
รัฐบาลยกระดับ ‘สมุดสีชมพูโฉมใหม่’ เชื่อมข้อมูลสุขภาพแม่และเด็กสู่ระบบดิจิทัล ย้ำเน้นฝากครรภ์คุณภาพ ดูแลแม่–ลูกครบวงจร
21 มิถุนายน 2569 – นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้ความสำคัญกับการยกระดับระบบสาธารณสุขและการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน โดยเฉพาะการดูแลสุขภาพแม่และเด็กตั้งแต่ช่วงตั้งครรภ์จนถึงวัยเด็กปฐมวัย ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศ โดยกรมอนามัยได้ปรับปรุงสมุดบันทึกสุขภาพแม่และเด็ก หรือ สมุดสีชมพูโฉมใหม่ เพื่อยกระดับการฝากครรภ์คุณภาพและเชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านสุขภาพเข้าสู่ระบบดิจิทัล รองรับการดูแลสุขภาพแม่และเด็กอย่างครบวงจร สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลด้านการพัฒนาระบบประกันสุขภาพและบริการสาธารณสุข ที่มุ่งพัฒนาระบบฐานข้อมูลสุขภาพส่วนบุคคลและเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพของประชาชนให้สามารถเข้าถึงบริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับสมุดสีชมพูโฉมใหม่ได้รับการปรับปรุงจากข้อเสนอแนะของหญิงตั้งครรภ์ ผู้ปกครอง และบุคลากรสาธารณสุขทั่วประเทศ เพื่อให้ทันสมัย ใช้งานสะดวก และตอบโจทย์การดูแลสุขภาพในยุคดิจิทัลมากยิ่งขึ้น โดยมีการพัฒนาใน 5 ด้านสำคัญ ได้แก่ การปรับรูปแบบการบันทึกข้อมูลการฝากครรภ์ให้มีความชัดเจนและใช้งานง่าย การเพิ่มเครื่องมือประเมินสุขภาพ เช่น กราฟติดตามน้ำหนักตามค่าดัชนีมวลกายก่อนตั้งครรภ์ (BMI) เพื่อช่วยประเมินภาวะโภชนาการและเฝ้าระวังความเสี่ยงด้านสุขภาพ รวมถึงการปรับปรุงเนื้อหาการดูแลตนเองระหว่างตั้งครรภ์ การคลอด และหลังคลอดให้สอดคล้องกับองค์ความรู้ทางการแพทย์ในปัจจุบัน นอกจากนี้ ยังเชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านสุขภาพเข้าสู่ระบบดิจิทัลผ่าน QR Code ที่สามารถเข้าถึงข้อมูลสำคัญได้อย่างสะดวก ทั้งด้านโภชนาการสำหรับหญิงตั้งครรภ์ การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ การส่งเสริมพัฒนาการเด็ก การดูแลสุขภาพช่องปาก การใช้สื่อดิจิทัลอย่างเหมาะสม และการเลี้ยงดูเด็กตามช่วงวัย พร้อมกันนี้ ยังได้นำแนวคิด Nurturing Care Framework มาใช้ในการพัฒนาเนื้อหา เพื่อส่งเสริมการดูแลเด็กอย่างรอบด้าน ทั้งด้านการเจริญเติบโต การเรียนรู้ สุขภาวะทางอารมณ์ และความสัมพันธ์ในครอบครัว รวมถึงส่งเสริมบทบาทของครอบครัวในการติดตามการเจริญเติบโต การรับวัคซีนตามวัย การดูแลสุขภาพช่องปากตั้งแต่ฟันซี่แรก และการสังเกตพัฒนาการของเด็กอย่างใกล้ชิด
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กรมอนามัยยังได้พัฒนาเนื้อหาเพิ่มเติมให้เข้าใจง่าย ลดความซ้ำซ้อน และเพิ่มประสิทธิภาพการเชื่อมโยงสื่อดิจิทัล รวมถึงบูรณาการโครงการโรงเรียนพ่อแม่แบบผสมผสาน (Smart Hybrid Parenting School) ซึ่งดำเนินการร่วมกับองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย เพื่อเพิ่มองค์ความรู้แก่หญิงตั้งครรภ์และผู้ดูแลเด็กปฐมวัยอย่างรอบด้าน ทั้งนี้ สมุดสีชมพูยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการเชื่อมโยงสิทธิประโยชน์ด้านสุขภาพของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นบริการฝากครรภ์คุณภาพ การตรวจคัดกรองภาวะแทรกซ้อน การรับวัคซีน การส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ และบริการส่งเสริมสุขภาพอื่น ๆ ตามระบบสาธารณสุขของประเทศ ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของรัฐบาลในการพัฒนาระบบข้อมูลสุขภาพดิจิทัล ควบคู่กับการสร้างสมดุลระหว่างการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันและการรักษาพยาบาล ซึ่งรัฐบาลมุ่งยกระดับการดูแลสุขภาพแม่และเด็กตั้งแต่ก่อนคลอดจนถึงวัยเด็ก ผ่านการพัฒนาระบบบริการสุขภาพที่ทันสมัย เชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพ และส่งเสริมการเข้าถึงองค์ความรู้ที่ถูกต้อง เพื่อให้เด็กไทยทุกคนเติบโตอย่างสมวัย มีพัฒนาการที่เหมาะสม และมีคุณภาพชีวิตที่ดีตามเป้าหมาย ‘ลูกเกิดรอด แม่ปลอดภัย เด็กไทยเติบโตสมวัย มีสุขภาพดีตลอดช่วงชีวิตทั้งนี้ กรมอนามัยขอเชิญชวนหญิงตั้งครรภ์ทุกคนเข้ารับบริการฝากครรภ์(ก่อน 12 สัปดาห์) และนำสมุดสีชมพูติดตัวทุกครั้งที่เข้ารับบริการทางการแพทย์ เพื่อให้บุคลากรสาธารณสุขสามารถติดตามและดูแลสุขภาพแม่และลูกได้อย่างต่อเนื่อง ครบถ้วน และมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยสถานพยาบาลที่สนใจสามารถขอรับสมุดบันทึกสุขภาพแม่และเด็กได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายที่สำนักส่งเสริมสุขภาพ กรมอนามัย หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สำรวจ 'บ้านไม่มีเลขที่' รับระบบประกันภัยพิบัติ อึ้ง 4.9 แสนครัวเรือน
รัฐบาลเผยผลสำรวจ 'บ้านไม่มีเลขที่' รองรับระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ และการช่วยเหลือเยียวยาประชาชน พบข้อมูลกว่า 4.9 แสนครัวเรือน
รัฐบาลเปิดไทม์ไลน์มาตรการอุ้ม 'ดีเซล' ราคาต่ำกว่ามาเลย์-อินโดฯ
รัฐบาลเปิดลำดับมาตรการพยุงดีเซลปี 69 ลดราคา ณ โรงกลั่นหลายระลอก ใช้กองทุนน้ำมันลดแรงกระแทก ชี้ดีเซลไทยต่ำกว่าราคาตลาดทั่วไปมาเลเซีย–อินโดนีเซีย
อธิบดีปค. สั่ง 'นอภ.-ปลัดเมืองเชียงใหม่' แจงโดนปฏิบัติการปราบเซียนนครพิงค์ จับบ่อนพนันในพื้นที่
อธิบดีกรมการปกครองได้สั่งการให้นายอำเภอเมืองเชียงใหม่ ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง และปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง อำเภอเมืองเชียงใหม่ มาชี้แจงข้อเท็จจริงที่กรมการปกครอง ในวันที่ 21 กันยายน 2569
รัฐโว ‘ไทยช่วยไทยพลัส‘ ยอดใช้จ่ายทะลุ 1.61 แสนล้าน
รัฐบาล เผย “ไทยช่วยไทย พลัส” ยอดใช้จ่ายทะลุ 1.61 แสนล้าน พยุงกำลังซื้อ–ส่งรายได้ถึงร้านค้า ก.คลังเตรียมนำผลการดำเนินงานชง ครม.
มท.1 กำชับผู้ว่าฯทั่วประเทศ วางแผนต่อเนื่อง งานถวายพระเพลิง 'พระพันปีหลวง-เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา'
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมติดตามการขับเคลื่อนนโยบายของกระทรวงมหาดไทย โดยมี นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย นายวรศิษฏ์ เสียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายชัชชาติ สิทธิ์พันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
รื้อกติกา 'เครดิตเทอม' ช่วย SME ปิดช่องรายใหญ่ยื้อจ่าย
รัฐบาลลุยอุดช่องรายใหญ่ยื้อจ่าย SME รื้อกติกา 'เครดิตเทอม' เกษตรไม่เกิน 30 วัน การค้า-ผลิต-บริการ 45 วัน

