
31 ส.ค.2569-ศ.ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย และ อ.ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิเคราะห์เหตุเพลิงไหม้คลองถมเซ็นเตอร์ว่า อาคารคลองถมเซ็นเตอร์เป็นอาคารพาณิชย์แบบโครงเหล็ก 3 ชั้น มีผู้คนใช้งานอาคารจำนวนมาก เมื่อวิเคราะห์เพลิงไหม้ที่ลุกลามอย่างรวดเร็ว จนทำให้โครงสร้างเกิดการทรุดตัว จึงตั้งข้อสังเกตที่เป็นสาเหตุการลุกลามของเพลิงไหม้อย่างรวดเร็ว ไว้ 5 ข้อ
1. อาคารด้านใน มีการแบ่งเป็นพื้นที่ขายเป็นส่วนๆ หากแต่ละส่วนไม่มีผนังกันไฟ ก็อาจทำเพลิงลุกไหม้แพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว
2. ภายในพื้นที่ค้า อาจมีเชื้อเพลิงจำนวนมาก เช่น สายไฟ พลาสติก อุปกรณ์อิเลคทรอนิคส์ แบตเตอรี่ แก๊ซ ทำให้มีเสียงดังคล้ายระเบิดเป็นระยะๆ
3. โครงสร้างเหล็กมีการทำกันไฟหรือไม่ หากไม่มีการทำกันไฟ จะทนต่อความร้อนได้น้อย เมื่อเหล็กโดนความร้อนสูงถึง 500-600 องศาเซลเซียส กำลังรับน้ำหนักและความแข็งแกร่งของของเหล็กอาจลดลงได้ถึงครึ่งหนึ่ง ทำให้เหล็กรับน้ำหนักได้ลดลง โครงสร้างจึงเกิดการโก่งงอ และบิดเบี้ยวเสียรูป นอกจากนี้ ความแข็งแรงของจุดยึดระหว่างเสากับคานเหล็กก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่ง หากใช้น๊อตยึดไม่กี่ตัว เมื่อโครงสร้างเหล็กร้อนจัด จะเกิดการขยายตัวดันให้รอยต่อขาดออกจากกัน นำไปสู่ความเสียหายต่อเนื่องและพื้นพังตามลงมาในที่สุด
4. อาคารขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่มาก จำเป็นต้องมีการติดตั้งหัวดับเพลิงอัตโนมัติหรือระบบสปริงเกอร์ ต้องตรวจสอบว่าอาคารดังกล่าวมีการติดตั้งสปริงเกอร์หรือไม่ และหากมี ต้องตรวจสอบว่า มีการใช้งานได้ตามปกติหรือไม่
5. การดับเพลิงจากด้านนอกทำได้ยาก เนื่องจากความคับแคบของพื้นที่ เป็นอีกหนี่งปัจจัยที่ทำให้เพลิงลุกลามได้รวดเร็ว
ศ.ดร.อมร ตั้งข้อสังเกตว่า อาคารดังกล่าวเข้าข่ายต้องทำการตรวจสอบอาคาร ตามกฎหมายว่าด้วยการตรวจสอบอาคารหรือไม่ และผลการตรวจสอบล่าสุดเป็นอย่างไร นอกจากนี้ ยังเรียกร้องให้มีการแก้ไขกฎหมายควบคุมอาคารฯ และข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครว่าด้วยการควบคุมอาคาร ปี 2544 โดยกำหนดให้อาคารพาณิชย์ที่มีร้านค้าหนาแน่น และมีการการเก็บสินค้าอุปกรณ์อิเล็คทรอนิคส์ เช่นแบตเตอรี่ ควรกำหนดให้มีการติดตั้ง ระบบดับเพลิงอัตโนมัติ เช่นระบบหัวกระจายน้ำอัตโนมัติ (สปริงเกอร์) และ เพิ่มเป็นอาคารที่เข้าข่ายต้องตรวจสอบอาคารประจำปี และตรวจสอบใหญ่ทุก 5 ปี เพื่อดูสภาพความพร้อมใช้งานของระบบดับเพลิงอัตโนมัติภายในอาคาร
“เรียกร้องให้กรุงเทพมหานครให้ความเข้มงวดกับการตรวจสอบอาคารพาณิชย์ที่มีลักษณะคล้ายกัน และใช้กฎกระทรวง การแก้ไขอาคารที่มีสภาพหรือมีการใช้ที่อาจเป็นภยันตรายต่อสุขภาพ ชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สิน หรืออาจไม่ปลอดภัยจากอัคคีภัยฯ พ.ศ. 2563 เพื่อสั่งให้เจ้าของอาคารเก่าแก้ไขอาคารได้ตามความจำเป็นต่อไป”
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กทม.-ปภ. ขยายเวลายื่นเยียวยาน้ำท่วมถึง 30 พ.ย. นี้
กทม. - ปภ. ขยายเวลายื่นเยียวยาน้ำท่วมถึง 30 พ.ย. นี้ เพิ่มจุดบริการ 5 เขตหลักลดความหนาแน่น เร่งเคลียร์เคสสายไหมแล้วกว่า 60%
อดีตรองผู้ว่าฯกทม. จี้ กทม.เปิดผลศึกษาแก้มลิงคู้บอน-บางชัน ถามไม่คุ้มตรงไหน?
“สามารถ ราชพลสิทธิ์” ท้า กทม.เปิดหลักฐานยกเลิกโครงการแก้มลิงคู้บอน-บางชัน วงเงิน 1.1 หมื่นล้านบาท จี้แจงต้นทุน ผลประโยชน์ และค่า EIRR เชื่อหากประเ
กทม. เหลือท่วม 1 จุด รับมือฝนรอบใหม่ 13-16 ต.ค. ตกหนักเย็นถึงค่ำ
รัฐบาลแจงอยุธยาน้ำเริ่มลด ส่วน กทม. ปรับเหลือ 8 เขตอุทกภัย ท่วมถนน 1 จุด ใต้สะพานคลองสามวา คาดเคลียร์พื้นที่จบสัปดาห์นี้ อุตุฯ เตือน 13-16 ต.ค. ฝนเพิ่มขึ้น กรุงเทพฯ ตกหนักเย็นถึงค่ำ
อุตุฯ เตือนฝนฟ้าคะนอง 32 จังหวัด ใต้ตกหนัก รับมือท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก
กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้าว่า ภาคใต้มีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนในบริเวณภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม
'กรณ์' จี้รัฐบาล-กทม. เร่งเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วม อย่าอ้างจัดประชุมใหญ่ มองข้ามความทุกข์ปชช.
‘กรณ์’ จี้รัฐบาล-กทม. เร่งเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วม ชี้อย่าอ้างจัดประชุมใหญ่จนมองข้ามความทุกข์ประชาชน เสนอวงเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ 2 แสนบาท ดึง กทม. ลุยบริการเชิงรุกถึงหน้าบ้าน ย้ำ ‘คนเดือดร้อนรอไม่ได้’
คุ้มค่ากว่าจริงมั้ย! เลิกสร้างแก้มลิง 'คู้บอน-บางชัน' ใช้หนองบอนแทน
'ดร.สามารถ' ฟาด กทม. เลิก 'แก้มลิง' อ้างที่ดินแพง เทียบชัดๆ ไม่สร้าง 'คู้บอน-บางชัน' ใช้หนองบอนแทน คุ้มค่ากว่าจริงไม๊ พร้อมชี้ทางสว่าง 1.1 หมื่น ทำใหม่กับปรับปรุงแหล่งเดิมพร้อมกันได้

