‘วันนอร์’ รอรัฐบาลประสานเคาะวันแถลงนโยบาย รบ. แย้มหาก 8 ก.ย.ก็พร้อม

‘วันนอร์’ เผย รอรัฐบาลประสาน แถลงนโยบายรัฐบาล หากเป็นวันที่8ก็พร้อม ส่วนกมธ. 35 คณะ อีก2-3วันชัดเจน ชี้ ผู้นำฝ่ายค้านต้งเป็นหัวหน้าพรรคที่เป็นสส-ไม่ได้ร่วมรัฐบาล-ไม่มีตำแหน่งในสภา รอก้าวไกลคอนเฟิร์ม เอาไม่เอา

28 ส.ค.2566-ที่รัฐสภา นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา กล่าวถึงกรณีรัฐบาลต้องแถลงนโยบายต่อรัฐสภาว่า ตอนนี้ยังไม่ได้รับการประสานจากรัฐบาล ส่วนจะเป็นวันที่ 8 ก.ย. 66 ตามที่มีกรแสข่าวหรือไม่ ถ้ารัฐบาลแจ้งมาตนก็จะจัดประชุมวิป 3  ฝ่าย คิดว่าคงพร้อม แต่ต้องแจ้งให้วิปทั้ง 3 ฝ่ายทราบ เพื่อจะกำหนดวัน ในการอภิปรายเรื่องนโยบายที่รัฐบาลแถลง และจะใช้เวลาอภิปรายกี่วันนั้น ต้องดูที่ผ่านมา ว่าใช้เวลาเท่าไหร่ ส.ว.ต้องใช่เวลาเท่าไหร่ และส.ส.รวมทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านต้องใช้เวลาในการชี้แจงเท่าไหร่เช่นกัน

ถามว่าตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรที่พรรคก้าวไกลก็ยืนยันเองว่านายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ไม่รับตำแหน่ง นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาคนที่หนึ่ง ก็จะดำรงตำแหน่งเดิม จะแก้ปัญหาอย่างไร นายวันมูหะมัดนอร์กล่าวว่า ตามรัฐธรรมนูญและข้อบังคับ หัวหน้าพรรคที่มีเสียงมากที่สุดในฝ่ายค้าน และไม่ได้เป็นประธานสภา หรือ รองประธานสภา ก็จะเป็นผู้นำฝ่ายค้าน ซึ่งต้องเสนอเพื่อโปรดเกล้าด้วย แต่หากพรรคก้าวไกล มีจุดประสงค์ต้องการดำรงตำแหน่งรอประธานสภาคนที่หนึ่ง ก็ต้องแจ้งเพื่อจะสละสิทธิให้กับพรรคที่เป็นฝ่ายค้านลำดับรองลงมา ซึ่งตามข้อบังคบรัฐธรรมนูญ จำเป็นต้องมีผู้นำฝ่ายค้าน เพื่อปฏิบัติหน้าที่ เป็นหนึ่งในกรรมการสรรหาองค์กรอิสระ อาทิ ศาลรัฐธรรมนูญ ปปช. รวมทั้งคณะกรรมการจริยธรรมของสภาผู้แทนราษฎร

ซักว่าพรรคอันดับสองอย่างพรรคประชาธิปัตย์ในตอนนี้ไม่มีหัวหน้าพรรค โอกาสที่ตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านจะหล่นไปถึงพรรคที่สามนั้นมีหรือไม่ นายวันมูหะมัดนอร์กล่าวว่า พรรคที่รองลงมาก็ต้องให้หัวหน้าพรรคซึ่งเป็นส.ส. เป็นผู้นำฝ่ายค้าน ถ้าไม่ใช่หัวหน้าพรรคก็ไม่สามารถเป็นผู้นำฝ่ายค้านได้ ดูได้จากครั้งที่พรรคเพื่อไทย พล.ต.อ. วิโรจน์ เปาอินทร์ ต้องลาออกจากหัวหน้าพรรคเพื่อไทยต้อลาออกจากหัวหน้าพรรค แล้วให้นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคแทน เพื่อเป็นผู้นำฝ่ายค้าน

เมื่อถามว่าพรรคที่มีส.ส.หนึ่งเสียงสามารถเป็นผู้นำฝ่ายค้านได้หรือไม่ หรือจะหยุดไว้ที่พรรคอันดับสอง เนื่องจากพรรคอันดับหนึ่งไม่รับ นายวันมูหะมัดนอร์กล่าวว่า ต้องเรียงลำดับ หากพรรคที่มีเสียงมากที่สุดที่เป็นฝ่ายค้าน ไม่ขอเป็นผู้นำฝ่ายค้านเพราะมีตำแหน่งตามที่กฎหมายรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ว่าไม่เป็นประธานสภาหรือรองประธานสภา ตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านนั้นก็ต้องให้พรรคลำดับถัดไปดำรงตำแหน่งต่อไป

เมื่อถามว่ามีกรอบเวลาในการแต่งตั้งผู้นำฝ่ายค้านหรือไม่ นายวันมูหะมัดนอร์กล่าวว่าไม่ได้มีกำหนดไว้ ถ้าพรรคฝ่ายค้านพร้อมเมื่อไร ทางรัฐสภาจะเสนอขึ้นโปรดเกล้าต่อไป

เมื่อถามว่า ในส่วนของคณะกรรมาธิการสามัญ35คณะ ต้องรอให้มีครม.ที่ชัดเจนหรือไม่ ในการบรรจุระเบียบวาระต่างๆ นายวันนอร์กล่าวว่า กรรมาธิการสามัญพร้อมที่จะแแต่งตั้งแล้ว ซึ่งขณะนี้เป็นที่ชัดเจนแแล้วว่า พรรคใดบ้างที่เป็นรัฐบาล พรรคใดเป็นฝ่ายค้าน ตนได้คุยกับนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาคนที่สองแล้ว ว่าคงจะะมีการประชุม ที่ทุกพรรคจะมาประชุม ซึ่งพรรคใดที่จะอยู่ในกรรมาธิการใด ใน35คณะนั้นกี่คน ก็เป็นไปตามสัดส่วนส.ส.ของพรรคนั้น แต่เรื่องที่ต้องคุย คือพรรคใดจะเป็นประธานกรรมาธิการชุดใด ซึ่งจะใช้เวลาสองสามวันในสัปดาห์นี้ ส่วนกรรมาธิการวิสามัญจะตั้งตามวาระที่สภาเสนอ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'เอกนิติ' เปิดเบื้องหลัง 'มูดี้ส์' ปรับเครดิตไทย ไม่กังวลกู้ 4 แสนล้าน

'เอกนิติ' เปิดเบื้องหลังดึงความเชื่อมั่นไทย 'มูดี้ส์' ปรับมุมมองเศรษฐกิจไทยสู่ระดับ Stable แจงแผนมุ่งสร้างการเติบโต เร่งเครื่องการลงทุน ย้ำจุดยืนวินัยการคลัง

'วันนอร์' รายงานนายกฯ แนวทางดับไฟใต้ รับต้องใช้เวลา

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และประธานที่ปรึกษาพรรคประชาชาติ เดินทางเข้าพบนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ต่อมา 15.35 น. นายวันมูหะมัดนอร์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังเข้าพบนายกฯว่า ได้มารายงานให้นายกฯทราบถึงความคืบหน้าว่า ได้ทำอะไรไปบ้างหลังจากที่นายกฯได้มอบหมายว่า ทำอย่างไรที่จะให้เกิดสันติสุขในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตนไปทำการบ้านมา จึงมาแจ้งให้นายกฯทราบ

'กรวีร์' บอกฝ่ายค้านลดประเด็นการเมือง หลังจี้นายกฯตอบกระทู้ทุกสัปดาห์

นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานวิปรัฐบาล กล่าวถึงการยืนยันร่างกฎหมายของคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยเฉพาะพ.ร.บ.อากาศสะอาดว่า ทางวิปรัฐบาลได้ประสานกับทางครม.เรื่องของการยืนยันกฎหมาย เชื่อว่าครม.จะพิจารณาอย่างรอบด้าน และเสนอเข้ามาให้ทันภายในกำหนดระยะเวลาอยู่แล้ว แต่เชื่อว่าน่าจะเกิดขึ้นก่อนวันที่ 12 พ.ค.นี้ซึ่งเป็นเดดไลน์

เดินหน้าตามนโยบายนายกฯ ลุยปราบ 'นอมินี' โชว์ไตรมาสแรกกวาดล้างบริษัทกลุ่มเสี่ยงลดลง 60%

โฆษกรัฐบาล แจง รัฐลุยปราบ ‘นอมินี’ มุ่งสร้างธุรกิจโปร่งใส เป็นธรรม ตอกย้ำคำประกาศนายกฯ ‘ไม่มีเคลียร์ เด็ดขาดทุกคดี’ ชวนปชช.แจ้งเบาะแส 1570

รัฐบาลน้อมรับนิด้าโพล 'แลนด์บริดจ์' ต้องสื่อสารวงกว้าง

4 พ.ค. 2569 - นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลสำรวจนิด้าโพลในหัวข้อ “คนใต้ว่าไง โครงการแลนด์บริดจ์จะมาแล้ว” ที่พบว่า กลุ่มผู้ที่เคยรับรู้ข้อมูลโครงการ จำนวน 1,333 คน (เคยได้ยิน และเข้าใจดีมาก / เคยได้ยิน และพอจะเข้าใจบ้าง /เคยได้ยิน แต่เข้าใจเพียงเล็กน้อย) ส่วนใหญ่ร้อยละ 67.22 เห็นด้วยกับโครงการ โดยแบ่งเป็น เห็นด้วยมาก 34.21% และค่อนข้างเห็นด้วย 33.01% ขณะที่มีประมาณร้อยละ 32.78 ไม่เห็นด้วย สะท้อนทั้งโอกาสของโครงการ และบทบาทของภาครัฐในการสื่อสารข้อมูลอย่างต่อเนื่องและโปร่งใส ส่วนกรณีพบว่าเกินครึ่งหรือร้อยละ 54.53 เคยได้ยินแต่เข้าใจเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์นั้น นางสาวรัชดา กล่าวว่า นี่คือโจทย์ที่รัฐบาลต้องเร่งสื่อสารสร้างการรับรู้ ทั้งกลุ่มประชาชนที่ยังไม่เคยได้ยินหรือไม่เข้าใจ ให้เข้าถึงความข้อมูลมากยิ่งขึ้น “นายกรัฐมนตรี ได้กำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสร้างความเข้าใจต่อสาธารณชนเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การตัดสินใจและการขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบด้าน และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ” โฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุ สำหรับนักวิชาการและผู้สนใจหลายฝ่ายออกมาแสดงความคิดเห็นทั้งสนับสนุนและตั้งข้อสังเกตต่อโครงการอย่างต่อเนื่อง แต่ความเห็นที่สอดคล้องกัน คือ โครงการแลนด์บริดจ์เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของไทย ทั้งด้านโลจิสติกส์ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การสร้างงาน และการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งอาจเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อเศรษฐกิจในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ภาครัฐยังให้ความสำคัญกับข้อคำถามสำคัญ อาทิ มูลค่าการลงทุน ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ รวมถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนในพื้นที่ โดยทุกประเด็นต้องถูกศึกษาในรายละเอียด เพื่อกำหนดมาตรการรองรับอย่างเหมาะสม ให้โครงการสามารถดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ “นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้ทุกประเด็นต้องอธิบายได้อย่างชัดเจน แม้ภาพรวมจะได้รับการสนับสนุน แต่ยังมีข้อกังวลจากประชาชน ภาครัฐจึงต้องเร่งสื่อสาร สร้างความเข้าใจ และเปิดรับฟังความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบคอบและได้รับการยอมรับ” นางสาวรัชดา กล่าว.

ขึ้น‘ค่าจ้าง’ต้องมีเหตุผล แรงงานยื่นข้อเสนอพรึ่บ

“อนุทิน” ระบุขึ้นค่าแรงต้องมีเหตุผล รัฐบาลเตือนนายจ้างวันแรงงานแห่งชาติ ลูกจ้างมีสิทธิหยุดงานพร้อมรับค่าจ้างปกติ ถ้าไม่ได้หยุดเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 1 เท่า ค่าล่วงเวลาไม่น้อยกว่า 3 เท่าของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมง ขณะที่ 27 องค์กรรวมพลยื่น 8 ข้อเรียกร้องรัฐบาล ตั้งกองทุนประกันความเสี่ยง-อัปเกรดสวัสดิการ