เริ่ม 1 ส.ค. เพิ่มสิทธิให้ข้าราชการ ใช้ยา ‘รักษากระดูกพรุน’ กรณี ‘เสี่ยงสูงมากต่อการหัก’ เพื่อให้ผู้มีสิทธิและบุคคลในครอบครัวสามารถเข้าถึงยาที่จำเป็น และมีประสิทธิภาพสอดคล้องกับแนวเวชปฏิบัติ
1 สิงหาคม 2569 - นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กรมบัญชีกลาง ออกหลักเกณ์ใหม่ให้ สิทธิข้าราชการสามารถเบิกค่ายา “Teriparatide - Romosozumab” สำหรับรักษา “โรคกระดูกพรุนที่มีความเสี่ยงสูงมากต่อการเกิดกระดูก” โดยให้มีผลใช้บังคับสำหรับค่ารักษาที่เกิดขึ้นตั้งแต่ 1 ส.ค. 69 เป็นต้นไป
นางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า ตามที่กรมบัญชีกลางได้มีการกำหนดให้รายการยารักษาโรคมะเร็ง และโลหิตวิทยาและยาประเภทอื่นๆ ที่มีค่าใช้จ่ายสูง ซึ่งเป็นทะเบียนยาใหม่ทุกประเภทที่ขึ้นทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2561 เป็นต้นไป จะไม่สามารถเบิกจากทางราชการได้ จนกว่าจะมีการพิจารณาปรับเข้าระบบ Pior Authorization (PA) หรือกรอบรายการยาแล้วแต่กรณี นั้น ปัจจุบันยา Teriparatide ที่ใช้สำหรับรักษาผู้ป่วยโรคกระดูกพรุนที่มีความเสี่ยงสูงมากต่อการเกิดกระดูกหัก ซึ่งเป็นยานอกบัญชียาหลักแห่งชาติ และยา Romosozumab ขึ้นทะเบียนกับ อย. เมื่อวันที่ 20 ต.ค. 2563 ดังนั้น เพื่อให้ผู้มีสิทธิและบุคคลในครอบครัวสามารถเข้าถึงยาที่จำเป็น และมีประสิทธิภาพสอดคล้องกับแนวเวชปฏิบัติ ภายใต้การเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลที่เป็นไปอย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับภาระงบประมาณ จึงเห็นสมควรให้ดำเนินการใน 2 ส่วน ประกอบด้วย
1.กำหนดหลักเกณฑ์การเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลสำหรับผู้ป่วยโรคกระดูกพรุนที่มีความเสี่ยงสูงมากต่อการเกิดกระดูกหัก และกำหนดอัตราการเบิกจ่ายค่ายา ดังนี้
1.1 ยา Teriparatide ในอัตราไม่เกิน 7,710 บาทต่อ 1 ด้ามต่อกล่อง
1.2 ยา Romosozumab ในอัตราไม่เกิน 16,670 บาทต่อ 2 ด้ามต่อกล่อง
ทั้งนี้ การใช้ยา Teriparatide และ Romosozumab ต้องเป็นไปตามแนวทางกำกับการเบิกจ่ายค่ายาที่กรมบัญชีกลางกำหนด จึงจะสามารถเบิกจ่ายจากทางราชการได้
2.กำหนดให้สถานพยาบาลเป็นผู้เบิกจ่ายค่ายา Teriparatide และ Romosozumab ในระบบเบิกจ่ายตรงสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการเท่านั้น หากสถานพยาบาลมีการออกใบเสร็จรับเงินค่ายา ให้ระบุเป็น “ค่ายาที่เบิกไม่ได้” และไม่ให้ออกใบรับรองในการสั่งใช้ยานอกบัญชียาหลักแห่งชาติ โดยผู้มีสิทธิจะไม่สามารถนำใบเสร็จรับเงินค่ายาดังกล่าวมายื่นเบิกเงินกับส่วนราชการต้นสังกัดได้
“รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้ความสำคัญกับสุขภาพของประชาชน มุ่งให้ประชาชนทุกกลุ่มได้รับการรักษาพยาบาลอย่างทั่วถึง เข้าถึงการรักษาด้วยยาที่มีความจำเป็น ยกระดับคุณภาพระบบสาธารณสุขให้ตอบโจทย์วิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป” นางสาวพลอยทะเล กล่าว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เริ่ม 1 ส.ค. รัฐบาลคุมเข้มตั้งบริษัท อุดช่องโหว่สกัด 'นอมินี' ต่างชาติ
รัฐบาลยกระดับมาตรการตรวจสอบการจัดตั้งและเปลี่ยนแปลงโครงสร้างบริษัท ปิดช่องโหว่การใช้คนไทยถือหุ้นแทนต่างชาติ หรือ “นอมินี” พร้อมบังคับยื่นหลักฐานแหล่งที่มาของเงินลงทุน เริ่มมีผลตั้งแต่ 1 ส.ค. 2569 ย้ำไม่กระทบการลงทุนที่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่เพิ่มความโปร่งใสและสร้างความเป็นธรรมในการแข่งขันทางธุรกิจ
ฝนถล่มต่อ! อุตุฯ เตือน 2 ภาคหนักสุด ระวังน้ำป่าไหลหลาก
กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนประเทศไทยยังมีฝนตกหนักบางพื้นที่จากอิทธิพลร่องมรสุมและมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคอีสาน เสี่ยงเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก พร้อมเตือนชาวเรือระวังฝนฟ้าคะนองและคลื่นลมแรงในทะเล
โวยทัศนะอุจาด! ติดไฟส่องโบราณสถาน 'เขาคลังนอก' มรดกโลกศรีเทพ ชี้ไม่เหมาะสม
อิโคโมสไทย เผยประชาชนร้องเรียนกรมศิลปากรติดตั้งไฟส่องสว่าง "เขาคลังนอก" โบราณสถานมรดกโลกศรีเทพ-ปราสาทเมืองต่ำ ติดไฟส่องสว่างไม่เหมาะสม สร้างภูมิทัศน์อุจาด “บวรเวท” ร่อนหนังสือถึงนายกฯ - รมว.วัฒนธรรม ห่วงกระทบทำเสนอขึ้นทะเบียน “ปราสาทเมืองต่ำ” เป็นมรดกโลก
จับตา! ช่วงเปลี่ยนเดือน ฝนยังตกหนัก เรือเล็กงดออกฝั่ง
กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 7 วันข้างหน้าว่า ในช่วงวันที่ 1 - 6 ส.ค. 69 ประเทศไทยยังคงมีฝนตกหนักบางพื้นที่ โดยมีฝนตกหนักมากบางแห่งบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน
'ธนกร' ลงพื้นที่ 'ด่านสะเดาใหม่' ชาวบ้านยื่น 5 ข้อเรียกร้อง
'ธนกร” ลงพื้นที่สงขลา รับฟังปัญหาด่านชายแดนสะเดา เผยชาวบ้านยื่น 5 ข้อเรียกร้องหลังเปิดใหม่ เพื่อพัฒนาและฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยวชายแดนด่านนอกอย่างยั่งยืน
รัฐบาลงัดโทษหนัก ลุยปราบบริษัทเถื่อนหลอกแรงงานไปนอก
รัฐบาลเร่งสอบเอาผิดบริษัทเถื่อนหลอกแรงงานไปต่างประเทศ งัดข้อกฎหมายเตือนคนไทย อย่าตกเป็นเหยื่อซ้ำรอย

