รองโฆษกรัฐบาล สวน 'กรณ์' ตอบคำถาม 4 ข้อให้ได้ หลังแนะลดภาษีน้ำมันดีกว่าแจกเงิน

รองโฆษกฯ "ลลิดา" โต้ "กรณ์" เสนอใช้งบลดภาษีดีเซล ต้องตอบประชาชนให้ได้อย่างน้อย 4 เรื่อง รัฐเสียรายได้เท่าไร ใครได้ประโยชน์เท่าไร ราคาสินค้าจะลดจริงแค่ไหน และคนรายได้น้อยจะได้อะไร ย้ำดีเซลเป็นต้นทุนของทุกคน แต่ไม่ได้แปลว่าลดภาษีแล้วทุกคนได้เท่ากัน

21 กันยายน 2569 - นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงข้อเสนอของนายกรณ์ จาติกวณิช ที่เสนอให้นำงบประมาณสำหรับต่ออายุโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ไปใช้ลดภาษีน้ำมันดีเซลว่า รัฐบาลรับฟังข้อเสนอ และเห็นตรงกันว่าดีเซลเป็นต้นทุนสำคัญของระบบเศรษฐกิจ ทั้งภาคขนส่ง เกษตร ประมง และการผลิต แต่การพิจารณามาตรการจำเป็นต้องมองให้ครบกว่าผลที่เกิดขึ้นเฉพาะราคาหน้าปั๊ม

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ข้อเสนอยังต้องมีรายละเอียดเพิ่มเติมคือ หากลดภาษีดีเซลแล้วรัฐจะสูญเสียรายได้เท่าไร ประโยชน์จะกระจายไปถึงประชาชนกลุ่มใดมากน้อยเพียงใด ราคาสินค้าและค่าขนส่งจะลดลงจริงแค่ไหน และผู้มีรายได้น้อยหรือผู้ที่ไม่ได้ใช้รถยนต์โดยตรงจะได้รับประโยชน์ในรูปแบบใด

“ดีเซลเป็นต้นทุนของทุกคนจริง แต่ไม่ได้แปลว่าลดภาษีแล้วทุกคนจะได้รับประโยชน์เท่ากัน คนใช้น้ำมันมากย่อมได้ประโยชน์โดยตรงมากกว่า ส่วนคนไม่มีรถต้องดูว่าต้นทุนที่ลดลงจะส่งผ่านไปถึงค่าโดยสาร ค่าอาหาร และราคาสินค้าจริงหรือไม่”

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ หรือ IEA ประเมินว่า มาตรการลดราคาพลังงานแบบไม่เจาะจงกลุ่มเป้าหมายสามารถดำเนินการได้รวดเร็ว แต่มีข้อจำกัดสำคัญ เพราะครัวเรือนรายได้สูงมักใช้จ่ายด้านพลังงานในจำนวนมากกว่า จึงได้รับประโยชน์เป็นตัวเงินมากกว่า โดยกรณีศึกษาในเนเธอร์แลนด์พบว่า ราว 70% ของมูลค่าจากการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันแบบกว้างตกอยู่กับกลุ่มรายได้กลางบนและรายได้สูง

IEA ยังระบุว่า ในช่วงวิกฤตพลังงานปี 2022 รัฐบาลทั่วโลกใช้เงินประมาณ 940,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ผ่านเงินช่วยเหลือ คูปอง และการลดภาษี แต่มีเพียงประมาณ 25% ที่เป็นมาตรการเจาะจงกลุ่มเป้าหมาย ขณะที่ครัวเรือนรายได้น้อยในประเทศพัฒนาแล้วต้องใช้รายได้ราวหนึ่งในสี่ไปกับพลังงาน สะท้อนว่าการช่วยเหลือแบบหว่านกว้างอาจไม่ตรงกับผู้ได้รับผลกระทบหนักที่สุด

นางสาวลลิดากล่าวว่า ประสบการณ์ต่างประเทศเองก็ไม่ได้ใช้การลดภาษีน้ำมันเพียงเครื่องมือเดียว เช่น เยอรมนีในปี 2022 ลดภาษีพลังงานสำหรับดีเซล 14.04 ยูโรเซนต์ต่อลิตรเป็นเวลา 3 เดือน แต่ทำควบคู่กับเงินช่วยเหลือพลังงาน 300 ยูโรแก่ผู้มีรายได้จากการทำงาน โบนัสเด็ก 100 ยูโร และตั๋วขนส่งสาธารณะเดือนละ 9 ยูโร

มาตรการลดภาษีดังกล่าวทำให้รัฐบาลเยอรมนีสูญเสียรายได้ประมาณ 3,000 ล้านยูโรในปี 2022 แสดงให้เห็นว่า แม้การลดภาษีจะช่วยกดราคาหน้าปั๊ม แต่ต้นทุนทางการคลังไม่ได้หายไป เพียงเปลี่ยนจากรายจ่ายงบประมาณเป็นรายได้ภาษีที่รัฐจัดเก็บได้น้อยลง

“ข้อเสนอของคุณกรณ์รับฟังได้ค่ะ แต่ก่อนจะโยกเงินหลายหมื่นล้านบาท ต้องตอบประชาชนให้ได้อย่างน้อย 4 เรื่อง คือ รัฐเสียรายได้เท่าไร ใครได้ประโยชน์เท่าไร ราคาสินค้าจะลดจริงแค่ไหน และคนรายได้น้อยจะได้อะไร รัฐบาลจึงต้องพิจารณาให้ครบทั้งระบบก่อนตัดสินใจ” นางสาวลลิดากล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ไหม' จวก 'ไทยช่วยไทยพลัสเฟส2' ไม่ช่วยกระตุ้นศก. แซะหั่นแจกอีก 2 ด. แค่กระตุ้นความนิยมรบ.

'ศิริกัญญา' จวก 'ไทยช่วยไทยพลัสเฟส 2' ปลดล็อกงบกู้ 2 แสนล้าน แต่หั่นเหลือเดือนละ 500 บ. แซะ แจกเงินกู้วิกฤตศรัทธา

'จุติ' หนุนต่ออายุ 'ไทยช่วยไทยพลัส' เดินหน้าปฏิรูปภาษี-ปราบทุจริต-ลดงบซ้ำซ้อน ช่วยประหยัดงบปีละ 1 แสนล.

‘จุติ’ หนุนต่ออายุอีก 2 เดือน ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ กระตุ้นการบริโภค พร้อมเดินหน้าเร่งปฏิรูปภาษี-ปราบทุจริต-ลดงบซ้ำซ้อน ประหยัดเงินปีละ 1 แสนล้าน

นายกฯ คอนเฟิร์มข่าวดี เห็นชอบต่ออายุ 'ไทยช่วยไทยพลัส' เฟส 2

นายกฯ เผยเห็นชอบหลักการต่ออายุ “ไทยช่วยไทยพลัส เฟส2 ” แล้ว รอ ’เอกนิติ‘ แถลงความชัดเจน ย้ำไม่ใช่นโยบายประชานิยม แต่เป็นนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ยุคข้าวยากหมากแพง

ลุยคลอดแพ็กเกจกระตุ้น ศก. หลังจบ 'ไทยช่วยไทยพลัส' เฟส 2

'ศุภจี' เผยกระทรวงเศรษฐกิจ จ่อออกแพ็กเกจกระตุ้น ศก.ต่อเนื่อง หลังหมด 'ไทยช่วยไทยพลัส' เฟส 2 ยันพาณิชย์ดูแลราคาสินค้าไม่ให้ได้รับผลกระทบ ปมเฟดขึ้นดอกเบี้ย 0.25%