เร่งผู้ไม่ผ่านเกณฑ์บัตรคนจนทบทวนสิทธิ ชี้ช่วยตรวจพบข้อมูลสวมชื่อ–ทะเบียนรถ ลดความเสี่ยงปัญหาภาษี

28 ก.ค.2569-นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลขอเชิญชวนประชาชนที่ตรวจสอบผลโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 แล้วพบว่าไม่ผ่านเกณฑ์ และเห็นว่าข้อมูลที่ใช้ตรวจสอบคุณสมบัติไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ให้ใช้สิทธิขอทบทวนผลการพิจารณาภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2569 ตามระยะเวลาที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 การขอทบทวนสิทธิครั้งนี้ไม่ได้มีประโยชน์เฉพาะการขอให้ตรวจสอบสิทธิรับสวัสดิการอีกครั้งเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสให้ประชาชนตรวจพบและเร่งแก้ไขข้อมูลที่คลาดเคลื่อนในฐานข้อมูลของหน่วยงานรัฐ ซึ่งอาจส่งผลต่อการพิจารณาสิทธิ รวมถึงภาระด้านภาษีและกฎหมายในอนาคต กรณีที่ประชาชนควรให้ความสำคัญ ได้แก่ การพบชื่อของตนปรากฏเป็นกรรมการ ผู้ถือหุ้น หรือลูกจ้างของกิจการ ทั้งที่ไม่เคยรับรู้หรือไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ตลอดจนข้อมูลยานพาหนะที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง เช่น รถที่ขายโดยยังไม่ได้โอนกรรมสิทธิ์อย่างถูกต้อง รถสูญหาย หรือรถที่สิ้นสภาพแล้ว แต่ชื่อผู้ครอบครองเดิมยังคงปรากฏอยู่ในทะเบียน

นางสาวลลิดา กล่าวว่า การแก้ไขข้อมูลดังกล่าวไม่เพียงใช้ประกอบการทบทวนสิทธิตามโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ แต่ยังอาจช่วยลดความเสี่ยงที่ประชาชนต้องรับภาระทางภาษีหรือกฎหมายจากข้อมูลที่ตนไม่ได้ก่อขึ้น รวมถึงลดความเสี่ยงที่ชื่อของเจ้าของเดิมจะถูกเชื่อมโยงกับการนำยานพาหนะไปใช้กระทำความผิดในภายหลัง โดยหน่วยงานเจ้าของข้อมูลจะเป็นผู้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการตามกฎหมายในแต่ละกรณี รัฐบาลไม่ต้องการให้ความคลาดเคลื่อนของข้อมูลกลายเป็นภาระที่ประชาชนต้องรับเพียงฝ่ายเดียว การทบทวนสิทธิจึงเป็นทั้งช่องทางให้ตรวจสอบสิทธิ และเป็นโอกาสให้เจ้าของข้อมูลได้ทราบว่าชื่อหรือทรัพย์สินของตนปรากฏอยู่ในระบบอย่างไร หากพบสิ่งผิดปกติจะได้เร่งแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ตรวจสอบและแก้ไข ก่อนปัญหาจะขยายตัวและส่งผลกระทบในด้านอื่นตามมา และเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน กระทรวงมหาดไทยได้สนับสนุนการดำเนินงานของศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ หรือ One Stop Service ระดับจังหวัดและอำเภอ ครอบคลุม 76 จังหวัด และ 878 อำเภอ เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ขอทบทวนสิทธิและผู้ที่ต้องยืนยันตัวตน พร้อมรับเรื่องและประสานข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลดภาระประชาชนจากการต้องเริ่มติดต่อหลายหน่วยงานด้วยตนเอง อย่างไรก็ดี ในบางกรณีประชาชนอาจต้องยื่นหลักฐานหรือดำเนินการเพิ่มเติมตามหลักเกณฑ์ของหน่วยงานเจ้าของข้อมูล

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ย้ำว่า ผู้ที่ประสงค์ขอทบทวนสิทธิต้องยื่นคำขอภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2569 และหากต้องแก้ไขข้อมูลกับหน่วยงานตรวจสอบคุณสมบัติ ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 20 กันยายน 2569 โดยผู้ที่ผ่านเกณฑ์โครงการปี 2569 ทั้งผู้ที่ผ่านเกณฑ์ตั้งแต่การประกาศผลครั้งแรกและผู้ที่ผ่านเกณฑ์ภายหลังการทบทวน จะเริ่มใช้สิทธิพร้อมกันในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ทั้งนี้ การยื่นขอทบทวนหรือการแก้ไขข้อมูลไม่ถือว่าได้รับสิทธิโดยอัตโนมัติ ผลการพิจารณาจะขึ้นอยู่กับการตรวจสอบคุณสมบัติและข้อเท็จจริงของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รัฐบาลขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลจากเว็บไซต์โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ พ.ศ. 2569 ที่ welfare.mof.go.th หรือช่องทางทางการของกระทรวงการคลัง เพื่อป้องกันความสับสนจากข้อมูลเก่าและข่าวปลอม.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'รัฐบาล' ย้ำผู้ผ่านเกณฑ์บัตรสวัสดิการฯ รายใหม่กว่า 5 แสนราย รีบยืนยันตัวตน ก่อนใช้สิทธิ 1 ต.ค.

รัฐบาลย้ำผู้ผ่านเกณฑ์บัตรสวัสดิการฯ รายใหม่กว่า 5 แสนรายยังไม่ e-KYC ต้องการเริ่มใช้สิทธิ 1 ต.ค. ให้ดำเนินการภายใน 30 ก.ย. ผู้ทบทวนส่งเอกสารได้ถึง 20 ก.ย.

ครม. เห็นชอบปฏิญญาด้านกำลังคนสุขภาพ หนุนกระจายแพทย์เฉพาะทางสู่พื้นที่ห่างไกล

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบร่างปฏิญญาระดับรัฐมนตรีว่