"เอกนิติ" ปักธง นำเศรษฐกิจไทยเปลี่ยนผ่านสู่ New Economy เร่งประคองเข้าสู่การเปลี่ยนผ่าน ให้โตเต็มศักยภาพ เปิดมุมมอง GDP ไทยไตรมาส 2 โต 1.9% ชะลอตัวตามคาดจากเหตุสงครามตะวันออกกลาง ชี้เงินเฟ้อ-ค่าครองชีพกดดันการบริโภค แต่การลงทุนเอกชนโตนิวไฮรอบ 11 ปี พร้อมเร่งอัดฉีดพลังงานสะอาด และอุตสาหกรรมใหม่
17 สิงหาคม 2569 - นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โพสต์ข้อความผ่านเพจ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เกี่ยวกับ มุมมองเศรษฐกิจไทยผ่านตัวเลข GDP: เศรษฐกิจไทยอยู่ตรงไหนและจะไปไหนต่อ? (ตอนที่ 1) ระบุว่า ขณะที่กำลังเดินทางร่วมกับคณะนายกรัฐมนตรีไปเยือนประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์เป็นทางการในวันนี้ สภาพัฒน์ฯ ได้ประกาศตัวเลขอัตราการขยายตัวเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 2 ของปี 2569 อยู่ที่ร้อยละ 1.9 ชะลอลงจากร้อยละ 2.8 ในไตรมาสแรก ซึ่งเป็นตัวเลขที่ใกล้เคียงกับที่กระทรวงการคลังเคยคาดการณ์ไว้ สิ่งเหล่านี้เป็นการยืนยันและสะท้อนข้อเท็จจริงที่ตนและทีมเศรษฐกิจเคยคาดการณ์ไว้ ดังต่อไปนี้
1. ผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลางที่เริ่มในช่วงปลายเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา เริ่มส่งผลเป็นระลอกๆ ในไตรมาส 2 จากวิกฤตน้ำมัน สู่วิกฤตของแพง ดังจะเห็นได้จาก เงินเฟ้อในไตรมาส 2 พุ่งขึ้นมาอยู่ที่ 2.7% จากไตรมาส 1 ที่ติดลบ –0.5% ค่าครองชีพที่สูงขึ้นนี้ ส่งผลให้ตัวเลขการบริโภคภาคเอกชนในไตรมาส 2 ขยายตัวชะลอลงเหลือ 1.9% จากที่โตร้อยละ 3.3 ในไตรมาส 1 ซึ่งหากเราไม่สามารถหยุดวงจรนี้ได้จะนำไปสู่วิกฤตปากท้อง และนำไปสู่การหดตัวทางเศรษฐกิจในระลอกต่อไป นี่คือเหตุผลความจำเป็นที่รัฐบาลต้องออก พ.ร.ก.เงินกู้ฉุกเฉินฯ ซึ่งเป็นแหล่งเงินที่นำมาใช้ในโครงการไทยช่วยไทยพลัสที่ใช้กันอยู่ในขณะนี้ เพื่อประคองกำลังซื้อและค่าครองชีพของประชาชน ส่วนจะดำเนินโครงการต่อหรือไม่ในไตรมาสสุดท้ายของปี ต้องขอพิจารณาผลที่เกิดขึ้นจากโครงการระยะแรกซึ่งจะจบในไตรมาส 3 และงบประมาณที่เหลืออยู่เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประเทศ
2. ตัวเลขอีกด้านในไตรมาส 2 ที่บ่งชี้ชัด คือ การที่ประเทศไทยพึ่งพาการนำเข้าในหมวดพลังงานจากต่างประเทศสูงมาก ส่งผลให้ดุลบัญชีเดินสะพัดในไตรมาส 2 กลับมาขาดดุลถึง 1.76 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (คิดเป็นเงินไทยราวเกือบ 6 แสนล้านบาท) จากที่เกินดุลในไตรมาส 1 ประมาณ 1.4 พันล้านเหรียญสหรัฐ ดังนั้น การเร่งการเปลี่ยนผ่านพลังงานจากพลังงานจากฟอสซิลที่ต้องนำเข้าไปสู่พลังงานสะอาดจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง ทั้งนี้ ตนขอเรียนว่าโครงการเปลี่ยนผ่านพลังงาน 2 แสนล้านบาท ทั้งโซลาร์รูฟท็อป ระบบโครงข่ายไฟฟ้า ระบบกักเก็บพลังงาน และยานยนต์ไฟฟ้า คือการลงทุนใน “โครงสร้างพื้นฐานแห่งอนาคต” ของประเทศ โดยเป็นการกู้เพื่อสร้างสินทรัพย์และลดความเสี่ยงของประเทศในระยะยาว ไม่ใช่การกู้เพื่อใช้จ่ายชั่วคราว เป็นการใช้เงินกู้เพื่อช่วยให้ประเทศผลิตและบริหารจัดการพลังงานได้ดีขึ้น ลดการนำเข้าเชื้อเพลิง ลดต้นทุนจากความผันผวนของราคาพลังงานโลก และสร้างฐานสำหรับการลงทุนใหม่ของภาคเอกชน
นายเอกนิติ ระบุอีกว่า เหตุการณ์สงครามในอิหร่านเป็นจุดเปลี่ยนและสัญญาณเตือนว่า ไทยไม่สามารถรอให้วิกฤตราคาพลังงานเกิดขึ้นต่อเนื่องแล้วจึงค่อยแก้ปัญหา ความขัดแย้งในตะวันออกกลางสามารถส่งแรงกระเพื่อมมายังต้นทุนพลังงาน การขนส่ง ราคาสินค้า และค่าครองชีพของประชาชนไทยได้โดยตรง รัฐบาลจึงมีความจำเป็นต้องเร่งลงทุนเพื่อให้ประเทศลดความเปราะบางจากการพึ่งพาเชื้อเพลิงนำเข้าและราคาน้ำมันหรือก๊าซในตลาดโลกให้ได้มากที่สุดในเวลาและงบประมาณอันจำกัด ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวสอดคล้องกับการเพิ่มกำลังผลิตและการใช้พลังงานสะอาดของประเทศไทยตามแผน PDP ของกระทรวงพลังงานด้วยเช่นกัน
3.ส่วนพระเอกของไตรมาสนี้เห็นชัดเจน คือ การลงทุนภาคเอกชนที่ขยายตัวถึงร้อยละ 13.4 ในไตรมาส 2 ซึ่งเป็นอัตราขยายตัวสูงสุดในรอบ 11 ปี และเป็นการขยายตัวเติบโตถึง 2 หลัก (double digit growth) ติดต่อกัน ต่อเนื่องจากที่ขยายตัวร้อยละ 10.1 ในไตรมาสแรก ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากโครงการ Thailand Fast Pass ของ BOI ที่ทำให้เม็ดเงินลงทุนจริงจากภาคเอกชนที่สูงถึง 2.55 แสนล้าน ในไตรมาส 2 โดยการลงทุนส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรม S-Curve เช่น อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ AI พลังงานสะอาด และอุตสาหกรรมการแปรรูปเกษตร เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีปริมาณการส่งออกสินค้าและบริการที่ยังขยายตัวต่อเนื่องจากร้อยละ 12.1 ในไตรมาส 1 มาอยู่ที่ร้อยละ 12.5 ในไตรมาส 2 โดยสินค้าที่ส่งออกหลักคือสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดโลก และที่สำคัญสอดคล้องกับแนวโน้มการลงทุนอุตสาหกรรมใหม่ในบ้านเราอย่างชัดเจน ดังนั้น ในมุมมองของต่างชาติที่จัดลำดับให้ประเทศไทยเป็นหนึ่งในดาวรุ่งของประเทศเกิดใหม่ที่สามารถคว้าโอกาสจาก ‘การปฏิวัติอุตสาหกรรมใหม่’ ของโลกรอบนี้ จึงมีความสำคัญมาก คำถามไม่ได้อยู่ที่ว่าเราจะต้องวิ่งตามอุตสาหกรรมใหม่หรือไม่ คำถามที่สำคัญกว่าคือทำยังไงที่เราจะสามารถคว้าโอกาสให้ไทยเป็น global supply chain เพื่อส่งต่อไปยังภาคอุตสาหกรรมในประเทศให้ได้จริง ซึ่งจะเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญของเศรษฐกิจไทยเช่นกัน
นายเอกนิติระบุว่า จากรายละเอียดตัวเลขต่างๆ ขอเรียนว่าเศรษฐกิจไทยได้ขยับเข้าเป็นส่วนหนึ่งของ New Economy โลกแล้ว หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องกำลังปรับวิธีการจัดกลุ่มดัชนีต่างๆ ให้สอดคล้องกับภาพอุตสาหกรรมใหม่ของโลก ถัดจากนี้ไป เราจะได้เห็นภาพที่คมชัดขึ้นของการก้าวไปของเศรษฐกิจไทยอย่างแน่นอน ถึงแม้ว่า ตัวเลข GDP ในไตรมาสนี้ยังไม่ใช่ตัวเลขที่เราพอใจ แต่ตัวเลขนี้ยืนยันว่าการคาดการณ์และมาตรการประคองเศรษฐกิจของเรามาถูกทาง
นายเอกนิติยังกล่าวถึงคำถามที่ว่าเศรษฐกิจประเทศไทยอยู่ตรงไหนว่า เราอยู่ในช่วงที่รัฐบาลกำลังเร่งประคองเศรษฐกิจเข้าสู่การเปลี่ยนผ่านให้เศรษฐกิจสามารถโตเต็มศักยภาพ โดยเราเห็นสัญญาณการเติบโตของเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ในไตรมาสที่ 2 นี้ และจะขอมาเขียนต่อตอนที่ 2 ว่าเศรษฐกิจไทยจะเดินทางไหน โดยเฉพาะการปรับโครงสร้างและการฟื้นฟูเศรษฐกิจที่กำลังวางแผนและเริ่มดำเนินการทั้งในระยะสั้น กลาง ยาว และนำไปสู่ผู้ประกอบการ SMEs และทุกภาคส่วนต่อไปอย่างไร.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'เอกนิติ-BOI' เร่งลงทุนให้เกิดจริง ครึ่งปีเงินสะพัด 5.35 แสนล้าน จ่อสร้างงานคนไทยกว่า 6.3 แสนตำแหน่ง
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ใน
‘แบงก์ชาติ’ยันเศรษฐกิจไทยครึ่งหลังปี69ยังฉลุย
‘แบงก์ชาติ’ ยันเศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลังยังฉลุย อานิสงส์มาตรการรัฐ ‘ไทยช่วยไทย พลัส’ – ฤดูกาลท่องเที่ยวช่วยหนุนเต็มสูบ พร้อมจับตาสหรัฐฯ เตรียมประกาศมาตรการภาษีรอบใหม่ พุ่งเป้าประเด็นกำลังการผลิตส่วนเกิน ชี้บาทไทยแข็งค่าจากปัจจัยนอกประเทศเป็นหลัก
'เอกนิติ' สั่งทำ Risk Map สแกนพื้นที่เสี่ยง รับมือน้ำท่วม-ภัยแล้งภาคกลาง
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้
ลุ้น ‘ไทยพลัสเฟส2’
"เอกนิติ" ชี้เงินกู้ตาม พ.ร.ก. 2 แสนล้านหลัง ใช้เปลี่ยนผ่านพลังงานเป็นหลัก ทั้งอุดหนุนติดแผงโซลาร์-เปลี่ยนผ่านรถโดยสารเป็น EV ส่วนเงินกู้ 2 แสนล้านแรกเหลือ 4 หมื่นล้าน พร้อมให้ใช้กับไทยเที่ยวไทยพลัส ส่วนไทยช่วยไทยพลัส เฟส 2 รอประเมินความเหมาะสม นายกฯ เผยจะพยายาม
'ศุภจี' จ่อคุย 'เอกนิติ' ใช้งบหรือเงินกู้ ลุย 'ไทยเที่ยวไทยพลัส'
'ศุภจี' ขอดูความเหมาะสมใช้งบประมาณ หรือเงินกู้ 'ไทยเที่ยวไทยพลัส' รับต้องดูความเหมาะสม ไม่จำเป็นต้องออกพร้อม 'ไทยช่วยไทยพลัส'
‘เอกนิติ‘ ปลื้ม! โพลชี้บัตรสวัสดิการฯ 69 ดันความนิยมรัฐบาลเพิ่ม
“ขุนคลัง” ปลื้ม! ผลโพลชี้ "บัตรสวัสดิการแห่งรัฐปี 69" หนุนฐานเสียงรัฐบาลพุ่ง หลัง 32% ระบุชื่นชมรัฐบาลมากขึ้นหลังได้สิทธิ์ ส่วนกลุ่มพ

