
‘วันนอร์’ ยันทำหน้าที่เป็นกลาง ไม่หวั่นทัวร์ลง ฟังเสียงสมาชิกตลอด ชี้เป็นสิทธิ์ก้าวไกลยื่นศาลตีความปมข้อบังคับข้อ 41 นัดวิป 3 ฝ่าย 26 ก.ค. ก่อนโหวตนายกฯ รอบ 3
21 ก.ค. 2566 – ที่รัฐสภา นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา กล่าวถึงการประชุมรัฐสภา ในวันที่ 19 ก.ค. ที่ผ่านมา ยังมีบางประเด็นที่ไม่เข้าใจถึงการทำหน้าที่ของประธานการประชุม ว่า การประชุมวันนั้น เป็นการประชุมเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 272 แต่ก่อนการประชุมมีข้อคิดเห็นที่ยังไม่ตรงกัน คือ มีบางฝ่ายเสนอว่าไม่ควรเสนอชื่อซ้ำ เพราะจะไปขัดข้อบังคับข้อที่ 41 แต่มีอีกฝ่ายเห็นว่าการเสนอเลือกนายกรัฐมนตรีไม่ใช่ญัตติปกติทั่วไปเป็นการปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ และข้อบังคับการประชุม หมวด 9 ที่ได้ออกพิเศษ เพื่อเลือกนายกรัฐมนตรี จึงเกิดการถกเถียงว่าไม่ควรใช้ข้อบังคับข้อที่ 41 และในการประชุมวิป 3 ฝ่าย เมื่อวันที่ 18 ก.ค. ก็ยังไม่ได้ข้อสรุป จึงต้องไปขอความคิดเห็นต่อที่ประชุมรัฐสภา ในวันที่ 19 ก.ค. แต่การถกเถียงก็ยังไม่ได้ข้อสรุป และจากการที่ได้ฟังการอภิปราย ตลอด 6 ชั่วโมง ไม่มีใครอภิปรายว่า มีเหตุการณ์อะไรเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม จึงตัดสินใจวินิจฉัยให้ลงมติ จนมีการวิพากษ์วิจารณ์ตนเองเกิดขึ้น
นายวันมูหะมัดนอร์ ยังกล่าวชี้แจงถึงข้อวิจารณ์ที่ว่า เป็นประธานรัฐสภาสามารถชี้ขาดได้ โดยไม่ต้องรอมติที่ประชุม ว่า ชี้ขาดได้ แต่ก็มีคนฟ้องได้ ไม่ใช่ไม่กล้าที่จะชี้ขาด แต่วินิจฉัยแล้วว่า ไม่มีข้อมูลที่จะชี้ขาดอย่างใดอย่างหนึ่งได้ ก็เป็นเรื่องของข้อขัดแย้ง จึงใช้ข้อบังคับ ข้อ151 การให้สภาตีความนั้นดีกว่าเป็นเรื่องที่ต้องให้ใครคนใดคนหนึ่งตัดสินใจ พร้อมย้ำว่า ไม่ว่ายกไหนก็จะไม่มีวันที่จะท้อใจ เมื่อรับหน้าที่แล้วก็จะปฏิบัติหน้าที่ให้ดีที่สุด ทั้งนี้ยึดหลักที่เคยพูดไปแล้ว คือปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเป็นกลาง ส่วนในการโหวตครั้งที่ 3 จะเสนอชื่อเดิมได้หรือไม่นั้น เรื่องนี้ตอบไม่ถูก ต้องแล้วแต่คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ
ส่วนกรณีที่หากพรรคก้าวไกลไปยื่นศาลรัฐธรรมนูญนั้น นายวันมูหะมัดนอร์ ย้ำหลายครั้งว่า เป็นสิทธิ์ที่ทำได้ และหากศาลวินิจฉัยออกมาเป็นอย่างไรก็ต้องดำเนินไปตามนั้น เพราะมีผลผูกพันไปทุกองค์กร ส่วนเรื่องของทัวร์จะลง ทั้งในโซเชียล และสมาชิกรัฐสภานั้น มองว่า ใครจะทัวร์ลง ใครจะคิดเห็นอย่างไรก็เป็นสิทธิ์ ที่สามารถคิดแตกต่างได้ ส่วนตัวไม่มีปัญหา และยอมรับได้ พร้อมย้ำว่าได้ทำหน้าที่อย่างดีที่สุด ทำด้วยความเป็นกลางแล้ว เป็นเรื่องธรรมดา หากต้องตัดสินอะไร ย่อมมีผู้เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย
สำหรับการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในรอบต่อไป ยังเป็นวันที่ 27 ก.ค.นี้ ซึ่งได้ออกหนังสือเชิญประชุมแล้ว และจะประชุมวิป 3 ฝ่ายในวันที่ 26 ก.ค. เวลา 14.00 น.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'พท.' ยินดี 'ชัชชาติ' นั่งผู้ว่าฯ กทม. สมัยสอง พร้อมจับมือทำงานร่วมกัน
'จุลพันธ์' ยินดี 'ชัชชาติ' ชนะเลือกตั้งนั่งผู้ว่าฯ กทม.อีกสมัย พร้อมทำงานร่วมกันเพื่อประชาชน รวมถึงผู้สมัครเพื่อไทยเข้าวิน สก. 4 เขต
ประธานรัฐสภา ประกาศสู้ยาเสพติด 4 มิติ ป้องกัน-บำบัด-ปราบปราม-แก้กฎหมาย เดินหน้าโครงการรวมพลังรักศรัทธาฯ แก้ปัญหาแบบบูรณาการ
นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา กล่าวเนื่องในวันต่อต้านยาเสพติดโลก พ.ศ.2569 ว่า ในฐานะเป็นประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ต่อสู้กับการแก้ไขปัญหายาเสพติดตั้งแต่เป็นสส. 3-4 ปีที่ต่อสู้กับเรื่องดังกล่าวได้เห็นปัญหาและมีกระบวนการในการแก้ไข 4 มิติคือ
พท.รอวิป3ฝ่าย สว.บี้ปธ.มงคล แก้รัฐธรรมนูญ
“เพื่อไทย” ยังกั๊กที่มา ส.ส.ร. รอถกวิปสามฝ่ายก่อน ส่วน “พริษฐ์” กอดคำหารือตุลาการรัฐธรรมนูญแน่น บอกเป็นข้อมูลใหม่
'โสภณ' ชี้งบแก้ปัญหายาเสพติด ยังสะเปะสะปะ ต้องแก้กฎหมายให้หน่วยงานต่างๆได้บูรณาการทำงาน
นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานประชุมหารือแนวทางการแก้ไขปัญหายาเสพติดและการพัฒนากฎหมายที่เกี่ยวข้องร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) กระทรวงยุติธรรม กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย และฝ่ายปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง โดยนายโสภณ กล่าวว่า งานนี้ถือเป็นงานใหญ่ของการแก้ปัญหายาเสพติด
ซํ้ารอย‘ประชามติ’ ชี้คำปรึกษาไม่ใช่คำวินิจฉัย/จับตาลงมตินิรโทษฯ
ปธ.วิปรัฐบาลดักทางฝ่ายค้าน ขอพบประธานศาล รธน. หวั่นความเห็นไม่ใช่คำวินิจฉัยซ้ำรอยปมประชามติจะแพ้ฟาวล์ทั้งกระบวนการ “พท.” เสียงแตกหวั่นเลือก ส.ส.ร.ทางตรงแล้วมีปัญหา
พท.เสียงแตก นัดสุมหัวชี้ขาด 'สสร.'
เพื่อไทย นัดสุมหัวแนวทาง สสร. หลังเสียงในพรรคแบ่งเป็นสองฝั่งทั้งเดินตามคำวินิจฉัยศาลรธน. และเห็นต่าง

