รัฐบาล เดินหน้าแก้ปัญหาที่ทำกินในพื้นที่ป่าไม้ถาวร ย้ำ “คนอยู่กับป่าได้อย่างถูกต้อง” ควบคู่ฟื้นฟูป่า–ป้องกันการบุกรุกใหม่
2 มิถุนายน 2569 - นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบพื้นที่เป้าหมายและกรอบมาตรการแก้ไขปัญหาการอยู่อาศัยและทำกินในพื้นที่ป่าไม้ถาวร ตามที่สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติเสนอ เพื่อให้ประชาชนที่อยู่อาศัยและทำกินเดิมในพื้นที่ป่าไม้ถาวรสามารถเข้าสู่ระบบการจัดการที่ถูกต้องตามกฎหมาย
รองโฆษกฯ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นการเติมเต็มช่องว่างของมาตรการเดิม เนื่องจากแนวทางแก้ไขปัญหาที่ดินในพื้นที่ป่าไม้ที่ผ่านมา ยังไม่ครอบคลุม “พื้นที่ป่าไม้ถาวร” อย่างชัดเจน รัฐบาลจึงกำหนดกรอบมาตรการเฉพาะ เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีแนวทางดำเนินการที่เป็นระบบ ลดความสับสน ลดข้อพิพาท และสร้างความเป็นธรรมให้กับประชาชน โดยไม่ใช่การให้กรรมสิทธิ์ในที่ดิน แต่เป็นการรับรองการอยู่อาศัยและทำกินในลักษณะแปลงรวม ภายใต้เงื่อนไขการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่า
สาระสำคัญของกรอบมาตรการ แบ่งตามลักษณะพื้นที่และช่วงเวลาการใช้ประโยชน์ เช่น พื้นที่ลุ่มน้ำชั้น 3–5 ที่มีการทำประโยชน์ก่อนปี 2545 จะดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมายผ่านโครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล ส่วนพื้นที่ที่มีการทำประโยชน์ภายหลังจนถึงปี 2557 จะให้อยู่อาศัยและทำกินแบบแปลงรวม โดยมีเงื่อนไขปลูกไม้เศรษฐกิจไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของพื้นที่ หรือไม่น้อยกว่า 50 ต้นต่อไร่
สำหรับพื้นที่ลุ่มน้ำชั้น 1–2 ซึ่งเป็นพื้นที่อ่อนไหวทางระบบนิเวศ จะต้องดำเนินการอย่างรอบคอบ เข้มงวด และคำนึงถึงผลกระทบสิ่งแวดล้อม โดยให้ใช้มาตรการอนุรักษ์ดินและน้ำ ลดการชะล้างพังทลาย และปลูกไม้ 3 อย่างตามแนวพระราชดำริ รวมถึงกรณีที่ต้องใช้พื้นที่ลุ่มน้ำชั้น 1–2 ในอนาคต จะต้องเสนอขอผ่อนผันมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องเป็นรายกรณี
นางสาวลลิดา กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินของประชาชนควบคู่กับการรักษาทรัพยากรป่าไม้ของชาติ กรอบมาตรการนี้จะช่วยให้ประชาชนที่อยู่เดิมมีความมั่นคงในการดำรงชีวิตมากขึ้น ลดความขัดแย้งระหว่างรัฐกับประชาชน และเปิดโอกาสให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแล ฟื้นฟู และป้องกันการบุกรุกพื้นที่ป่าเพิ่มเติม
“หัวใจสำคัญคือทำให้คนที่อยู่เดิมเข้าสู่ระบบอย่างถูกต้อง ขณะเดียวกันต้องรักษาป่าที่เหลืออยู่ ไม่ให้มีการขยายพื้นที่หรือบุกรุกใหม่ รัฐบาลต้องการให้การแก้ปัญหาที่ดินเป็นธรรมต่อประชาชน และรับผิดชอบต่อทรัพยากรของประเทศไปพร้อมกัน” รองโฆษกฯ กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
คนเลี้ยงนกเฮ! ครม. ปลดล็อก 'นกปรอดหัวโขน-นกกรงหัวจุก' พ้นบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครอง เพาะเลี้ยงขยายพันธุ์ได้
ครม. อนุมัติหลักการถอด “นกปรอดหัวโขน–นกกรงหัวจุก” ออกจากบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครอง ส่งเสริมการเพาะเลี้ยงเป็นสัตว์เศรษฐกิจ พร้อมติดตามประชากรในธรรมชาติอย่างใกล้ชิด
ครม.ให้ขรก.ทุกประเภท ร่วมอุปสมบท-บวชชีพรหมโพธิ ถวายพระราชกุศลพระพันปีหลวง 7-19 ส.ค.นี้ โดยไม่ถือเป็นวันลา
ครม.เห็นชอบให้ข้าราชการทุกประเภท พนักงานราชการ ลูกจ้างประจำ ลูกจ้างชั่วคราวของส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ และพนักงานรัฐวิสาหกิจ ลาเข้าร่วมโครงการอุปสมบทบวชชีพรหมโพธิและปฏิบัติธรรม อุทิศถวายสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
'พงษ์สวาท' ยื่นลาออกราชการ หลัง ครม. สั่งเด้งเข้ากรุ พ้นปลัดยุติธรรม
นางพงษ์สวาท นีละโยธิน ปลัดกระทรวงยุติธรรม ซึ่งที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 7 ก.ค. ได้มีมติรับโอนจากปลัดกระทรวงยุติธรรม
รัฐบาลเห็นชอบ 'ผังเมืองรวม' จ.อยุธยา แก้ไขการใช้ประโยชน์ที่ดินชนบท-เกษตรกรรม รองรับเศรษฐกิจเติบโต
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีเห็นชอบร่างประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง แก้ไขเพิ่มเติมกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พ.ศ. 2560 เพื่อปรับปรุงข้อกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรมให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป
ครม. ไฟเขียวกู้เงินธนาคารโลก 4,550 ล้านบาท สำหรับโครงการสะพานเชื่อมเกาะลันตา-สะพานข้ามทะเลสาบสงขลา
น.ส.พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติและเห็นชอบตามที่กระทรวงการคลัง (กค.) เสนอ ดังนี้
นายกฯ เตือนรัฐมนตรีโลกลืม ระวังหลุด ครม. บอกบางคนไม่ยอมสื่อสารก็ให้ปรับปรุงตัว
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีผลสำรวจความคิดเห็นของนิด้าโพลคะแนนของตัวนายอนุทินและพรรคภูมิใจไทยลดลงว่า โพลเหมือนกระจกส่องตัวเอง วันนี้ต้องขอบคุณผู้ทำโพลและคนที่แสดงความคิดเห็นเราก็ต้องฟัง เราเคยป๊อปปูลาร์แล้วคะแนนมันน้อยลงแสดงว่าต้องมีปัญหาตรงไหน เราก็ต้องแก้ไขตรง เพราะตนสนใจโพลมาตลอด

