ตีปี๊บ 'กม.อำนวยความสะดวก' ฉบับใหม่ เอื้อปชช.-ผู้ประกอบการ เปิดทาง Super License

กฎหมายอำนวยความสะดวกฉบับใหม่ผ่านสภาแล้ว หนุนประชาชนยื่นขออนุญาตง่าย รู้ผลเร็ว ลดเรียกเอกสารซ้ำ ดันระบบซูเปอร์ไลเซนส์ ลดขั้นตอนและต้นทุนผู้ประกอบการ

22 พ.ค. 2569 – น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มีนโยบายเดินหน้าปรับปรุงกฎหมายและกฎระเบียบเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนและผู้ประกอบการ ในการใช้บริการและการอนุญาตจากหน่วยงานของรัฐ ซึ่งหนึ่งในกฎหมายที่จะมีบทบาทสำคัญในการปรับปรุงดังกล่าวคือ พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชนฉบับใหม่

โดยล่าสุด เมื่อวันที่ 20 พ.ค. 2569 สภาผู้แทนราษฎรมีมติเห็นชอบร่างกฎหมายฉบับดังกล่าว ซึ่งวุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากนี้จะมีขั้นตอนการนำขึ้นทูลเกล้าฯ และประกาศใช้บังคับ และจะเป็นกฎหมายสำคัญที่จะเข้ามาขับเคลื่อนการลดภาระการติดต่อรัฐ และยกระดับบริการภาครัฐให้รวดเร็ว โปร่งใส และตรวจสอบได้มากขึ้น

น.ส.รัชดา กล่าวว่า กฎหมายฉบับนี้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลด้านราชการทันใจ และการปฏิรูปกฎหมาย โดยมีเป้าหมายให้ประชาชนและภาคธุรกิจรู้ขั้นตอน ระยะเวลา เอกสาร และค่าธรรมเนียมของงานบริการรัฐที่ชัดเจน หน่วยงานรัฐต้องลดการเรียกเอกสารซ้ำ หากรัฐมีข้อมูลอยู่แล้วหรือสามารถเชื่อมโยงจากระบบกลางได้ ไม่ผลักภาระให้ประชาชนต้องนำเอกสารไปยื่นซ้ำอีก

ที่สำคัญ กฎหมายยังเปิดทางให้ใช้ระบบอนุญาตหลัก หรือ Super License ในกิจการที่ต้องขออนุญาตจากหลายหน่วยงาน ที่เมื่อได้รับใบอนุญาตหลักแล้ว ให้ถือว่าได้รับใบอนุญาตรองที่เกี่ยวข้องตามเงื่อนไขที่กำหนด จะลดปัญหาผู้ประกอบการต้องเดินเอกสารหลายรอบ หลายหน่วยงาน และยังให้มีศูนย์รับคำขอกลาง เพื่อรับคำขอและส่งต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศด้วย

น.ส.รัชดา กล่าวว่า แนวทางดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการปรับระบบราชการให้สนับสนุนการประกอบธุรกิจจริง ลดต้นทุน ลดเวลารอคอย และลดการใช้ดุลพินิจที่ไม่จำเป็น ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญต่อการยกระดับมาตรฐานภาครัฐ รองรับเป้าหมายการเข้าเป็นสมาชิก OECD

นอกจากนี้ รัฐบาลยังเดินหน้ากฎหมายและระบบเชื่อมโยงข้อมูลภาครัฐควบคู่กัน โดยคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 5 พ.ค. 2569 เห็นชอบร่างพระราชกฤษฎีกาการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลระหว่างหน่วยงานของรัฐ เพื่อให้หน่วยงานรัฐเชื่อมข้อมูลกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มคุณภาพบริการ ลดการเรียกเอกสารซ้ำ และช่วยให้หน่วยงานตรวจสอบทำงานได้แม่นยำขึ้น

“รัฐบาลไม่ได้ปรับปรุงกฎหมายแบบแยกส่วน แต่ทำการแก้ไขกฎหมายที่มีความเชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบให้หน่วยงานรัฐทำงานคล่องขึ้น ประชาชนติดต่อราชการได้สะดวก ผู้ประกอบการเดินหน้าธุรกิจได้รวดเร็วขึ้นส่งผลโดยตรงต่อเศรษฐกิจ การลงทุน การมีงานทำของประชาชน” น.ส.รัชดา ระบุ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายกฯ สั่งลุยต่อหลังคุยเจ้าสัว ถึงคิวเอสเอ็มอี จ่อเซ็นตั้ง 'กรอ.' ชุดใหม่

นายกฯ สั่งลุยเปิดเวทีรับฟังปัญหาเอกชนรายสาขาอย่างต่อเนื่อง เตรียมถกกลุ่ม SMEs คิวต่อไป 'เอกนิติ' ชงรูปแบบ 'บอร์ด กรอ.' ชุดใหม่ เน้นขนาดเล็กคล่องตัว คาด 'อนุทิน' ลงนามจัดตั้งเร็วๆ นี้

'ไชยันต์' ออกโรง! อบรมพรรคส้ม ทำการบ้านก่อนวิจารณ์บทบาท 'องคมนตรี'

'อ.ไชยันต์' สอนพรรคส้ม ทำการบ้านก่อนวิจารณ์บทบาท 'องคมนตรี' กางโมเดลเดนมาร์ก-อังกฤษ-นอร์เวย์ พร้อมย้ำ รธน.มาตรา 10 ทำให้ต้องรับฟังข้อมูลจากหน่วยราชการ

สภาฯ โต้ 'หมอวรงค์' ให้ข้อมูลไม่ตรง ปมสิทธิประโยชน์กองทุนอดีตสมาชิกรัฐสภา

นายณัฏฐกฤษฎ์ วงศ์เจริญ รองเลขาธิการสภาฯ ฐานะโฆษกสำนักงานเลขาธิการสภาฯ แถลงกรณีกองทุนอดีตสมาชิกรัฐสภาว่า สืบเนื่องจากการที่ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ของกองทุนผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภานั้น เ