
อดีตสว.ชี้เปรี้ยง อนุทินต้องรีบทูลเกล้าฯปลดนพ.สรณ เตือนหากคิดแบก โดนคดีอาญา-ผิดจริยธรรม เชื่ออดีตเลขาฯปธ.กสทช.ชิงลาออกด่วน เพราะได้สัญญาณพิเศษ
9 สิงหาคม 2569 – นายประพันธ์ คูณมี อดีตสมาชิกวุฒิสภา ที่เป็นแกนนำหลักในการเคลื่อนไหวตรวจสอบนพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานกสทช.จนนพ.สรณ ถูกคณะกรรมการสรรหาฯกสทช.มีมติว่ามีลักษณะต้องห้ามในการเป็นกสทช. โดยนายประพันธ์ กล่าวถึงการที่ศาลปกครองกลางไม่รับฟ้องคดีที่นพ.สรณ ฟ้องกรรมการสรรหาฯว่า คำฟ้องของนพ.สรณ มีการร้องขอต่อศาลปกครองกลางหลายประเด็นเช่นขอให้ตัวเองยังคงปฏิบัติหน้าที่ประธานกสทช.ต่อไป หรือการขอให้ศาลปกครองมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว แต่ศาลปกครองก็วินิจฉัยว่า การวินิจฉัยของกรรมการสรรหาเป็นไปตามกฎหมาย นพ.สรณ ยังไม่ใช่ผู้เสียหายที่ได้รับผลกระทบตามสิทธิที่จะฟ้องคดีได้ ศาลจึงไม่รับฟ้อง ยกคำร้องหมด ผลคือ ทำให้คำสั่งคำวินิจฉัยของกรรมการสรรหายังมีผลบังคับตามกฎหมายอยู่ เพราะศาลไม่ได้ลงรายละเอียดอะไร พูดง่ายๆคือตัดอำนาจไปเลย คุณไม่มีสิทธิ์ฟ้อง เพราะยังไม่ได้รับผลกระทบหรือความเสียหาย เมื่อเป็นเช่นนี้ ฝ่ายบริหารคือนายกฯ ที่มีอำนาจหน้าที่ก็ต้องปฏิบัติไปตามผลของคำวินิจฉัยของกรรมการสรรหาต่อไป
นายประพันธ์กล่าวว่า ส่วนหากนพ.สรณ จะยังคงใช้สิทธิอุทธรณ์ด้วยการยื่นต่อศาลปกครองสูงสุด ก็สามารถยื่นอุทธรณ์ได้ แต่จะไม่มีผลอะไรกับฝ่ายบริหาร ไม่ได้เป็นผลให้ต้องหยุดการดำเนินการตามคำสั่งของกรรมการสรรหาฯโดยคำสั่งของกรรมการสรรหา ฯ ยังมีผลที่ฝ่ายบริหารจะต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามนั้น
“งานนี้ก็ขึ้นอยู่กับนายกรัฐมนตรี เพราะมันหมดหนทางแล้ว ไปทางกฤษฎีกา ทางกฤษฏีกาก็เห็นว่าคำวินิจฉัยของกรรมการสรรหาชอบแล้ว มาศาลปกครอง ศาลปกครองก็ไม่รับฟ้อง มันก็ไม่มีทางที่จะเป็นอื่นได้อีก นายกฯต้องใช้อำนาจของตัวเอง จะทูลเกล้าฯหรือจะสั่งให้หมอสรณ หยุดปฏิบัติหน้าที่ก็แล้วแต่ดุลพินิจของนายกฯ ก็เป็นเผือกร้อนที่ไปตกที่นายกฯ ในฐานะผู้รักษาการตามกฎหมายที่จะต้องออกคำสั่งทางปกครองให้หมอสรณหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือจะนำความขึ้นกราบบังคมทูลฯ เพื่อให้พ้นจากตำแหน่งก็แล้วแต่นายกฯ เพราะว่าผลทางกฎหมายมันสุดทางแล้ว หมอสรณ ไม่มีทางไปแล้วที่จะอ้างกฎหมายมาคุ้มครองตัวเอง”นายประพันธ์กล่าว
เมื่อถามว่า นพ.สรณ คงยื่นศาลปกครองสูงสุด หากยื่นไประหว่างรอคำสั่ง นายกฯอาจอ้างเหตุว่ารอฟังคำสั่งศาลปกครองสูงสุดก่อน ยังไม่สามารถนำชื่อขึ้นทูลเกล้าฯได้ หรือไม่ นายประพันธ์ กล่าวว่า อ้างไม่ได้แล้ว เพราะตาม พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ เขียนไว้ชัดเจนว่า การฟ้องศาลปกครอง ไม่เป็นเหตุให้หยุดการดำเนินการ ไม่เป็นเหตุให้ทุเลาการบังคับตามคำสั่งของกรรมการสรรหาแต่อย่างใด เว้นแต่อุทธรณ์ไปแล้ว ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว หรือจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น เพราะกฎหมายเขียนไว้ชัดเจนในพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ
นายประพันธ์กล่าวต่อไปว่า กระบวนการต่อจากนี้ มีเพียงแต่นพ.สรณ ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือลาออกหรือไม่ก็ ตัวนายกฯ อาจมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ แล้วก็ขอให้กรรมการกสทช.ที่เหลืออยู่เลือกประธานกสทช.ขึ้นมาใหม่ เพื่อนำความกราบบังคมทูลเสนอชื่อประธานกสทช.คนใหม่ เนื่องจากผลขณะนี้ถือว่านายแพทย์สรณ พ้นจากตำแหน่งไปแล้วเพราะคำวินิจฉัยของกรรมการสรรหาฯ ชี้ว่านพ.สรณ ไม่ได้เป็นกสทช. มาเลยแต่ต้น
“เพราะฉะนั้น หากนายกฯไม่ดำเนินการใดๆ ตัวนายกฯอาจถูกดำเนินคดีได้ ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือว่าจงใจเจตนาช่วยเหลือหมอสรณ ให้อยู่ในตำแหน่งโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ก็อาจจะขัดในเรื่องจริยธรรมและการปฏิบัติหน้าที่ไม่ชอบตามกฎหมายอาญา ดังนั้น ทางออกที่ดีที่สุดของนายกฯก็คือ นำความขึ้นกราบบังคมทูล หรือไม่ก็มีคำสั่งให้นพ.สรณ พ้นจากหน้าที่ เพราะว่าอยู่โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย นายกฯต้องเป็นเป็นคนทำให้เรื่องนี้ยุติ เพราะเป็นผู้รักษาการตามมาตรา 5 ของพ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ”นายประพันธ์กล่าว
นายประพันธ์กล่าวต่อไปว่า ด้วยเหตุนี้อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ พ.ต.อ.ประเวศน์ มูลประมุข ลาออกจากเลขานุการประจำตัวประธาน กสทช. เมื่อวันที่ 7 ส.ค.ที่ผ่านมา ที่ต้องไม่ลืมว่าเขาเป็นคนใกล้ชิดนพ.สรณ มากที่สุด เป็นคนที่ให้คำแนะนำทางข้อกฎหมายกับนพ.สรณ แต่ตอนนี้มาลาออกจากตำแหน่ง ที่อาจเพราะได้รับสัญญาณจากอะไรนายกฯอนุทินก็ได้ เพราะพ.ต.อ.ประเวศน์ สนิทกับนายกฯอนุทิน เพราะเคยเป็น กรรมการบริษัทชิโนไทย แล้วนายกรัฐมนตรีก็เคยตั้งเป็นที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรีตอนช่วงรัฐบาลอนุทิน 1 ตัวพ.ต.อ.ประเวศน์ อาจจะรู้ก็ได้ว่านายกฯ คงจะเดินหน้าดำเนินการตามกฎหมาย คงไม่สามารถที่จะอุ้มนพ.สรณ ต่อไปได้แล้วจึงได้ยื่นใบลาออกเมื่อวันที่ 7 ส.ค.
“ส่วนเรื่องของค่าตอบแทนเงินเดือนที่นพ.สรณเคยได้รับไป ก็ต้องคืน เพราะว่าส่อเจตนาไม่สุจริตมาตั้งแต่ต้น และเมื่อมีคำวินิจฉัยของกรรมการสรรหา ก็ยังดื้อรั้นไม่ยอมลาออก แสดงเจตนาที่จะไม่สุจริตทั้ง ๆ ที่รู้อยู่แล้วว่าตัวเองไม่มีคุณสมบัติ ที่จะเป็นกสทช.ได้”นายประพันธ์กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สอบท้องถิ่น-ฮั้วสว.-ผลงานไม่ออก บั่นทอนเชื่อมั่น'รัฐบาลอนุทิน'
สัปดาห์ก่อนมีกระแสข่าวปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) มาต้นสัปดาห์นี้มีข่าวลือพลิกขั้วรัฐบาล ส้ม-แดง-เขียว พรรคประชาชน พรรคเพื่อไทย และพรรคกล้าธรรม จับมือกัน
‘หมอสรณ’กินแห้ว! ศาลปค.ไม่รับฟ้อง
“หมอสรณ” แห้ว! ศาลปกครองกลางไม่รับวินิจฉัย ปมขอเพิกถอนมติคณะกรรมการสรรหาฯ ที่ฟันพ้นตำแหน่ง เนื่องจากมีลักษณะต้องห้ามและขาดคุณสมบัติมาตั้งแต่ต้น
'อนุทิน' เดินงานโอทอปศิลปาชีพ บอกจะพยายามสานต่อ 'ไทยช่วยไทยพลัส เฟส 2'
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ลงพื้นที่ตรวจความพร้อมงาน “ศิลปาชีพ ประทีปไทย OTOP หลอมดวงใจด้วยพระบารมี” ปี 2569 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8–16 สิงหาคม นี้ ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1–3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ซึ่งนายกรัฐมนตรีจะเดินทางมาเปิดงานอย่างเป็นทางการ ในวันจันทร์ที่ 10 สิงหาคม
ศาลปกครองไม่รับฟ้อง 'นพ.สรณ' ปมคุณสมบัติ กสทช. ชี้ยังไม่ได้รับความเดือดร้อนเสียหาย
ศาลปกครองกลางสั่งไม่รับคำฟ้อง “นพ.สรณ” ประธาน กสทช. กรณีฟ้องกรรมการสรรหาฯ หลังมีคำวินิจฉัยว่า
รุมจวก‘โรม’เพ้อเจ้อโกงสอบ
“อนุทิน” ฟาด “โรม” พูดไม่มีข้อมูลจริง จับโยงให้เอี่ยวทุจริตสอบท้องถิ่น ยันไม่มีหน้าที่ดูทีโออาร์ “วรศิษฎ์” ตอก พูดข้อเท็จจริงไม่ครบ
'อนุทิน' ฟาด 'รังสิมันต์' ชอบพูดคาดเดาตามสติปัญญาที่มี ยันไม่เกี่ยวทุจริตสอบท้องถิ่น
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายรังสิมันต์ โรม เป็นประธานกรรมาธิการ มีการอ้างชื่อนายกรัฐมนตรี เข้าไปเกี่ยวข้องกับการทุจริตสอบท้องถิ่น

