ปลัด มท. สั่งการผู้ว่าฯ ทั่วประเทศเฝ้าระวังไวรัสอีโบลา

ปลัด มท. สั่งการผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ ใช้กลไก “คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด” เฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา (Ebola virus disease – EVD) ตามประกาศและมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของประชาชน

7 มิถุนายน 2569) นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า กระทรวงมหาดไทยได้รับการประสานงานจากฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ กระทรวงสาธารณสุข ถึงการเตรียมความพร้อมด้านการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา (Ebola virus disease – EVD) หลังองค์การอนามัยโลก (WHO) รายงานสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลาสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (Democratic Republic of the Congo) และสาธารณรัฐยูกันดา (Republic of Uganda) ซึ่งเป็นประเทศในภูมิภาคแอฟริกากลาง และแอฟริกาตะวันออก โดยพบการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลาสายพันธุ์บันดิบูเกียว (Bundibugyo virus) ซึ่งเป็นโรคไข้เลือดออกชนิดรุนแรงที่มีอัตราเสียชีวิตสูง และองค์การอนามัยโลกได้ประกาศให้สถานการณ์ดังกล่าวเป็นภาวะฉุกเฉิน ด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ (Public Health Emergency of International Concern : PHEIC)

ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า เพื่อเป็นการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา (Ebola virus disease – EVD) ภายใต้มาตรการตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ จึงได้สั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด ในฐานะประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ใช้กลไกคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด สนับสนุนการดำเนินการ 3 แนวทาง ได้แก่ 1. ดำเนินการเฝ้าระวัง ป้องกัน สอบสวน และควบคุมโรค โดยการคัดกรองและติดตามผู้ที่มีประวัติเดินทางมาจาก หรือผ่านประเทศที่ถูกประกาศให้เป็นเขตโรคติดต่ออันตราย หรือประเทศที่มีรายงานการระบาดของโรค หากพบผู้ที่เป็นโรค หรือผู้ที่มีเหตุอันควรสงสัยว่าเป็นโรค เจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อจะต้องดำเนินการ หรือออกคำสั่งเป็นหนังสือให้ผู้เดินทางดังกล่าวถูกแยกกัก กักกัน หรือคุมไว้สังเกต เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 21 วัน

2. สนับสนุนการดำเนินการของหน่วยงานในระดับพื้นที่ โดยประสานงานด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง หน่วยงานท่าอากาศยาน หน่วยงานฝ่ายปกครอง และหน่วยงานด้านความมั่นคง ร่วมกันดำเนินการเกี่ยวกับการติดตามตรวจสอบถิ่นที่อยู่และการเดินทาง ในระหว่างผู้มีประวัติเดินทางมาจาก หรือผ่านประเทศที่ถูกประกาศให้เป็นเขตโรคติดต่ออันตราย หรือประเทศที่มีรายงานการระบาดของโรคอาศัยอยู่ในประเทศไทย ตลอดจนการดำเนินการตามมาตรการที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคดังกล่าวเป็นไปอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ และ 3. ประชาสัมพันธ์ และสื่อสารความเสี่ยงไปยังประชาชน และบุคลากรทางการแพทย์อย่างเหมาะสมและทั่วถึง โดยเน้นการสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการเฝ้าระวังอาการ ภายหลังจากการเดินทางกลับมาจากประเทศที่ถูกประกาศให้เป็นเขตติดต่อโรคติดต่ออันตราย หรือประเทศที่มีรายงานการระบาดของโรค และขอความร่วมมือหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังประเทศดังกล่าว ในกรณีพบบุคคลที่มีเหตุอันควรสงสัยว่าเป็นโรค ได้แก่ มีอาการไข้ อ่อนเพลีย ปวดกล้ามเนื้อ ปวดศีรษะ เจ็บคอ อาเจียน ท้องเสีย หรือมีอาการเลือดออกผิดปกติ ขอให้แจ้งเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อทันที ภายใน 3 ชั่วโมงนับแต่พบบุคคลดังกล่าว โดยให้ดำเนินการตามมาตรการและแนวทางที่กรมควบคุมโรคกำหนดอย่างเคร่งครัด

สำหรับโรคติดต่อเชื้อไวรัสอีโบลาเป็นโรคติดต่ออันตราย ลำดับที่ 9 ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ชื่อและอาการสำคัญของโรคติดต่ออันตราย พ.ศ. 2559 ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 4 มิถุนายน 2559 โดยพบเป็นโรคที่มีความรุนแรงสูง สามารถแพร่ระบาดได้รวดเร็ว และมีอัตราการเสียชีวิตสูง กระทรวงสาธารณสุขจึงได้ออกประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ท้องที่นอกราชอาณาจักรที่เป็นเขตติดต่อโรคติดต่ออันตราย กรณีโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา (Ebola virus disease – EVD) พ.ศ. 2569 กำหนดให้สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (Democratic Republic of the Congo) และสาธารณรัฐยูกันดา (Republic of Uganda) เป็นเขตโรคติดต่ออันตรายตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 โดยให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 21 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป

.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

มท.1 กำชับผู้ว่าฯทั่วประเทศ วางแผนต่อเนื่อง งานถวายพระเพลิง 'พระพันปีหลวง-เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา'

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมติดตามการขับเคลื่อนนโยบายของกระทรวงมหาดไทย โดยมี นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย นายวรศิษฏ์ เสียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายชัชชาติ สิทธิ์พันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

'ณัฐวุฒิ' ชี้งบฝึกอบรมพุ่ง 996 ล้านบาทหวั่นละเลงลงพื้นที่มากกว่าพัฒนาคน!

'ณัฐวุฒิ' จี้ตัดงบกรมการพัฒนาชุมชน 1% ตั้งคำถามงบฝึกอบรมพุ่ง 996 ล้านบาท หวั่นใช้งบลงพื้นที่มากกว่าพัฒนาคน ถามชัดใครเป็นคนได้ประโยชน์

'หมอวรงค์' ข้องใจรัฐบาลทำประกันภัยพิบัติเบี้ยแพงที่สุดในโลก!

'หมอวรงค์' ชำแหละงบเยียวยาภัยพิบัติ นายกฯอ้างปีละ 4 หมื่นล้าน แต่จริงเฉลี่ย 9.8 พันล้าน ซัดรัฐบาลทำประกันภัยพิบัติ 1.55 หมื่นล้าน เบี้ยสูง 20% แพงสุดในโลก หวั่นมีคนหวังคอมมิชชั่น

'กิตติพงษ์' ฉะกรมการปกครองซื้อโคตรเสื้อเกราะราคาตัวละ 46,000 บาท

'กิตติพงษ์' ฉะกรมการปกครอง ซื้อเสื้อเกราะตัวละ 46,000 บาท ขณะที่ กอ.รมน.ตัวละ 31,000 บาท ทั้งที่สเปกเหมือนกัน แฉบริษัทรับทำเสื้อเกราะ มีธุรกิจขายเสื้อนักเรียน รายได้ต่อปี เพียง 12,000 บาท

'บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์' ขีดเส้น 1 เดือน จัดระเบียบมีมาตรฐานขั้นต่ำคุมเข้ม

'เอกนิติ' ขีดเส้น 1 เดือน จัดระเบียบดาต้าเซ็นเตอร์ ตั้งมาตรฐานขั้นต่ำคุมไฟฟ้า-น้ำ-ผังเมือง-สิ่งแวดล้อม เปิดรับลงทุน ยันประชาชนไม่กังวลผลกระทบ