ฮือฮา! ปลิงทะเลสีชมพูนับล้านตัว เกยตื้นหาดระยอง 'นักธรรมชาติวิทยา' ไขข้อสงสัยเกิดอะไรขึ้น

6 มิถุนายน 2569 - เพจเฟซบุ๊ก พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา โดย ดร.อารมณ์ มุจรินทร์ ออกมาให้ข้อมูลจากกรณีที่เพจ Lersom Loungpon พบปรากฎการณ์ของสัตว์ทะเลสีชมพูจำนวนมากเกยชายหาดสวนสน จังหวัดระยอง เกิดคำถามมากมายให้แก่ผู้พบเห็นว่า “มันเกิดอะไรขึ้น” แล้วเหตุการณ์นี้ มันคือ “ปรากรฎการณ์ธรรมชาติ หรือ ลางบอกเหตุร้าย” กันแน่

ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า เหตุการณ์ลักษณะนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นครั้งแรกในพื้นที่ชายฝั่งของจังหวัดระยอง เพราะเคยเกิดแล้วหลายต่อหลายครั้งแล้วในบริเวณเดียวกันนี้ และในหลายพื้นที่ในจังหวัดภาคตะวันออก เช่น หาดเจ้าหลาวและหาดบางกะไชย จังหวัดจันทบุรี รวมถึงในหลายจังหวัดในพื้นที่ชายฝั่งอันดามัน เช่น หาดบางกล้วย และหาดประภาส จังหวัดระนอง แต่ต้องยอมรับว่า ครั้งนี้ เป็นการเกยตื้นที่เยอะมากที่สุด เท่าที่พี่เหมียวเคยเห็นในพื้นที่จังหวัดระยอง

สัตว์ที่เกยบนชายหาดนี้ “ไม่ใช่หนอน” อย่างที่หลายคนเข้าใจ แต่แท้จริงแล้วมันคือ “ปลิงหนวดกิ่งชมพู” ชนิด 𝘊𝘦𝘳𝘤𝘰𝘥𝘦𝘮𝘢𝘴 𝘢𝘯𝘤𝘦𝘱𝘴 (Selenka, 1867) พบได้มากในทะเลจังหวัดระยอง ระดับความลึก 3-20 เมตร จัดเป็นปลิงทะเลขนาดเล็ก ลักษณะเด่นคือ ลำตัวมาสีชมพูสด ด้านบนลำตัวเป็นตุ่ม ๆ เล็ก ๆ ส่วนด้านล่างจะมีแถบของขาหรือเท้าท่อ (tube feet) จำนวน 3 แถว เห็นได้ชัดเจน ด้านปากมีหนวดเป็นพุ่มกิ่งไม้สั้น ๆ ด้านตรงข้ามปากเป็นช่องทวาร

ในธรรมชาติปลิงทะเลสีชมพูใช้ขาหรือเท้าท่อเกาะบนซากเปลือกหอย กิ่งปะการังที่ตายแล้ว หรือก้อนหินเล็ก ๆ ที่อยู่พื้นทราย แต่ว่าขาหรือเท้าท่อนี้สั้นมาก จึงทำให้การเกาะนี้ไม่แน่นและไม่มั่นคง เวลาเจอคลื่นใต้ทะเลแรง ๆ ก็มักพัดหยุดออกจากที่เกาะและถูกคลื่นหอบขึ้นมาเกยตื้นบนชายหาดได้อย่างง่ายดาย

เหตุการณ์ปลิงทะเลเกยตื้นบนหาดสวนสน จังหวัดระยองในวันนี้ มีสาเหตุสำคัญมาจาก คลื่นลมทะเลที่รุนแรงในช่วง 4-5 วันมานี้ (2-6 มิ.ย. 69) ในพื้นที่ชายฝั่งของจังหวัดระยอง ส่วนสาเหตุอื่น ๆ ประกอบ ก็คือ ปลิงทะเลเป็นสัตว์ที่มีความทนทานต่อการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมได้น้อยมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปริมาณออกซิเจนในน้ำ ความเค็ม และอุณหภูมิ ที่เปลี่ยนแปลงไป แม้เพียงเล็กน้อยก็สามารถส่งผลให้ปลิงทะเลตายและถูกซัดขึ้นมาบนชายฝั่งได้

จากปรากฏการณ์การเกยชายฝั่งของปลิงทะเลในหลาย ๆ ครั้งที่ผ่านมา พบว่าปลิงทะเลส่วนใหญ่ที่ถูกพัดขึ้นมาเกยชายฝั่งบ่อย ๆ นั้นมีอยู่ 4 ชนิด ได้แก่ ปลิงหัวมัน ปลิงหนวดกิ่งชมพู ปลิงทรายหนาม และปลิงลูกบอล ซึ่งปลิงหัวมัน จัดอยู่ในกลุ่มปลิงทะเลที่ไม่มีขาหรือเท้าท่อ (Apodida) และอีก 3 ชนิด ก็มีขาหรือเท่าท่อที่สั้นมาก ๆ ดังนั้นพวกมันจึงแทบจะไม่มีอวัยวะใด ๆ เลยที่จะใช้ยึดเกาะกับสิ่งรอบตัวได้อย่างแข็งแรง ได้แต่วางตัวนอนราบนิ่ง ๆ บนพื้นโคลนหรือพื้นทรายใต้ท้องทะเล ผิดกับปลิงทะเลชนิดอื่น ๆ ที่ส่วนใหญ่มักจะมีเท้าท่อขนาดใหญ่ และอาศัยอยู่ในซอกหลืบของปะการังช่วยกำบังร่างกาย เมื่อมีกระแสน้ำใต้ทะเลแรง ๆ พัดมา ปลิงทะเลที่ไม่มีอะไรให้ยึดเกาะหรืออาศัยอยู่ในที่กำบังจึงถูกพัดพาไปได้ง่าย นั่นเอง

เหล่านี้ก็คือคำตอบของปรากฎการณ์ปลิงทะเลเกยชายฝั่งตามที่เป็นข่าวนั่นเองค่ะ

ปล. ปลิงหนวดกิ่งชมพูชนิดนี้ไม่มีพิษค่ะ แต่ก็คงกินไม่อร่อย เพราะภายในเนื้อเยื่อลำตัวจะอัดแน่นด้วนแผ่นหินปูน (Ossicles) เหมือนกินทรายยังงัยยังงั้นเลยค่ะ ^^

เรื่อง...Nat. เหมียว (ดร.อารมณ์ มุจรินทร์)
กราฟิก...Nat.บูม (ดร.ณัฐพล นพพรเจริญกุล)
ภาพถ่ายจากเฟซบุ๊ก Lersom Loungpon

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ชาวพังงาเฮ 'ปลิงทะเลเกาะยาว' ขึ้นทะเบียนเป็นสินค้า GI ตัวใหม่แล้ว

นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า กรมทรัพย์สินทางปัญญา ได้ประกาศ ขึ้นทะเบียน “ปลิงทะเลเกาะยาว” เป็นสินค้า GI ลำดับ 4 ของจังหวัดพังงาต่อจากทุเรียนสาลิกาพังงา ข้าวไร่ดอกข่าพังงา และมังคุดทิพย์พังงา ที่ได้รับการขึ้นทะเบียน GI ไปก่อนหน้านี้ ซึ่งคาดว่าจะเป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจที่สร้างรายได้ 3.3 ล้านบาทต่อปี

แม่น้ำโขงกำลังป่วย นักธรรมชาติวิทยาเดินริมโขงระยะทางกว่า 1,000 กม.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในเพจ Mekong Walk เดินโขง ของ “บาส” นายปรมินทร์ วัฒน์นครบัญชา ซึ่งเป็นนักธรรมชาติวิทยา ได้โพสต์ข้อความเรื่องการเดินเท้าเพื่อรณรงค์สร้างความเข้าใจต่อแม่น้ำโขง โดยเริ่มออกเดินทางเมื่อวันที่ 15 มกราคม เนื้อหาในเพจระบุว่า ”สวัสดีครับ บาสนะครับ ตอนนี้ผมอยู่ที่ อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย