ลดก๊าซเรือนกระจกจาก'สวนยาง' สร้างรายได้เกษตรกร

อ.อ.ป.- กยท.ลงนาม MOU ส่งเสริมทำสวนยางมาตรฐานสากล ช่วยลดก๊าซเรือนกระจก สร้างธุรกิจคาร์บอนเครดิตจากสวนยางพารา เตรียมถ่ายทอดนวัตกรรมให้เกษตรกร หนุนความร่วมมือวิชาการ

20 พ.ค.2565 – นายสุกิจ จันทร์ทอง ผู้อำนวยการองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ และนายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการส่งเสริมการทำสวนยางอย่างยั่งยืนตามมาตรฐานในระดับสากล และการบริหารจัดการการลดก๊าซเรือนกระจกจากสวนยางพารา ระหว่างองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (อ.อ.ป.) และการยางแห่งประเทศไทย (กยท.)  ณ ห้องประชุมราชไมตรี (ชั้น 4) อาคาร 50 ปี การยางแห่งประเทศไทย กรุงเทพฯ

นายสุกิจ จันทร์ทอง ผู้อำนวยการการองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ กล่าวว่า การลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการส่งเสริมการทำสวนยางอย่างยั่งยืนตามมาตรฐานในระดับสากล และการบริหารจัดการลดก๊าซเรือนกระจกจากสวนยางพารา เป็นความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ที่มุ่งเน้นดำเนินตามพันธกิจของรัฐวิสาหกิจของ อ.อ.ป. และ กยท. การลงนามในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ร่วมกัน เป็นการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ นวัตกรรม และพัฒนาศักยภาพด้านการจัดการสวนยางพาราอย่างยั่งยืนตามมาตรฐานในระดับสากลให้ได้ตามมาตรฐาน FSCTM, PEFCTM  ตลอดจนแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ นวัตกรรมและพัฒนาศักยภาพด้านการบริหารจัดการการลดก๊าซเรือนกระจกจากสวนยางพารา และสร้างโอกาสในธุรกิจคาร์บอนเครดิตจากสวนยางพารา    

” ความร่วมมือในครั้งนี้ อ.อ.ป. และ กยท. จะให้การสนับสนุนและให้ความร่วมมือในรูปแบบการจัดทำโครงการฝึกอบรมถ่ายทอดความรู้ นวัตกรรมให้แก่บุคลากร เกษตรกรชาวสวนยาง เพื่อพัฒนาความรู้ สร้างความเข้าใจเรื่องการทำสวนยางให้เกิดความอย่างยั่งยืน และให้เป็นไปตามมาตรฐานในระดับสากล รวมทั้งการบริหารจัดการการลดก๊าซเรือนกระจกจากสวนยางพาราที่สามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรชาวสวนยาง ” ผอ.อ.อ.ป. กล่าว

นายสุกิจ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ทั้ง 2 หน่วยงาน จะมีการแลกเปลี่ยนบุคลากร มีการศึกษาดูงาน และฝึกงานบุคลากรของทั้ง 2 หน่วยงาน เพื่อเป็นการเสริมสร้างประสบการณ์และพัฒนาศักยภาพ เตรียมความพร้อมในการปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเผยแพร่ความรู้ให้แก่เกษตรกรชาวสวนยาง รวมถึงเสริมสร้างและสนับสนุนความร่วมมือทางวิชาการ นวัตกรรม ในเรื่องการจัดการสวนยางให้เกิดประโยชน์ต่อเกษตรกรชาวสวนยางอย่างสูงที่สุด  อ.อ.ป. และ กยท. มุ่งหวังว่า การลงนามความร่วมมือฯ ครั้งนี้ จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อเกษตรกรชาวสวนยาง และจะสามารถพัฒนาศักยภาพของสวนยางให้เกิดความยั่งยืนตามมาตรฐานในระดับสากล  ตลอดจนสามารถขับเคลื่อนงานของรัฐบาลเรื่องลดก๊าซเรือนกระจกให้กับประเทศไทยอีกทางหนึ่ง  

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

“สุชาติ” ขานรับนโยบายนายกฯ ดัน “ป่าชุมชน–คาร์บอนเครดิต” สร้างรายได้ ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างยั่งยืน

เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้สั่งการให้กรมป่าไม้ เร่งดำเนินการตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี

กยท.ตอบโจทย์แก้ปัญหาปุ๋ยเคมีแพง ดัน"น้ำนมดิบ"เตรียมพัฒนาสู่"ปุ๋ยอินทรีย์น้ำ"

“กยท.มีน้ำหมักชีวภาพรวมกว่า 4.62 ล้านลิตร แบ่งเป็นน้ำหมักชีวภาพจากน้ำนมดิบ 1.12 ล้านลิตร และน้ำหมักชีวภาพจากปลาหมอคางดำ 3.5 ล้านลิตร ซึ่งเกิดจาก ดำเนินการของ

กยท.อัดงบ 200 ลบ. ผนึกกำลังขับเคลื่อนงานวิจัยและนวัตกรรมยาง ผลักดันไทยเป็นศูนย์กลางยางโลก - เพิ่มมูลค่าสร้างรายได้500,000ล้าน/ปี

กยท. ผนึกกำลังนักวิจัย นักวิชาการ คณาจารย์ และ ภาคเอกชน ร่วมขับเคลื่อนงานวิจัยและนวัตกรรมยาง ตอบโจทย์ความต้องการตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ จัดสรรงบรองรับกว่า 200 ล้านบาท/ปี หวังพัฒนาเพิ่มมูลค่าผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางยางพาราของโลก

กยท. ติดตามสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด ชี้แนวโน้มยางพาราอยู่ในทิศทางดี คาดความต้องการใช้ยางธรรมชาติเพิ่มขึ้น แนะเกษตรกรเพิ่มประสิทธิภาพการทำสวนยาง-ลดต้นทุนการผลิต

กยท. ประเมินสถานการณ์ตะวันออกกลาง ส่งผลต่อภาพรวมยางพาราไทยในหลายมิติ คาดตลาดโลกมีแนวโน้มใช้ยางธรรมชาติทดแทนยางสังเคราะห์มากขึ้น ผนวกกับปริมาณผลผลิตที่ออกสู่ตลาดในบางช่วงยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ

ชาวสวนยางยื่นขอโค่นยางปลูกแทนทะลุ 300,000 ไร่ กยท.ไฟเขียวเปิดให้ยื่นคำขอถึง 31 มี.ค.นี้ พร้อมเดินหน้าให้ความรู้ - หนุนการทำสวนยางยั่งยืน

ชาวสวนยางยื่นคำขอปลูกแทนปี 69 กับ กยท. ทะลุ 300,000 ไร่ ยืนยันงบประมาณกว่า 5,800 ล้านบาท รองรับเพียงพอ ไฟเขียวเปิดยื่นคำขอล็อตสุดท้ายของปีนี้จนถึง 31 มี.ค.