ป.ป.ช.ชี้มูล “พิภพ” นายก อบต.ทุ่ม จ.ศรีสะเกษ กับพวก เรียกรับผลประโยชน์แลกต่อสัญญาจ้าง
8 มิถุนายน 2569 - นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด นายพิภพ พวงจันทร์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่ม อำเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ กับพวกเรียก รับ ผลประโยชน์ตอบแทนจากพนักงานจ้างจำนวนหลายรายเพื่อแลกกับการต่อสัญญาจ้างของปีงบประมาณ พ.ศ. 2567
ข้อเท็จจริงจากการไต่สวนปรากฏว่านายพิภพ พวงจันทร์ ดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่ม มีอำนาจหน้าที่ในการอนุมัติต่อสัญญาจ้างให้กับพนักงานจ้างทั่วไปและพนักงานจ้างตามภารกิจขององค์การบริหารส่วนตำบลทุ่มแต่กลับประวิงเวลาและบ่ายเบี่ยงการลงนามในหนังสือที่เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไปซึ่งรับผิดชอบงานบุคลากรขององค์การบริหารส่วนตำบลทุ่ม ได้เสนอขอความเห็นชอบในการต่อสัญญาจ้างพนักงานจ้างตามภารกิจและพนักงานจ้างทั่วไป จำนวน 30 ราย ตั้งแต่ช่วงวันที่ 8 - 9 สิงหาคม 2566 โดยไม่ปรากฏเหตุใด ๆ ที่จะอ้างเพื่อประวิงเวลาได้
โดยในระหว่างนั้นปรากฏว่านายพิภพกับพวกได้ร่วมกันเรียกรับเงินจากพนักงานจ้างหลายราย โดยพนักงานจ้างรายใดประสงค์จะต่อสัญญาจ้างต้องจ่ายเงิน 3 เท่าของเงินเดือนของพนักงานจ้างรายนั้น ๆ แก่นายพิภพ เพื่อแลกกับการต่อสัญญาจ้างโดยใช้นายเกษตร ฤาชา รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่มสั่งพนักงานจ้างรายหนึ่งให้ไปแจ้งบรรดาพนักงานจ้างขององค์การบริหารส่วนตำบลทุ่มรายอื่น ๆ ว่าผู้ใดประสงค์จะต่อสัญญาจ้างต้องจ่ายเงินให้แก่นายพิภพ ซึ่งปรากฏต่อมาว่ามีพนักงานจ้าง 2 ราย ได้นำเงินไปมอบให้กับนายพิภพ เพื่อแลกกับการต่อสัญญาจ้าง โดยรายแรกมอบเงินจำนวน 44,460 บาท(จำนวน 3 เท่าของเงินเดือน) ส่วนรายที่ 2 ได้ต่อรองจำนวนเงินกับนายพิภพ พวงจันทร์เหลือจำนวน 20,000 บาท และได้มอบเงินจำนวนดังกล่าวไว้กับนายพิภพ พวงจันทร์ รวมเป็นเงินทั้งสิ้นจำนวน 64,460 บาท
นอกจากนี้ มีพนักงานจ้างบางรายได้นำเงินสดจำนวน 44,400 บาท และโอนเงินจำนวน 41,000 บาทรวมเป็นเงินทั้งสิ้นจำนวน 85,400 บาท ให้กับนายพิชญ์ ปรีชาเลิศศิริ อดีตรองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่มตามคำสั่งของนายเกษตร และเป็นไปตามเจตนาของนายพิภพ ประกอบกับมีพนักงานจ้างกลุ่มหนึ่งได้เข้าพบนายพิภพ และนายพิภพ แจ้งว่าการต่อสัญญาจ้างเป็นไปตามที่ได้แจ้งให้พนักงานจ้างทุกคนทราบคือ ต้องจ่ายเงินเพื่อแลกกับการต่อสัญญาจ้าง และพนักงานจ้างอีกกลุ่มหนึ่งถูกนายวัชร์ชพล วรดิษฐ์เรืองเดช ซึ่งเป็นที่ปรึกษาของนายพิภพ เรียกเข้าพบในห้องทำงานของนายพิภพ โดยมีนางพรสวรรค์ ขุนพันธ์ ผู้อำนวยการกองคลัง และรักษาราชการแทนผู้อำนวยการกองสวัสดิการสังคม ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาของพนักงานจ้างดังกล่าวอยู่ร่วมพูดคุยด้วย โดยนายวัชร์ชพล แจ้งว่า นายพิภพ ใช้ให้มาแจ้งให้จ่ายเงินเพื่อแลกกับการต่อสัญญาจ้าง แต่พนักงานจ้างกลุ่มดังกล่าวปฏิเสธการจ่ายเงิน สำหรับนางพัชรินทร์ แสงใส ปรากฏว่า ได้โทรศัพท์ไปหาพนักงานจ้างจำนวน 4 รายเพื่อเร่งรัดให้จ่ายเงินแก่นายพิภพ เพื่อแลกกับการต่อสัญญาจ้างโดยเร็วแต่ทั้งหมดปฏิเสธการจ่ายเงินเช่นกัน
คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้ว มีมติว่า 1.การกระทำของนายพิภพ มีมูลความผิดทางอาญาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 149 มาตรา 157 ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561มาตรา 172 มาตรา 173 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 และมีมูลความผิดตามพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. 2537และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 90/1
2. การกระทำของนายเกษตร มีมูลความผิดฐานสนับสนุนนายพิภพ ตามฐานความผิดดังกล่าว และมีมูลความผิดตามพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบลพ.ศ. 2537 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 90/1
3. การกระทำของนางพรสวรรค์ มีมูลความผิดฐานสนับสนุนนายพิภพ ตามฐานความผิดดังกล่าวและมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง
4. การกระทำของนายพิชญ์ นายวัชร์ชพล และนางพัชรินทร์ มีมูลความผิดฐานสนับสนุนนายพิภพ ตามฐานความผิดดังกล่าว
ให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัย ไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี และส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน และคำวินิจฉัย ไปยังผู้บังคับบัญชา เพื่อดำเนินการทางวินัย ตามฐานความผิดดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 91 (1)และ (2) และมาตรา 98 แล้วแต่กรณีต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
โปรดเกล้าฯ 'นิติพันธ์ ประจวบเหมาะ' ดำรงตำแหน่งเลขาธิการ ป.ป.ช.
โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง “นิติพันธุ์ ประจวบเหมาะ” จากรองเลขาธิการ ป.ป.ช. ขึ้นดำรงตำแหน่งเลขาธิการ ป.ป.ช. มีผลตั้งแต่ 1 ต.ค. 2569
'อนุทิน' ลั่นใครเอี่ยวโกงสอบท้องถิ่นโดนหมด แนะมีหลักฐานยื่น ป.ป.ช.
นายกฯ ยันไม่มีอิทธิพลการเมืองแทรกสอบทุจริตท้องถิ่น หากมีหลักฐานพาดพิงรัฐมนตรีให้ส่ง ป.ป.ช.ตรวจสอบ ชี้รัฐบาลตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรงแล้ว
ป.ป.ช. ชี้มูล 3 คดี ออกโฉนดมิชอบ ฮุบที่ดินป่าสงวน ฟันกราวรูดจนท.ทุจริต
นายมงคล ศรีสว่าง ผู้อำนวยการสำนักไต่สวนการทุจริตคดีความมั่นคงด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แถลงข่าวว่า ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิดทางอาญาและวินัยอย่างร้ายแรงแก่ นายเอนก เหลืองทองคำ อดีตผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดิน จ.พิษณุโลก–เพชรบูรณ์–นครสวรรค์–พิจิตร กับพวก และชี้มูลความผิดอาญาผู้
ป.ป.ช. แจงเส้นเงินโกงสอบท้องถิ่น ตอนนี้ยังสาวไม่ถึงฝ่ายการเมือง ยันไม่มีตัดตอน
ป.ป.ช. ปัดตอบเส้นเงิน 9 พันล้านโยงโกงสอบท้องถิ่น ยังไม่พบหลักฐานถึงฝ่ายการเมือง เจอสูงสุดระดับอดีตอธิบดี 2 คน ยํ้า ไล่ดู สถ.ทุกยุคตั้งแต่ปี 64 ลั่น ไม่มีตัดตอนใครแน่ แจง ตรวจกระดาษคำตอบ 8 แสนแผ่นยังไม่เสร็จ เหตุยังไม่ได้เครื่องตรวจที่แม่นยํา
ตั้งกก.สอบข้อเท็จจริง เจ้าหน้าที่ดีเอสไอเอี่ยวโกงสอบท้องถิ่น จ.ศรีสะเกษ
"ดีเอสไอ" รับลูก กมธ.ป.ป.ช. ตั้งกรรมการสอบเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ เอี่ยวโกงสอบ ยันยังไม่พบหลักฐานโยงถึง 3 นักการเมือง ชี้เป็นเพียงข่าว น้ำหนักไม่พอ โดย กมธ.แนะเชิญ “โรม” ให้ข้อมูล
ป.ป.ช. ขยายผล 'โกงสอบท้องถิ่น' พบเงินหมุนเวียนกว่า 1,000 ล้าน เชื่อมโยงทุจริตปี 64
นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. เปิดเผยความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่นว่า ขณะนี้คณะไต่สวนอยู่ระหว่างตรวจสอบประเด็นการทุจริต โดยจากการตรวจสอบเส้นทางการเงินของบุคคลที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้ พบเงินหมุนเวียนกว่า 1,000 ล้านบาท และพบความเชื่อมโยงกับการทุจริตสอบท้องถิ่นเมื่อปี 2564

