโควิด 19 สายพันธุ์โอมิครอนแม้จะมีรายงานการติดเชื้อเข้ามา แต่สิ่งที่เราต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิดคือ อัตราการป่วยหนัก และเสียชีวิต ต้องพยายามกดยอดส่วนนี้ให้อยู่ในจุดที่ระบบสาธารณสุขสามารถรองรับได้ พร้อมไปกับการเปิดทางให้เศรษฐกิจไทยขับเคลื่อนต่อไปได้ การปิดเมือง จะเป็นมาตรการสุดท้าย ที่เราจะพิจารณาใช้อย่างละเอียดถี่ถ้วนที่สุด ที่ผ่านมา เราได้เตรียมแผนการ และทรัพยากรรองรับการแพร่ระบาดไว้แล้ว แต่ ก็ต้องวิงวอนขอให้ประชาชน ใช้ชีวิตด้วยความระมัดระวังเช่นกัน” 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รัฐบาลยกมาตรฐาน 'เครื่องมือแพทย์' เริ่มใช้เกณฑ์ใหม่ 20 มิ.ย.

รัฐบาลยกระดับมาตรฐานเครื่องมือแพทย์ เริ่มใช้เกณฑ์ใหม่ 20 มิ.ย. นี้ กำชับฉลาก–เอกสารกำกับต้องชัดเจน ปลอดภัย ไม่โอ้อวดเกินจริง

เอาจริง! รัฐบาลตั้งบอร์ดเซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติ นายกฯนั่งประธาน

“อนุทิน” ลงนามตั้งบอร์ดเซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติ นายกฯนั่งประธาน ดึงหัวหน้าส่วนราชการ-ตัวแทนเอกชน นั่งกรรมการ ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ฮับผลิตชิปขั้นสูงอาเซียน ดันสร้างอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ในไทย ผลักดันเป้าหมาย “ชิปเมดอินไทยแลนด์” ควบคู่พัฒนาบุคลากรรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรม 14 มิถุนายน 2569 - รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆนี้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ได้ลงนามในคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 192/2569 เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายอุตสาหกรรมเซมิคอนตักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ชั้นสูงแห่งชาติ โดยคำสั่งนายกรัฐมนตรีฉบับนี้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่ได้มีการแถลงต่อรัฐสภาว่ารัฐบาลมีนโยบายในนการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยให้เติบโต แข่งขันได้อย่างยั่งยืน เสริมศักยภาพ การเติบโตของประเทศให้พ้นจากกับดักประเทศรายได้ปานกลาง ด้วยการสร้างความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมเดิมควบคู่กับการสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจสำคัญใหม่ เช่น ดิจิทัล AI หุ่นยนต์(Robotic) เซมิคอนดักเตอร์ อาหารแปรรูปมูลค่าสูง พลังงานสะอาด เทคโนโลยีชีวภาพ ยานยนต์สมัยใหม่การแพทย์และสุขภาพ ซึ่งอุตสาหกรรมแห่งอนาคตจำนวนมากต้องใช้เซมิคอนดักเตอร์เป็นอุปกรณ์ และส่วนประกอบที่สำคัญ ซึ่งจำเป็นต้องมีการดึงดูดการลงทุน และวางยุทธศาสตร์การผลักดันอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของประเทศอย่างต่อเนื่องและจริงจัง ก่อนหน้านี้ประเทศไทยได้มีการจัดทำยุทธศาสตร์เป้าหมายที่จะมุ่งสู่การเป็นฮับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงของอาเซียน และผลักดันผลิตภัณฑ์ 'ชิปเมดอินไทยแลนด์' ให้เกิดจริงภายในปี ค.ศ. 2050 หรือ ปี พ.ศ. 2593 โดยเน้นยุทธศาสตร์การดึงดูดการลงทุนมูลค่า 2.5 ล้านล้านบาท และพัฒนาบุคลากรทักษะสูงกว่า 230,000 คน ทั้งนี้เผื่อผลักดันเป้าหมายดังกล่าวให้เกิดขึ้นจริงนายกรัฐมนตรีจึงได้มีคำสั่งให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการนโยบายอุตสาหกรรมเซมิคอนตักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ชั้นสูงแห่งชาติขึ้น โดยนโยบายนี้จะสร้างความมั่นคงให้กับห่วงโช่อุปทานของอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ ทำให้เกิดการพัฒนาบุคลากรและปัจจัยสนับสนุนการลงทุน นำไปสู่การปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมในภาพรวมและการสร้างขีดความสามารถของประเทศในการเป็นฐานการผลิตเชมิคอนดักเตอร์ และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงที่สำคัญของภูมิภาคอาเซียนได้ในอนาคต ทั้งนี้ เพื่อให้การขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนตักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงในประเทศไทยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ มีการบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน และเกิดผล อย่างเป็นรูปธรรม อาศัยอำนาจตามความในมาตรา11 (6) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดินพ.ศ.2534 นายกรัฐมนตรีจึงมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายอุตสาหกรรมเชมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงแห่งชาติ โดยองค์ประกอบของคณะกรรมการฯมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีเป็นรองประธานกรรมการ กรรมการประกอบไปด้วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม (อว.) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ปลัดกระทรวงการคลัง เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีไมโครอิเล็กทรอนิกส์ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย นายกสมาคมการค้าอุตสาหกรรมไทยเซมิคอนดักเตอร์ นายกสมาคมนายจ้างอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ นายเบญจรงค์ สุวรรณคีรี นายอนุชิต อนุชิตานุกูล กรรมการ และมีนายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เป็นกรรมการและเลขานุการ สำหรับอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการฯได้แก่ 1.กำหนดทิศทางนโยบาย แผนแม่บท และเป้าหมายในการพัฒนาอุตสาหกรรมเชมิคอนดักเตอร์ และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องในประเทศไทย 2.พิจารณาแผนงานและโครงการต่าง ๆ ของหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวกับการพัฒนา อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบ 3.บูรณาการและติดตามประเมินผลการดำเนินงานขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ชั้นสูง ตามแผนงานและกรอบแนวทางที่กำหนดไว้ รวมทั้งให้ข้อเสนอแนะในการดำเนินการที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้นโยบายการพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงใหเเกิดผลในทางปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ตลอดจนรายงานผลการดำเนินงานต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป 4.แต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงาน เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานได้ตามความจำเป็นและเหมาะสม และ 5.ปฏิบัติงานอื่นตามที่นายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีมอบหมาย สำหรับการเบิกจ่ายเบี้ยประชุมและค่าใช้จ่ายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงานของคณะอนุกรรมการและคณะทำงานที่แต่งตั้งตามคำสั่งนี้ ให้เป็นไปตามพระราชกฤษฎีกาเบี้ยประชุมกรรมการ พ.ศ. 2547 หรือตามระเบียบของทางราชการ แล้วแต่กรณี โดยให้เบิกจ่ายจากงบประมาณของหน่วยงานต้นสังกัดของเลขานุการคณะอนุกรรมการ

รัฐบาลสั่งขรก.ไว้ทุกข์-ลดธงครึ่งเสา 15 วัน พร้อมเตรียมงานพระราชพิธีพระศพ

ครม.น้อมรำลึกพระกรุณาธิคุณ 'เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ' สั่งสถานที่ราชการลดธงครึ่งเสา 15 วัน นายกฯ นำคณะรัฐมนตรีถวายน้ำสรงพระศพ 13 มิ.ย. ไม่ห้ามจัดกิจกรรม-งานรื่นเริง ให้ ปชช.ดำเนินชีวิตปกติ

นายกฯ แจงช่วงไว้อาลัย ปชช.ใช้ชีวิตปกติ งานรื่นเริง-คอนเสิร์ตยังจัดได้

นายกฯ นำ ครม. ยืนสงบนิ่งถวายความอาลัย 'เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ' บอกปชช.ใช้ชีวิตปกติ เชื่อทุกคนรู้ดีการปฏิบัติตัวให้เหมาะสม

นายกฯ แถลงการณ์ถวายความอาลัย 'เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ' ชวนคนไทยน้อมรำลึกพระกรุณาธิคุณ

นายกฯ แถลงการณ์ผ่านทีวีพูล ถวายความอาลัย 'เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ' เชิญชวนพสกนิกรชาวไทยร่วมน้อมรำลึกพระกรุณาธิคุณอันล้นพ้นหาที่สุดมิได้

ทำเนียบฯ ลดธงครึ่งเสา ถวายความอาลัย 'เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ'

ทำเนียบรัฐบาลลดธงครึ่งเสา ถวายความอาลัย 'เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ' ขณะที่นายกฯ หัวโต๊ะ ครม.นัดพิเศษ หารือมอบหมายภารกิจถวายงานพระราชพิธี