นย. ยันคุมพื้นที่เมือง-ซีลชายแดน วันเกิดเหตุป่วนได้ ไม่กระทบเขตเศรษฐกิจ ยันทำงานภายใต้ “ฉก.นราธิวาส” ของ ทบ.ได้ ไร้ปัญหา ชี้ต้องใช้เวลาสร้างแหล่งข่าว เข้าถึงมวลชน- เยาวชน ผงะ หลุมดักทหาร หวังบึ้มช่วงลาดตระเวน ซักซ้อมแผนป้องกันหน่วย -ฐานทหารแน่นหนา หลังโจรใต้ใช้ประวัติศาสตร์ ตากใบฐานยือรอ ปลุกเยาวชนต่อเนื่อง
27 สิงหาคม 2569 - ที่หน่วยเฉพาะกิจทหารพรานนาวิกโยธิน (ฉก.ทพ.นย.) อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส ศูนย์ประสานงานปฎิบัติที่ 5 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (ศปป.5) นำคณะสื่อมวลชนรับทราบภารกิจ ในพื้นที่ความรับผิดชอบของหน่วยโดยมี พล.ท.ประเสริฐ หมวดเชียงคะ ผอ.ศปป. 5 เป็นหัวหน้าคณะ
น.ท.นราศักดิ์ บายคายคม หัวหน้าฝ่ายยุทธการ ฉก.นย.ทร. กล่าวถึงกรณีข้อบกพร่องงานด้านการข่าวจนทำให้ เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบหลายจุดเมื่อวันที่ 22 ส.ค.ที่ผ่านมาว่า มีการแจ้งเตือนล่วงหน้าแต่ไม่ทราบว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ หรือจุดใด กรณีที่เกิดขึ้นเป็นการก่อกวน ไม่มีผู้เสียชีวิต หรือกระทบพื้นที่เศรษฐกิจที่สำคัญ ส่วนกรณีของอบต. เป็นจุดที่ไม่ได้มีกำลังหนาแน่นอยู่แล้ว
สำหรับการทำงานด้านการข่าวของนาวิกโยธิน ได้คัดเลือกแหล่งข่าวที่มีความน่าเชื่อถือระดับปฐมภูมิ สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ รายงานถูกต้อง รวดเร็ว เข้าถึงสถานการณ์ คลอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด สามารถติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ก่อความรุนแรงในพื้นที่ทั้ง 5 อำเภอรับผิดชอบ ซึ่งสามารถระบุได้ว่าในตำบลต่างๆใครเป็นหัวหน้าและใครเป็นลูกทีมในการปฏิบัติ จากการพิสูจน์ทราบทำให้รู้ว่าสมาชิกแต่ละระดับมีใครบ้าง เช่นแกนนำคุมพื้นที่ 6คน แกนนำเขตทหารจำนวน 15 คน มือประกอบระเบิดจำนวน 6 คน และสมาชิกที่ก่อเหตุรวม 256 คน นอกจากนั้นการ การติดตามเยาวชนกลุ่มเสี่ยงพิสูจน์ทราบได้ว่ามีทั้งหมด 17 กลุ่ม
ที่ผ่านมาหน่วยได้เปิด 7 ยุทธการ เพื่อจำกัดเสรีการปฎิบัติของผู้ก่อความรุนแรง (ผกร.) ไม่ให้หลบซ่อนในเขตรับผิดชอบ และในพื้นที่ป่าเขาซึ่งได้จัดชุดลาดตระเวนชายขอบเขา รวมถึงชุดปฏิบัติกิจการพลเรือนพบปะมวลชนเครือญาติแกนนำของ ผกร. ในพื้นที่ ทำลายสิ่งอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อตัดวงจร ผู้ก่อเหตุที่อยู่บนภูเขา ในพื้นที่เมือง และเขตเศรษฐกิจสำคัญ ในช่วงของการที่ไม่มีภาพข่าว (ข่าวกรอง)ของ ผกร. แจ้งมา เราพยายามให้ชาวบ้านได้ใช้ชีวิตตามปกติสุขมากที่สุด โดยใช้กำลังเพียงแค่ 50% แต่ถ้าเกิดเหตุก็จะใช้กำลังที่มีทั้งหมดเพื่อซีลพื้นที่เมืองและ แนวชายแดน ป้องกันไม่ให้ ผกร. หลบออกนอกพื้นที่ได้
นอกจากนั้นยังมีการซักซ้อมแผนในการป้องกันหน่วยที่ตั้งและฐานทหารที่มีความเสี่ยงสูง มีสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการถูกโจมตี ซึ่งหน่วยจะเข้าไปให้คำแนะนำในการดำเนินกลยุทธ์ รักษาไม่ให้ฐานแตก และตอบโต้ผู้ก่อเหตุรุนแรงได้
“จากการปฏิบัติการด้านการข่าวหน่วยสามารถตรวจพบการขุดหลุมล่อและทำร้ายเจ้าหน้าที่รวม 7หลุม มีการติดตั้งวงจรระเบิด และใช้ฟางคลุมไว้ ซึ่งอยู่ในพื้นที่แนวลาดตระเวนของเจ้าหน้าที่ หลังจากพบแล้วได้มีการวิเคราะห์วางแผนและจัดชุดเข้าตรวจเพื่อสังเกตว่าผู้ก่อเหตุรุนแรงจะดำเนินการต่อไปอย่างไร ถ้าเข้ามาสังเกตการณ์ก็จะควบคุมตัวไว้ แต่ถ้าไม่มีการเข้ามาสังเกตการณ์ก็จะทำลายหลุมดังกล่าวไป”
ส่วนมาตรการเสริมความมั่นคงตามแนวชายแดนได้มอบภารกิจให้กับกองร้อยป้องกันชายแดนร่วมกับชุดเฝ้าตรวจของกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดน อย่างไรก็ตามในรอยต่อในพื้นที่อำเภอสุไหงโกลกและตากใบและประเทศมาเลเซียระยะทาง 59 กิโลเมตรได้มีการวางกำลังคลอบคลุมทั้งหมด รวมทั้งใช้อุปกรณ์พิเศษ เช่นเรด้าร์ ของ สอ.รฝ. เมื่อมีสิ่งแปลกปลอมใดก็สามารถแจ้งเตือนได้รวมถึงกล้อง CCTV ด้วย เมื่อเปรียบเทียบสถิติการก่อเหตุพบว่าลดลงจากปี 2568 รวม 10 เหตุ
สำหรับโครงการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมมวลชน ตามแผนงานเสริมสร้างความเข้าใจ ในเป้าหมายสถานศึกษากลุ่มเสี่ยง เราได้พบปะหารือกับครู นักเรียน เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง และสร้างทัศนคติที่ดีต่อเยาวชน ครู รร. ต่างๆ ในพื้นที่ 6โรงเรียนเป้าหมายนำร่อง ทั้งนี้ กลุ่มผู้ก่อความสงบก็มีความพยายามที่จะดึงเยาวชนเหล่านี้กลับไป ซึ่งเราก็ต้องให้ความมั่นใจว่าจะดูแลความปลอดภัยให้เขาให้ได้ แต่ถ้าดึงกลับมาไม่ได้ก็ต้องปล่อยไป และตัดการติดต่อเพื่อความปลอดภัยของฝ่ายเรา ทั้งนี้ ฝ่ายขบวนการจะกดดัน ทางจิตวิทยาโดยการส่งสัญญาณ เช่นในอดีต จะเห็นว่ามีการไปแขวนกระสุนปืน ไว้หน้าบ้านเป็นการข่มขู่
น.อ.พานุรัตน์ อุ่นญาติ รอง ผบ.ฉก.นย.ทร. กล่าวว่า พื้นที่ที่ยังต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษก็คือ อ.โกลกและตากใบ เขตติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน ในส่วนของ ทพ.นย. มีการซีลชายแดนหนาแน่นอยู่แล้ว แต่อาจยังมีการเล็ดลอดเข้าออกในเส้นทางชายแดนอยู่จึงคาดหวังว่าความร่วมมือระหว่างสองชาติจะมีความเข้มแข็งมากขึ้น เพราะต้องยอมรับว่า โกลก- ตากใบเป็นพื้นที่ เทศบาลเมือง ซึ่งเป็นเขตเศรษฐกิจที่สำคัญ เมื่อเกิดเหตุแล้วจะสร้างแรงกระเพื่อมที่ใหญ่ เพื่อลดความน่าเชื่อถือของเจ้าหน้าที่
โดยวิถีชายแดนมีลักษณะพิเศษ มีความซับซ้อนและมีเรื่องการเมืองเข้ามาที่เกี่ยวข้อง ซึ่งหากมีการสร้างรั้วชายแดนขึ้นก็เป็นเรื่องดี เพื่อไว้คัดกรองผู้ที่ก่อเหตุ และทำสิ่งผิดกฎหมาย พร้อมยอมรับว่าประวัติศาสตร์เรื่องพื้นที่รวมถึงกรณีของ ตากใบ ปล้นปืน การเข้าตีฐานยือรอ อ. บาเจาะ ถูกนำมาใช้ประโยชน์ในการชักจูงเยาวชน ให้เข้าร่วมขบวนการอยู่
เหตุการณ์ตรงนี้ไม่เหมือนเหตุการณ์สู้รบ ไทย-กัมพูชาที่เรารู้ว่าฝ่ายตรงข้ามไม่ใช่คนในชาติเดียวกัน แต่ตรงนี้คือคนไทยด้วยกัน ไม่รู้ว่าเขาคิดอย่างไร จึงไม่ใช่เรื่องที่จะจบง่ายๆ ทุกฝ่ายต้องช่วยกัน ตั้งแต่ระดับการวางยุทธศาสตร์ กำหนดนโยบายรวมถึงฝ่ายปฏิบัติ พร้อมมองว่าถ้าคนหมู่บ้านปฏิเสธขบวนการก่อความไม่สงบฯ โดยการไม่ให้ใช้พื้นที่ก็จะช่วยได้มากขึ้น ทุกวันนี้เรายังต้องแยกปลา แยกน้ำให้ได้ ซึ่งต้องยอมรับว่ากำลังพลของเราสามารถเข้าไปสร้างความเข้าใจในโรงเรียนปอเนาะได้ เพราะการทำงานในพื้นที่อย่างยาวนาน จะมีความคุ้นเคย โดยยืนยันว่าการทำงานภายใต้ ฉก.นราธิวาส ไม่มีปัญหา
ด้านน.อ.จักรพันธ์ จันทร์หอม ผบ.ฉก. ทพ.นย.ทร. กล่าวว่า แม้มีการปรับพื้นที่การดูแลของกำลังพลของหน่วยต่างๆลงมา แต่ในส่วนของนาวิกโยธินยังคงอยู่ในพื้นที่มาอย่างยาวนาน โดยกำลังหลักยังเป็นอาสาสมัครทหารพรานนย.มีความคุ้นเคยกับพื้นที่และชาวบ้าน เหตุผลในการที่ต้องมีกำลังประจำถิ่น เพราะเป็นเรื่องของสงครามแย่งชิงมวลชน
โดยเราเข้าถึง และไปร่วมทำกิจกรรมกับเขา ไปกินกาแฟ พบกันทุกวันเพื่อสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ สร้างความเป็นมิตรอย่างแท้จริง ซึ่งเราต้องใช้เวลานานกว่าจะทำได้ ถือเป็นความท้าทายของกองกำลัง อย่างไรก็ตามในการข่าวเราจะต้องพัฒนางานด้านนี้ต่อไป ซึ่งก็คือการเข้าไปดูแลในเรื่องของเยาวชน เรามองไปที่ยุคหรือเจนเนชั่นเป็นหลัก
ส่วนการโจมตีฐานยือรอรอ. บาเจาะเมื่อหลายปีก่อน แต่ไม่ประสบความสำเร็จ ถือเป็นครั้งแรกที่เขาใช้กองกำลังทหารสู้กับเรา ซึ่งขบวนการฯได้นำเหตุการณ์นี้ไปใช้ยกย่องวีรกรรมของ มะรอโซ จันทรวดี ซึ่นคนมองว่า เกมการสู้อย่างนี้ใครชนะก็ไม่ยั่งยืน ฝ่ายใดสูญเสียเขาก็เติมคนเข้ามาส่วน ฝ่ายเราสูญเสียเราก็ส่งคนลงมาแทน แต่ถ้าเราทำสงครามทางความคิดใครชนะได้ ถือว่าประสบความสำเร็จ อีกฝ่ายไม่สามารถปลุกปั่น หรือเปลี่ยนใจได้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ผอ.ศปป.5 เชื่อชายแดนใต้สงบได้ ชู 'สุคิริน' ต้นแบบชาวบ้านร่วมสกัดผู้ก่อเหตุ
ผอ.ศปป.5 ย้ำสันติสุขชายแดนใต้เกิดขึ้นแน่นอน หากประชาชนร่วมเป็นหูเป็นตา ไม่เปิดช่องผู้ก่อเหตุแทรกซึม ชู “สุคิริน” ใช้พลังท้องถิ่น-อส
'พล.อ.เกรียงไกร' ชี้แก้ไฟใต้ ข่าวกรองที่แม่นยำต้องมาจากมวลชน
พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา คนที่ 1 ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ชายแดนใต้ในปัจจุบัน ว่า สถานการณ์ชายแดนใต้ค่อนข้างที่จะมีความซับซ้อนอยู่ในตัวมันเอง ประเด็นที่สำคัญคือ งานด้านการข่าว ในประชาคมข่าวกรองชายแดนใต้
กมธ.ความมั่นคง ลุยถกเหตุป่วนใต้ ค้นหาความจริงปมยิงจาก ฮ. มี 6 หน่วยงานเข้าชี้แจง
นายมณเฑียร สงฆ์ประชา ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐฯ ซึ่งได้เชิญ 6 หน่วยงานด้านความมั่นคง ได้แก่ สภาความมั่นคงแห่งชาติ สำนักข่าวกรองแห่งชาติ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้
ดีเอสไอ ลงปัตตานี สางปมที่ดินพิพาท สปก. ทับซ้อน ส.ค. 1 กระทบชาวบ้าน 800 ครัวเรือน
นายเจตนา เหมมุน ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษจังหวัดชายแดนภาคใต้ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเช่น สำนักงานปฎิรูปที่ดินจังหวัดปัตตานี สำนักงานที่ดินจังหวัดปัตตานี สาขาปะนาเระ เทศบาลตำบลลางา กอ.รมน.
ยกเครื่องดับไฟใต้ อนุทินสั่งมทภ.4พิสูจน์ฮ.ไม่ยิงปชช.จ่อดึงเสธ.ทบ.คุมสมช.
นายกฯ ถกความมั่นคงติดตามสถานการณ์ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อเนื่อง
นายกฯ ลั่นการข่าวต้องปรับอีกเยอะ เหตุป่วนใต้ถี่ยิบ สั่ง มทภ.4 สอบให้ชัดเจนปมยิงจาก ฮ.
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ จะลงพื้นที่ด้วยตัวเองหรือไม่ ว่า ถ้าตนลงไปจะทำความลำบากให้กับเจ้าหน้าที่เปล่าๆ แต่การสั่งการให้แนวทางปฏิบัติเตรียมความพร้อมของผู้เกี่ยวข้องได้มารายงานและหารือนำไปสู่การปฏิบัติ

