
‘เสรี’ ขู่8พรรคร่วมโหวต 'พิธา’ เป็นนายกฯ อาจเลยเถิดถึงขั้นล้มล้างการปกครอง ถูกยุบพรรค ย้ำ ส.ว.ลงมติหนุนไม่เกิน 5 คน
10 ก.ค.2566-นายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว. ให้สัมภาษณ์กรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เตรียมส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตรวจสอบคุณสมบัติของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี กรณีถือครองหุ้นสื่อว่าจะส่งผลต่อการโหวตเลือกนายกฯหรือไม่ ว่า เราต้องพิจารณาคุณสมบัติด้วยอยู่แล้ว การที่กกต.ยื่นศาลรัฐธรรมนูญถือเป็นแนวทางที่สร้างความชัดเจน ช่วยแก้ปัญหาความเห็นต่างๆ กกต.จึงเป็นทางออก เมื่อสอบสวนไต่สวนชัดเจนแล้วสามารถสรุปเสนอต่อศาลรัฐธรรมนูญได้ก็เป็นแนวทางที่จบปัญหา ถ้าทำเสร็จจริงก็ควรส่งไป
ถามว่า อาจถูกมองว่าเป็นการสกัดกั้นนายพิธา ไม่ให้เป็นนายกฯหรือไม่ นายเสรี กล่าวว่า ไม่ใช่เรื่องสกัดหรือไม่สกัด ถ้าใช้คำนั้นเหมือนตั้งใจไม่ให้นายพิธาเป็นนายกฯ แต่เป็นเรื่องของบทบัญญัติรัฐธรรมนูญที่กำหนดให้นายกฯต้องมีคุณสมบัติ และไม่มีลักษณะต้องห้าม โดยกำหนดอยู่ในรัฐธรรมนูญมาตรา 272 ที่ให้ ส.ส. และ ส.ว. โหวตเลือกนายกฯ ส่วนมาตรา 159 ส.ส. และ ส.ว. ต้องเลือกบุคคลที่มีคุณสมบัติไม่มีลักษณะต้องห้ามคือห้ามถือหุ้นสื่อ ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ผิดในตัวเองอยู่แล้ว แต่การส่งศาลรัฐธรรมนูญก็เพื่อหาข้อยุติให้ชัดเจน เพราะการถือหุ้นคือเหตุ ส่วนผลคือรอศาลตัดสิน แต่ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่นั้นเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว ดังนั้น ส.ส. และ ส.ว. ต้องทำตามบทบัญญัติในมาตรา 159 ให้ชัดเจน
“ผมเป็นห่วง 8 พรรคที่เซ็นเอ็มโอยู ว่าจะกล้าตัดสินใจเลือกคนที่คุณสมบัติไม่ครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ หากเลือกคนขัดรัฐธรรมนูญ คนขาดคุณสมบัติ ทั้งหมดจะเหมือนปลาในข้องเดียวกัน จะมีปัญหากับพรรคเหล่านั้นได้ จึงอยากฝากไปพิจารณาบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญเหล่านี้ด้วย การที่แต่ละพรรคจะโหวตนายพิธา ดูรัฐธรรมนูญมาตรา 159 หรือยัง ว่าต้องไม่มีลักษณะต้องห้าม แต่ละพรรคท่านต้องไปดู มิเช่นนั้นจะกลายเป็นท่านทำขัดรัฐธรรมนูญเอง จะกลายเป็นท่านล้มล้างการปกครองหรือไม่ เพราะขัดมาตรา 159 ซึ่งจะไปไกลถูกตีความอีกเยอะ สุดท้ายจะทำร้ายตัวคุณเอง อาจจะไปไกลถึงถูกยุบพรรค"
ถามว่า มีการพูดกันว่าส.ว.ไม่เคารพเสียงประชาชน นายเสรี กล่าวว่า พรรคก้าวไกลได้ 14 ล้านเสียง และรวมกับพรรคอื่นๆ ต้องเข้าใจว่าเสียงแต่ละพรรคที่ได้มาคือประชาชนลงคะแนนให้แต่ละพรรค เช่น ลงให้พรรคเพื่อไทย เพราะจะให้แคนดิเดตนายกฯทั้ง 3 คน ของพรรคเพื่อไทยเป็นนายกฯ เขาไม่ได้ให้เอาคะแนนไปบวกกับพรรคอื่นแล้วเลือกพรรคอื่นเป็นนายกฯ หากแต่ละพรรคเอาเสียงประชาชนไปบวกพรรคก้าวไกล จะกลายเป็นแต่ละพรรคไปทำขัดเจตนารมณ์ประชาชนที่เลือกพรรคนั้นๆมา ดังนั้น อย่าไปรวมกันเลย มันเป็นกระบวนการผ่านความเห็นชอบจากประชาชนมาระดับหนึ่ง แต่การเลือกนายกฯ ก็เป็นสิ่งที่สมาชิกรัฐสภาทำตามรัฐธรรมนูญ จึงเป็นคนละส่วนกัน สิ่งสำคัญคืออย่ายุยงคนให้ชุมนุมเรียกร้อง เพราะจะปั่นป่วนนักการเมืองต้องมีความรับผิดชอบต่อบ้านเมืองและประชาชน ยิ่งแสดงออกพฤติกรรมเหล่านี้ยิ่งแสดงว่าไม่เหมาะสมบริหารประเทศ
“วันที่ 13 ก.ค.ที่มีการนัดให้กำลังใจนายพิธา หน้ารัฐสภา สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงวุฒิภาวะที่ไม่รับผิดชอบ ซึ่งส.ว.ไม่กังวล เพราะทำถูกต้องตามกฎหมาย ตามรัฐธรรมนูญ หากเราหวาดหวั่นต่อสิ่งผิด แสดงว่าเราเป็นคนใช้ไม่ได้ไม่รับผิดชอบที่กลัวม็อบกลัวแรงกดดัน ทำให้ทำลายหลักการสำคัญของของบ้านเมือง ซึ่งเชื่อว่าคนทั้งประเทศไม่ต้องการให้ผมเป็นคนแบบนั้น”
ถามอีกว่า ขณะนี้ส.ว.มีความชัดเจนในการโหวตเลือกนายกฯอย่างไร นายเสรี กล่าวว่า กลุ่มเราชัดเจนว่าจะไม่เลือกคน และพรรค ที่ทำเรื่องซึ่งกระทบสถาบัน และกระทบมาตรา 112 เช็คเสียงตอนนี้ยังโหวตไม่ถึง 5 คน หรืออาจบวกลบนิดหน่อย ส่วนตัวเชื่อว่าเป็นแบบนั้น ถามว่า ส.ว.หลายคนยินดีโหวตนายกฯเสียงข้างมากกังวลหรือไม่ว่าอาจเป็นพลังเงียบ นายเสรี กล่าวว่า เงียบก็คือเงียบ มันไม่มีหรอก ถามว่ามีใครออกมาแสดงตัวบ้างว่าสนับสนุน รายชื่อที่ออกมาก็มีแต่ถอย แต่ถ้ามีจริงก็ให้สาธารณชนเห็นด้วยคนจะได้เชื่อ
เมื่อถามว่า ทางพรรคก้าวไกลได้ติดต่อมาบ้างหรือไม่ นายเสรี กล่าวว่า ไม่มีการติดต่อมายังตน แต่ได้ข่าวว่ามีติดต่อมาหาเพื่อนส.ว. แต่ก็ถูกปฏิเสธไป บอกว่าถ้าไม่ถอยเรื่อง 112 เขาก็ไม่เลือก เขาก็ตอบชัดเจน ส่วนวันโหวตส.ว.จะงดหรือไม่เห็นชอบ ขึ้นอยู่กับแต่ละคนจะเลือกเอง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'จตุพร' ตีปาก 'เท้ง' ย้อนความจำ MOA สีส้มต้นกำเนิดสีน้ำเงิน ชี้ประเด็นองคมนตรีไม่จำบทเรียนถูกยุบพรรค
นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊คไลฟ์รายการประเทศไทยต้องมาก่อน โดยวิจารณ์นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ
พิราบขาว บุก กกต. ชงยุบพรรคประชาชน!
ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายนพรุจ วรชิตวุฒิกุล อดีตแกนนำกลุ่มพิราบขาว 2006 เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อกกต. และนายทะเบียนพรรคการเมือง เพื่อ
'ปธ.สภา' ย้ำรอศาลรธน.ชี้ขาด 'พ.ร.ก.กู้เงิน' ยังไม่บรรจุญัตติ ปชน.
'โสภณ' ย้ำรอศาลรธน.ชี้ขาด 'พ.ร.ก.กู้เงิน' ก่อน ถึงบรรจุญัตติ ปชน. ชงตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญติดตามการใช้เงิน แจงไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนและฝ่ายบริหารยังไม่ได้ใช้เงิน
เอาแล้ว! 'เอ็ดดี้' วิเคราะห์ยิบ โพสต์พรรคประชาชน ส่อ 'เซาะกร่อนสถาบัน' ผิดถึงขั้นยุบพรรค
นายอัษฎางค์ ยมนาค หรือเอ็ดดี้ นักวิชาการอิสระและครีเอเตอร์ดิจิทัล โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า "โพสต์ของพรรคประชาชน สุ่มเสี่ยงต่อการทำผิดกฎหมายในการ "เซาะกร่อนบ่อนทำลายสถาบันฯ" หรือไม่? หากวิเคราะห์จากเนื้อหาในโพสต์นี้ มีจุดที่ต้องพิจารณาทั้งมุมที่เป็น "เสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ" และมุมที่ "อาจถูกนำไปร้องเรียน" ดังนี้
จับตาศาลถก‘พรก.’ ปชป.ผวากู้4แสนล.ซ้ำเติมวิกฤต/เปิดทำเนียบฯรับบิ๊กCEO
“ปธ.สภาฯ” ส่งคำร้อง "ฝ่ายค้าน" ขอตีความ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทถึงมือ "ศาลรธน.” แล้ว
'ฝ่ายค้าน' ยื่น 'ปธ.สภาฯ' ส่งศาลรธน. วินิจฉัย ยับยั้งเงินกู้ 2 แสนล. ปรับโครงสร้างพลังงาน ขัดรธน.
'ฝ่ายค้าน' ยื่น 'ปธ.สภาฯ' ส่งเรื่องศาลรธน.วินิจฉัยยับยั้งเงินกู้ 2 แสนล้านเฉพาะปรับโครงสร้างพลังงาน เหตุ ขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 172 ไม่เข้าข่ายความจำเป็นเร่งด่วน ยัน เขียนคำร้องรอบคอบ ด้าน 'โสภณ' กั๊ก ส่งคำร้องก่อน 14 พ.ค.หรือไม่ บอกแค่จะยื่นให้เร็วที่สุด

