
ทส.-วช. ขยายความร่วมมือทางวิชาการศึกษาวิจัยป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษน้ำ-อากาศ-ขยะ เน้นใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ตั้งกรอบเวลา 5 ปี
18 มิ.ย.2565 – นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กล่าวว่า จากปัญหามลพิษทางอากาศ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) โดย คพ. มีความร่วมมือกันในการผลักดันการใช้ประโยชน์จากการศึกษาวิจัยเพื่อประกอบการจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อแก้ไขปัญหามลพิษอากาศโดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหา PM2.5 มาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2563 คพ. ร่วมกับภาคีเครือข่ายนักวิจัยในประเทศไทย จัดทำโครงการวิจัยต่างๆ เพื่อการแก้ไขปัญหา PM2.5 ในเชิงการบริหารจัดการ ซึ่งทำให้การแก้ไขปัญหาประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี ในปีนี้เราตระหนักถึงความสำคัญของการเชื่อมโยงข้อมูลทางวิชาการเพื่อติดตามป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษสิ่งแวดล้อมทางน้ำ อากาศ และขยะ สำหรับประเทศไทย โดยมุ่งเน้นการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม จึงได้ตกลงขยายขอบเขตบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการด้านการศึกษาวิจัยให้ครอบคลุมประเด็นการติดตามป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษทางน้ำ อากาศ และขยะ เพื่อแสดงเจตนารมณ์และความมุ่งมั่นร่วมกันในการสนับสนุนการดำเนินงานแผนงานวิจัยด้านการพัฒนาและเร่งแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งเน้นการใช้วิทยาศาสตร์ การวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรม อย่างบูรณาการ เชื่อมโยงผลผลิตเพื่อให้บรรลุเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ และประสิทธิผล

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. ได้สนับสนุนทุนวิจัยและนวัตกรรมตามแผนงานสำคัญของประเทศ ภายใต้กรอบการวิจัยและนวัตกรรมด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่เน้นการวิจัยเชิงรุก ด้วยการประชุมระดมความเห็นจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำสู่การกำหนดแผนงานวิจัยตอบโจทย์ผู้ใช้ประโยชน์ตามความต้องการ และใช้กลไกความร่วมมือทางวิชาการระหว่าง วช. กับหน่วยงานต่าง ๆ ในการแก้ไขปัญหาของประเทศ เพื่อขับเคลื่อนผลผลิตและผลสำเร็จจากผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปสู่การใช้ประโยชน์ที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย รวมทั้งมีการต่อยอด ขยายผลกับหน่วยงานผู้ใช้ประโยชน์เพื่อให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ได้ทราบถึงแนวทางการจัดการและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงการยกระดับผลงานวิจัยและนวัตกรรมด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมสู่การนําผลการวิจัยไปใช้ประโยชน์ (Research Utilization) อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนด้วยการวิจัยและนวัตกรรม

ในวันเดียวกัน คพ. และ วช. ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดงานสัมมนาวิชาการเผยแพร่ผลการดำเนินงานของโครงการวิจัยในประเด็นการป้องกันและแก้ไขฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ประจำปีงบประมาณ 2563 ซึ่งเปิดโอกาสให้นักวิจัยที่ได้รับงบประมาณสนับสนุนการดำเนินงานจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และนำเสนอผลการดำเนินงานสู่สาธารณะ รวมทั้งได้เชิญหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในระดับหน่วยงานทั้งในส่วนกลางและในส่วนภูมิภาค สถาบัน องค์กรต่างๆ และภาคประชาชนมาร่วมแสดงความคิดเห็นเพื่อนำผลการดำเนินโครงการศึกษาวิจัยต่างๆ ไปใช้ประโยชน์ต่อไป


ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รองนายกฯสุชาติ ชื่นชม โคราช ขานรับมาตรการป้องกัน PM2.5 รับซื้ออ้อยไฟไหม้ต่ำสุด
นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ติดตามการการดำเนินงานศูนย์สื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.)
รองนายกฯ สั่งเฝ้าระวังคราบน้ำมันเกาะราชาใหญ่ต่อเนื่อง เร่งป้องกันผลกระทบระบบนิเวศ-ท่องเที่ยวภูเก็ต
จากกรณีเรือสินค้า SEALLOYD ARC อับปางเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดคราบน้ำมันบางส่วนลอยกระจาย และถูกกระแสลมกับคลื่นซัดเข้าสู่บริเวณชายฝั่ง เกาะราชาใหญ่ จังหวัดภูเก็ต อย่างต่อเนื่อง
รมว.ทส. สั่งเตรียมพร้อมรับพายุฤดูร้อน 3–6 มี.ค. นี้ จัดกำลัง–อากาศยาน พร้อมช่วยประชาชนทันที
วันนี้ (1 มีนาคม 2569) นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แสดงความห่วงใยประชาชน หลัง กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) แจ้งเตือน 62 จังหวัดในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และกรุงเทพมหานคร
“สุชาติ” ขอบคุณจิตอาสารักสัตว์ ย้ำเร่งสอบสาเหตุการตาย “สีดอหูพับ” โปร่งใส พร้อมเปิดเผยต่อสังคม
วันที่ 2 มีนาคม 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยภายหลังได้รับจดหมายเปิดผนึกจากชมรมจิตอาสารักสัตว์
รองนายกฯ สุชาติ สั่งกรมทะเล ผนึกกำลังผู้ประกอบการและชุมชน เร่งขจัดคราบน้ำมันเกาะราชาใหญ่ หลังเหตุเรืออับปาง ย้ำเฝ้าระวังต่อเนื่องป้องกันผลกระทบระบบนิเวศ
จากกรณีเหตุการณ์เรือ SEALLOYD ARC อับปางเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีคราบน้ำมันบางส่วนถูกกระแสลมและคลื่นพัดเข้าสู่ชายฝั่งเกาะราชาใหญ่อย่างต่อเนื่อง
รมว.ทส.สุชาติ มอบนโยบายขยายผลการน้อมนำแนวพระราชดำริ 'คนอยู่ร่วมกับป่าอย่างยั่งยืน' สู่พื้นที่ป่าอนุรักษ์ทั่วประเทศ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชปณิธานในการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตของราษฎรที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ให้สามารถดำรงชีวิตได้อย่างมั่นคงและถูกต้องตามกฎหมาย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมรับ โครงการพัฒนาชุมชนในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและอุทยานแห่งชาติ จังหวัดกาญจนบุรี ไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์

