คดีฟ้องแพลตฟอร์มออนไลน์มีความคืบหน้าอีกขั้น หลังบริษัทที่ถูกฟ้องร้องทั้งในไทยและต่างประเทศได้รับสำเนาคำฟ้องและหมายศาลครบถ้วน ก่อนวันนัดพร้อม 3 สิงหาคม 2569 ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นของกระบวนการพิจารณาคดีอย่างเป็นทางการ
29 กรกฎาคม 2569 - หลังจากสภาผู้บริโภคยื่นฟ้องแพลตฟอร์มออนไลน์ บริษัทผู้ให้บริการแอปพลิเคชัน และสถาบันการเงิน รวม 17 จำเลย เพื่อเรียกร้องความรับผิดชอบจากกรณีผู้บริโภคจำนวนมากตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล ล่าสุดคดีดังกล่าวมีความคืบหน้าอีกขั้น เมื่อศาลได้ส่งสำเนาคำฟ้องและเอกสารนัดหมายไปยังบริษัทแม่ของแพลตฟอร์มในต่างประเทศครบถ้วนแล้ว ก่อนเข้าสู่วันนัดพร้อมในวันที่ 3 สิงหาคม 2569 ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นของกระบวนการพิจารณาคดีอย่างเป็นทางการ
ทีมกฎหมายสภาผู้บริโภคเปิดเผยว่า ขณะนี้จำเลยทั้งหมด ทั้งแพลตฟอร์มออนไลน์ ผู้ให้บริการแอปพลิเคชัน และสถาบันการเงิน ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ได้รับหมายศาลโดยชอบด้วยกฎหมายครบถ้วนแล้ว ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของคดีที่หลายฝ่ายจับตา เนื่องจากเป็นความพยายามผลักดันให้แพลตฟอร์มดิจิทัลระดับโลกต้องร่วมรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นกับผู้บริโภคไทย
นางสาวนันณภัชสรณ์ เตชปัญญาพิพัฒน์ ทนายความผู้รับผิดชอบคดี อธิบายว่า จุดสำคัญของคดีนี้คือ การฟ้องไม่ได้จำกัดอยู่เพียงนิติบุคคลในประเทศไทย แต่ขยายไปถึงบริษัทแม่ในต่างประเทศ เนื่องจากเป็นผู้กำหนดนโยบายและควบคุมการทำงานของแพลตฟอร์มทั่วโลก ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจในการกำหนดมาตรการด้านความปลอดภัยของระบบโดยตรง
สำหรับกรณีของเมตา (Meta) เจ้าของแพลตฟอร์มเฟซบุ๊ก สภาผู้บริโภคฟ้องทั้งบริษัทแม่ในสหรัฐอเมริกาและบริษัทในประเทศไอร์แลนด์ เนื่องจากบริษัทในไอร์แลนด์เป็นคู่สัญญาที่รับชำระค่าบริการจากผู้ใช้ในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นการซื้อโฆษณาหรือบริการอื่น ๆ จึงมีความเชื่อมโยงกับธุรกรรมของผู้บริโภคไทย ขณะที่บริษัทแม่ในสหรัฐฯ เป็นผู้กำหนดนโยบายและควบคุมระบบของแพลตฟอร์มทั้งหมด
ส่วนไลน์ (LINE) มีการฟ้องทั้งบริษัทแม่ในประเทศญี่ปุ่นและบริษัทในประเทศไทย ด้วยเหตุผลเดียวกัน คือเพื่อให้ผู้ที่มีอำนาจควบคุมระบบตัวจริงเข้ามารับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นกับผู้บริโภคไทย ไม่ใช่จำกัดความรับผิดไว้เฉพาะบริษัทที่ทำหน้าที่ด้านการตลาดหรือประสานงานในประเทศไทย
ทีมกฎหมายอธิบายเหตุผลที่ต้องฟ้องบริษัทแม่ว่า ตลอดหลายปีที่ผ่านมา คดีที่ฟ้องแพลตฟอร์มออนไลน์จำนวนไม่น้อยมักประสบปัญหา เนื่องจากบริษัทในประเทศไทยยกข้อต่อสู้ว่าเป็นเพียงผู้แทนด้านการตลาด ไม่มีอำนาจกำหนดนโยบายหรือควบคุมระบบของแพลตฟอร์ม จึงไม่ควรต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น
การดำเนินคดีครั้งนี้จึงมุ่งให้ศาลพิจารณาว่า บริษัทแม่ซึ่งเป็นผู้กำหนดนโยบายและควบคุมระบบ มีหน้าที่ต้องร่วมรับผิดชอบ หากการบริหารจัดการระบบที่ไม่เพียงพอเปิดช่องให้มิจฉาชีพใช้แพลตฟอร์มก่อความเสียหายแก่ผู้บริโภคไทย
อีกหนึ่งเหตุผลสำคัญคือ การเชื่อมโยงความรับผิดไปยังผู้ที่ได้รับประโยชน์จากธุรกรรมของผู้บริโภคไทยโดยตรง เช่น กรณี Meta บริษัทในประเทศไอร์แลนด์เป็นคู่สัญญาที่รับชำระค่าบริการจากผู้ใช้ในประเทศไทย ขณะที่บริษัทแม่เป็นผู้กำหนดนโยบายและควบคุมระบบทั้งหมด ซึ่งทีมกฎหมายเห็นว่าเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ศาลควรนำมาพิจารณาความรับผิดของแพลตฟอร์ม
เป้าหมายไม่ใช่แค่ชดเชย แต่สร้างมาตรฐานใหม่ ทีมกฎหมายย้ำว่า เป้าหมายของคดีนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการเรียกร้องค่าเสียหายให้ผู้เสียหายรายบุคคล แต่ต้องการผลักดันให้เกิดบรรทัดฐานใหม่ในการคุ้มครองผู้บริโภคไทย โดยให้แพลตฟอร์มออนไลน์ระดับโลกต้องยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยของระบบ และร่วมรับผิดชอบเมื่อเกิดความเสียหายจากการใช้บริการบนแพลตฟอร์ม
"เมื่อแพลตฟอร์มได้รับผลประโยชน์และรายได้จากผู้บริโภคไทย ก็ควรมีหน้าที่ดูแลความปลอดภัยของระบบ และมีมาตรการเยียวยาที่เหมาะสมเมื่อเกิดความเสียหาย ไม่ใช่เพียงได้รับผลประโยชน์โดยไม่ต้องรับผิดชอบ" นางสาวนันณภัชสรณ์กล่าว
จับตานัดพร้อม 3 และ 10 ส.ค. เปิดทางเจรจาก่อนสืบพยาน ด้าน นายสุรกิจ สิงหะพล เจ้าหน้าที่กฎหมายและคดี สภาผู้บริโภค อธิบายว่า "นัดพร้อม" เป็นขั้นตอนที่เกิดขึ้นในทุกคดีภายหลังศาลรับฟ้อง โดยศาลจะนัดให้คู่ความทั้งฝ่ายโจทก์และจำเลยมาศาลพร้อมกัน เพื่อตรวจสอบการยื่นคำให้การ กำหนดประเด็นข้อพิพาท และเปิดโอกาสให้คู่กรณีเจรจาไกล่เกลี่ยก่อนเข้าสู่กระบวนการสืบพยาน หากไม่สามารถตกลงกันได้ คดีจึงจะดำเนินเข้าสู่การพิจารณาและมีคำพิพากษาต่อไป
นายสุรกิจกล่าวว่า สำหรับคดีที่สภาผู้บริโภคยื่นฟ้องแพลตฟอร์มออนไลน์ บริษัทผู้ให้บริการแอปพลิเคชัน และสถาบันการเงิน ศาลได้นัดพร้อมในวันที่ 3 และ 10 สิงหาคม 2569 ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญก่อนเข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดี โดยต้องติดตามว่าจำเลยจะยื่นคำให้การ เข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ย หรือมีแนวทางยุติข้อพิพาทร่วมกันหรือไม่ พร้อมย้ำว่า เมื่อได้รับหมายศาลแล้ว ไม่ว่าจะอยู่ในประเทศไทยหรือต่างประเทศ ควรเข้าร่วมการนัดพร้อมเพื่อใช้สิทธิชี้แจงและต่อสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรม รวมทั้งเปิดโอกาสให้คู่กรณีเจรจาหาทางออกที่เป็นธรรมแก่ผู้เสียหาย.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ซาบีน่า เปิดตัวสินค้าใหม่-อัดแคมเปญกระตุ้นการตัดสินใจซื้อ
SABINA ประเมินผลงานครึ่งแรกปี 69 เติบโตตามคาด พร้อมเปิดตัวสินค้าใหม่-อัดแคมเปญกระตุ้นการตัดสินใจซื้อของลูกค้า มั่นใจครึ่งปีหลัง กำลังซื้อมีแนวโน้มดีกว่าครึ่งปีแรก
'ศุภมาส' โชว์ผลงาน สคบ. คืนเงินผู้บริโภค 22 ล้าน ดัน Lemon Law ต่อ
"ศุภมาส" โชว์ผลงาน สคบ. 2 เดือน ชดเชยผู้บริโภคกว่า 22 ล้าน เดินหน้า Lemon Law คุ้มครองคนซื้อของชำรุด เร่งจับมือทุกหน่วยงาน ลุยสะสางทุกเคส
'ศุภมาส' Kick off ลุยตรวจบุฟเฟต์กลางห้างดัง คุมเข้มโฆษณาเกินจริง ราคาแฝง คูปองเชิดหนี
นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) พร้อมด้วย นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการคณะ
สภาผู้บริโภคฟ้องแล้ว! ให้ 'เฟซบุ๊ก' ชดใช้ 230 ล้าน ศาลนัด 3 ส.ค.
สภาผู้บริโภคยื่นฟ้อง 'สถาบันการเงิน-เฟซบุ๊ก-เพลตฟอร์มออนไลน์' คดีละเมิดสิทธิผู้บริโภค ฐานปล่อยมิจฉาชีพใช้ระบบหลอกลวงปชช. เรียกค่าเสียหาย 230 ล้านบาท ศาลเเพ่งนัดพร้อม 3 ส.ค.
'นักวิชาการ' ยกตัวอย่าง คนขับรถของจีน-เวียดนาม เพื่อป้องกันโศกนาฎกรรมแบบรถไฟชนรถเมล์
นายกมล กมลตระกูล นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เรื่อง การดูแลไรเดอร์ คนขับรถส่งพัศดุ คนขับรถเมล์ รถแท๊กซี่ คนขับรถสาธารณะของจีนและเวียดนาม (เพื่อป้องกันโศกนาฎกรรมแบบรถไฟชนรถเมล์ในไทย) มีเนื้อหาดังนี้

