ศาลนัดสืบพยาน 'นานา-เวย์' คดีแชร์ลูกโซ่ 'เจนสุดา' ลั่นปล่อยให้กฎแห่งกรรมทำงาน

ศาล นัดสืบพยานโจทก์ นานา-เวย์ ไทเทเนียมนัดเเรก คดีฉ้อโกงฯ-เเชร์ลูกโซ่ 8 มิ.ย. สืบจบ ก.ค.70 ก่อนนัดตัดสิน เจ้าตัวชิ่งสื่อกลับบ้าน ทนายผู้เสียหายเผย ยังไม่มีการติดต่อเยียวยา เตรียมพยาน 39 ปากขึ้นสืบ "เจนสุดา" เผย หลังจากนี้ให้เป็นไปตามกฎแห่งกรรม ความเป็นเพื่อนสิ้นสุดลงไปแล้ว

25 พฤษภาคม 2569 - ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดตรวจหลักฐานและสอบคำให้การจำเลยคดีดำอ.508/2569ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร2เป็นโจทก์ฟ้องนางไรบีนา หรือนานา อินทชัย อดีตนักแสดงชื่อดัง นายปริญญา อินทชัย หรือเวย์ ไทเทเนียม แร็ปเปอร์ชื่อ สองสามีภรรยากับพวกรวม4 คนร่วมกันเป็นจำเลย 1-4 ในความผิดฐานร่วมกันกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน (แชร์ลูกโซ่) และอื่นๆมูลค่าความเสียหาย 195 ล้านบาท โดยในวันนี้มี น.ส.เจนสุดา ปานโต สิริสันต์ อดีตเพื่อนสินทของนางไรบีนา พร้อมเดินทางเข้ามากับผู้เสียหายเพื่อฟังการตรวจหลักฐานในวันนี้ด้วย

ผู้เสียหาย จำนวน 6 ราย แถลงขอยื่นขอเป็นโจทก์ร่วมในคดีนี้ และฝ่ายโจทก์แถลง ขอสืบพยานเป็นพยานเอกสาร 71 ฉบับ และพยานบุคคล 39 ปาก เป็นกลุ่มผู้เสียหายและเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องในคดี

ด้านฝ่ายจำเลย แถลงปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ไม่ได้ทำผิดตามฟ้อง ไม่ได้ฉ้อโกง เป็นการผิดสัญญาทางแพ่ง

พิเคราะห์แล้ว ศาลอนุญาต ผู้เสียหายทั้ง 6 ราย เป็นโจทก์ร่วมในข้อหา ร่วมกันกู้ยืมเงินฉ้อโกง และข้อหาปลอมเอกสาร เท่านั้น นัดสืบพยานฝ่ายโจทก์ทั้งหมด 39 ปาก แบ่งเป็น 9 นัด ส่วนฝ่ายจำเลยสืบพยาน 8 ปาก รวม2นัด กำชับให้คู่ความและพยานมาตามนัดอย่างเคร่งครัด

ภายหลังจากตรวจหลักฐานเสร็จสิ้นนายสวัสดิ์ เจริญผล ทนายความของผู้เสียหายให้สัมภาษณ์ว่า การนัดพร้อมในวันนี้มีผู้เสียหายจำนวน 6 รายได้ยื่นคำร้องขอเป็นโจทก์ร่วมกับทางพนักงานอัยการ ศาลก็พิจารณาคำร้องขอเข้าเป็นโจทก์ของผู้เสียหายและได้อนุญาตให้เข้าร่วมเฉพาะคดีฉ้อโกง ซึ่งเป็นความผิดส่วนบุคคลที่ยอมความได้ บางรายก็เป็นโจทย์ร่วมในคดีเกี่ยวกับการปลอมแปลงเอกสาร อย่างไรก็ตาม ศาลไม่อนุญาตให้เป็นโจทก์ร่วมในคดีความผิดเรื่องการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน เพราะเป็นอาญาแผ่นดิน แต่ทั้งนี้ตนยังไม่ขอกล่าวถึงรายชื่อผู้เสียหายที่เข้ามาเป็นโจทก์ร่วมกับทางอัยการเพราะกระบวนการอยู่ในชั้นศาล

ส่วนที่มีกระแสข่าวว่า ฝ่ายจำเลยได้ติดต่อมาทางฝั่งผู้เสียหายเพื่อขอเจรจาไกล่เกลี่ยค่าเสียหายนั้น ยืนยันว่าไม่เป็นความจริงและยังไม่มีการติดต่อมาจากฝั่งจำเลยแต่อย่างใด ถ้าฝั่งจำเลยมีการติดต่อเข้ามาจริง ฝ่ายผู้เสียหายก็ยินดีที่จะพูดคุย แต่ในทางกฎหมายแล้ว หากเป็นคดีอาญาเรื่องของฉ้อโกงซึ่งเป็นอาญาส่วนบุคคล ผู้เสียหายสามารถถอนคำร้องทุกข์ได้หากพึงพอใจ แต่หากเป็นคดีฉ้อโกงประชาชนซึ่งเป็นอาญาแผ่นดิน การชดใช้ความเสียหายก็จะเป็นเพียงแค่เหตุบรรเทาโทษทางกฎหมายเท่านั้น

เมื่อถามว่าทางจำเลยพยายามขอไกล่เกลี่ย ทางผู้เสียหายมีความเห็นอย่างไรกันบ้าง นายสวัสดิ์ กล่าวว่า ตอนนี้ทางเรายังไม่ได้รับทราบเรื่องนี้ แต่ถ้ามีการติดต่อมาผู้เสียหายก็ยินดีคุยอยู่แล้ว

เมื่อถามว่าคดีนี้ต้องการให้ผู้เสียหายชดใช้ค่าเสียหายหรือต้องการให้เป็นกระบวนการอื่น นายสวัสดิ์ กล่าวว่า ผู้เสียหายทุกคนอยากได้เงินคืน แต่กระบวนการต่อไปว่าเขาจะใช้เงินคืนไหม หรือจะต้องติดคุกไหมตนขอให้เป็นไปตามกระบวนการของศาล

เมื่อถามว่าจำนวนผู้เสียหายมีทั้งหมดกี่ราย เพราะมีบางกระแสข่าวระบุว่ามีจำนวนทั้งสิ้น 17 ราย นายสวัสดิ์กล่าวว่า อาจจะมีผู้เสียหายบางรายที่ถอนคำร้องแจ้งความร้องทุกข์ไป แต่ยืนยันว่าอีก 6 รายที่เหลือจะมาเป็นพยานให้กับฝ่ายโจทก์ ส่วนยอดมูลค่าความเสียหายยังคงอยู่ที่หลักร้อยกว่าล้านบาท


นายสวัสดิ์ กล่าวอีกว่า ในส่วนของฝ่ายโจทก์นั้น ได้ยื่นพยานบุคคลจำนวน 39 ปาก แบ่งเป็นผู้เสียหายทั้ง 11 ราย และที่เหลือก็เป็นพยานที่รู้เห็นเกี่ยวกับการกระทำความผิด เสนอนัดสืบพยาน 9 นัด ส่วนฝั่งจำเลยได้ยื่นพยานบุคคล 8 ปาก เสนอนัดสืบพยาน 2 นัด ซึ่งกำหนดนัดสืบพยานฝ่ายโจทก์นัดแรกในวันที่ 8 มิถุนายน 2570 และจะกำหนดสืบพยานต่อเนื่องสิ้นสุดภายในเดือนกรกฎาคม 2570 แล้วหลังจากนั้นศาลก็จะนัดฟังคำพิพากษาต่อไป


ด้านน.ส.เจนสุดา กล่าวว่า วันนี้ตนรู้สึกตื่นเต้นนิดหน่อยเพราะเพิ่งจะเคยขึ้นศาลครั้งแรกในชีวิต แต่ก็โอเคที่ได้อยู่กับเพื่อน ๆ และทีมทนายมืออาชีพ และที่ผ่านมาไม่ได้มีการติดต่อกับทางนางไรบีนาเลย ตนเชื่อในกฎแห่งกรรม นั่งอยู่บนเก้าอี้และมองดูกรรมทำงาน ไม่ได้รู้สึกอะไร แต่ตนสังเกตแววตานางไรบีนาก็รู้ว่าเจ้าตัวเครียดเป็นอย่างมาก แต่ไม่มีการทักทายอะไรใด ๆ ทั้งสิ้น ความเป็นเพื่อนสิ้นสุดลงไปแล้ว คงไม่ต้องทักทายกันอีกต่อไป และตนไม่ได้เป็นคนที่พาเจ้าตัวมาอยู่จุดนี้ ตัวนางไรบีนาเป็นผู้ที่พาตัวเองให้มาอยู่ตรงนี้เอง ต่อไปก็ปล่อยให้เป็นตามกระบวนการของศาล

ทั้งนี้นางไรบีนา และนายปริญญาได้รอให้สื่อมวลชนทยอยเดินทางกลับกันก่อนจึงค่อยเดินลงมาจากอาคารศาลอาญาเพื่อเดินทางกลับ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อาจารย์แก้กรรมรอดคุก ศาลอาญาให้ประกันตัว วงเงิน 1.5 แสนบาท

ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษกภายหลังพนักงานสอบสวนกองกำกับการปราบปราม นำตัวนายไพศาล อายุ 67 ปี ผู้ต้องหาในคดีข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่น โดยผู้อื่นอยู่ในสภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ และพรากผู้เยาว์อายุกว่าสิบห้าปี

ศาลให้ประกัน คนขับรถไฟ-พนักงานคุมไม้กั้น วงเงินคนละ 1 แสนบาท พร้อมติดกำไลอีเอ็ม

ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก พนักงานสอบสวนตำรวจนครบาลมักกะสัน นำตัว นายสยมพร สวนกูล อายุ46 ปี พนักงานขับรถไฟขนส่งสินค้า และนายอุเทน จอมคีรี อายุ46 ปี เจ้าพนักงานรัฐวิสาหกิจ ทำหน้าที่กั้นถนนบริเวณทางรถไฟ มายื่นฝากขังต่อศาลอาญาในข้อหากระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส

ตร.มักกะสัน คุมตัวคนขับรถไฟ-พนักงานไม้กั้นฝากขังศาล ค้านประกันหวั่นหลบหนี

ที่ศาลอาญา พนักงานสอบสวนตำรวจนครบาลมักกะสัน นำตัว นายสยมพร สวนกูล อายุ46 ปี พนักงานขับรถไฟขนส่งสินค้า และนายอุเทน จอมคีรี อายุ46 ปี เจ้าพนักงานรัฐวิสาหกิจ ทำหน้าที่กั้นถนนบริเวณทางรถไฟ มายื่นฝากขังต่อศาลอาญาในข้อหากระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาเหัส และเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กาย

คุก 132 ปี 6 เดือน! 'ไฮโซฮู' ลูกอดีตสว.ดัง คดีเว็บพนัน-ฟอกเงิน

ศาลอาญาพิพากษาจำคุก 'ไฮโซฮู' นโรตม์ พิริยะรังสรรค์ ลูกนักการเมืองดัง 132 ปี 6 เดือน คดีฟอกเงินเปิดเว็บพนัน เจ้าตัวที่ได้ประกันคนเดียว หนีไม่มาฟังคำพิพากษาโดนออกหมายจับ

ไม่รอลงอาญา! ศาลสั่งจำคุก 1 ปี 12 เดือน 'สจ.กอล์ฟ' กับพวกรุมทำร้ายตำรวจคาหน่วยเลือกตั้ง

ศาลอาญามีคำพิพากษาคดี นายสิรดัย พลายด้วง หรือ สจ.กอล์ฟ พร้อมพวก จำเลยที่ 1-9 ร่วมกันรุมทำร้ายตำรวจขณะปฏิบัติหน้าที่หน่วยเลือกตั้งเทศบาลตำบลพะวง

'มิน-แซม' มาตามนัด! อัยการส่งตัวฟ้องศาล ลุ้นประกัน

พนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษนัด น.ส.พีชญา วัฒนามนตรี และนายยุรนันท์ ภมรมนตรี สองนักแสดงชื่อดัง ผู้ต้องหาในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน