'อนุทิน' แพลมถ้าได้กระทรวงเดิม สานต่อนโยบายทันที ลั่นเจรจาแบ่งเก้าอี้หลัง 16 ส.ค.

15 ส.ค.2566 - เมื่อเวลา 16.20 น. ที่พรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานการประชุมส.ส.พรรคภูมิใจไทย ถึงความคืบหน้าการแบ่งสรรโควตาคณะรัฐมนตรี(ครม.)กับพรรคเพื่อไทยในฐานะพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลว่า ยังไม่ได้มีการพูดคุยในเรื่องกระทรวง ว่าจะได้รับมอบหมายให้ดูแลกระทรวงใด แต่ตนคิดว่าการหารือเจรจาเรื่องดังกล่าวน่าจะเริ่มขึ้นหลังวันที่16ส.ค.นี้ ที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยในคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดิน เกี่ยวกับการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีซ้ำได้หรือไม่

เมื่อถามว่าในใจอยากได้กระทรวงใด นายอนุทิน กล่าวว่า ตอนที่เราไปหาเสียง เราต้องใช้กระทรวงเดิมที่เราเคยทำงานไปขับเคลื่อนนโยบายต่างๆ เพราะเราก็มีความคุ้นเคย ใช้องคาพยพต่างๆไปนำเสนอประชาชน เมื่อถามย้ำว่า เป็นกระทรวงเดิมก็ได้ใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ถ้าเป็นกระทรวงเดิมก็ทำงานได้ต่อเนื่อง

“ที่มันมีคำพูดออกมาว่าอยู่กระทรวงเดิมไม่ได้เพราะมันไม่โปร่งใส อันนี้รับไม่ได้ อย่างนี้มันไม่ใช่ เราทำงานมีแต่ความโปร่งใสตรงไปตรงมา ทุ่มเท ถ้าจะเป็นเหตุผลที่จะไม่ให้กระทรวงเดิมต้องไม่ใช่เรื่องความโปร่งใส เราไม่ได้มีการกระทำใดที่ไม่โปร่งใส” นายอนุทิน กล่าว

เมื่อถามว่าพรรคเพื่อไทย ในฐานะแกนนำจัดตั้งรัฐบาลติดต่อพูดคุยทั้งอย่างเป็นทางการ และไม่เป็นทางการแล้วบ้างหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า คุยกันมาตลอด มันไม่จำเป็นต้องเป็นทางการ การพูดคุยระดับผู้บริหารไม่จำเป็นต้องนัดอะไรกัน คุยไลน์คุยโทรศัพท์ก็ได้

เมื่อถามว่าพรรคเพื่อไทยจะตกลงหรือไม่ถ้าเราอยากได้กระทรวงเดิม นายอนุทิน กล่าวว่า ยังไม่ได้คุยไปถึงตรงนั้น ยังมีเวลา เราพยายามหลีกเลี่ยงการกดดันซึ่งกันและกัน เราจะทำงานด้วยกันต้องถ้อยทีถ้อยอาศัย ยึดประโยชน์ส่วนรวมเป็นหลัก ตนยึดมั่นแนวทางนี้อยู่แล้ว

เมื่อถามว่าให้กำลังใจพรรคเพื่อไทยหรือไม่เนื่องจากพรรคร่วมรัฐบาลหลายพรรคอาจจะไปกดดันในลักษณะขี่คอ นายอนุทิน กล่าวว่า ขณะนี้ไม่ต้องให้กำลังใจ ทุกคนเข้มแข็งอยู่แล้ว เพียงแต่จะทำอย่างไรสรุปให้ได้โดยเร็วที่สุด ประเทศจะได้มีรัฐบาลทำงานตอบแทนประชาชน และบ้านเมือง

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายกฯ ปัดตอบมั่นใจอยู่ครบ 4 ปีหรือไม่ บอกทำให้ดีที่สุด

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงการประเมินผลงานรัฐมนตรีสัดส่วนพรรคภูมิใจไทย ได้แจ้งในที่ประชุมครม.หรือไม่ว่า ไม่ได้บอก มันเป็นสิทธิของตน ถ้าจะทำก็ทำเลย ไม่ได้หมายถึงอะไรทั้งนั้น ความแตกต่างของการเป็นนายกฯก็ตรงนี้แหละ