
'ปิยบุตร' วิเคราะห์ม็อบในฝรั่งเศส ต้นตอจากประวัติศาสตร์ของความเหลื่อมล้ำ และปัญหาการแบ่งสรรปันส่วนทุนและความมั่งคั่งที่กระจุกตัวมากจนเกินไป พร้อมข้อสรุป 5 ข้อ ของ 'Thomas Piketty' เสนอดึงอำนาจการบริหารจัดการทุนกลับมาสู่กระบวนการประชาธิปไตย จัดเก็บภาษีอย่างก้าวหน้าจากกลุ่มอภิมหาเศรษฐี 1%
21 ต.ค. 2569- นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ถึงการชุมนุมในประเทศฝรั่งเศส ว่า [ชวนอ่านงานของ Thomas Piketty เพื่อเข้าใจวิกฤตการเมืองและเศรษฐกิจของฝรั่งเศส]
มีการชุมนุมใหญ่ทั่วประเทศฝรั่งเศส ต่อเนื่องทุกสัปดาห์มาตั้งแต่เดือนกันยายน และลุกลามไปยังประเทศอื่นๆในยุโรป
นักวิเคราะห์ปีกขวา ทั้งไทยและเทศ มักหยิบยกคำอธิบายราวกับเป็นสูตรสำเร็จท่องจำกันมาว่า วิกฤตทางการเมืองและเศรษฐกิจของฝรั่งเศสมาจาก การสร้างระบบสวัสดิการที่มากจนเกินไปจนเงินหมดประเทศ เกิดภาระหนี้สาธารณะตามมา และชี้นิ้วไปที่ผู้อพยพ
ประชาชนคนไทยผู้สนใจข่าวต่างประเทศแบบฉับพลัน มองการชุมนุมที่ฝรั่งเศสเป็นเหตุการณ์น่าตื่นเต้นบ้าง น่ากลัวบ้าง น่าเอาอย่างบ้าง และติดกับ “มายาคติ“ ที่ฝังหัวเอาไว้ เช่น ประท้วง วุ่นวาย ไร้ระเบียบ หัวรุนแรง เผา ปล้นสะดม และใช้วิธี ”เหมารวม“ แบบง่ายๆ โดยไม่จำแนกแยกแยะว่า การชุมนุมในภาพใหญ่เป็นอย่างไร ตำรวจใช้ความรุนแรงอย่างไร แล้วนำเอาภาพเหตุการณ์เดียวมาวินิจฉัย
เราไม่อาจทำความเข้าใจวิกฤตทางการเมืองและเศรษฐกิจของประเทศฝรั่งเศส ได้โดยดูจากข่าวที่อัลกอริธึมคัดขึ้นมาให้ตามสถานการณ์ และอธิบายมันด้วยกรอบมายาคติแบบเดิมๆ
วิกฤตการเมืองและเศรษฐกิจในประเทศฝรั่งเศส มิใช่มีต้นตอมาจากสวัสดิการที่มากเกินไป มิใช่มีต้นตอมาจากปัญหาผู้อพยพ แต่มันคือประวัติศาสตร์ของความเหลื่อมล้ำและปัญหาการแบ่งสรรปันส่วนทุนและความมั่งคั่งกันในชาติ ที่ ณ วันนี่ กระจุกตัวมากจนเกินไป
.
Thomas Piketty ได้ไปออกรายการทางช่อง BFM (ซึ่งเป็นช่องขวา) เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เขาพูดไว้น่าสนใจมาก ผมขอเอาเข้าระบบ AI ให้สรุปและแปลเป็นภาษาไทยออกมา เพื่อให้ผู้ที่ไม่ได้ใช้ภาษาฝรั่งเศส ได้อ่านกัน ดังนี้
1. การวินิจฉัยวิกฤติเศรษฐกิจ: ประเทศร่ำรวย แต่รัฐบาลมีหนี้ท่วม
Piketty คัดค้านกรอบความคิดที่มองว่าประเทศฝรั่งเศสกำลัง "ยากจนลง" หรือ "สิ้นเนื้อประดาตัว" โดยเขาชี้ให้เห็นข้อมูลทางประวัติศาสตร์เศรษฐกิจว่า:
ความมั่งคั่งไม่ได้สูญหาย: รายได้และความมั่งคั่งรวมของประเทศอยู่ในระดับสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ ปัญหาในปัจจุบันจึงไม่ใช่เรื่องความขาดแคลน แต่เป็น "วิกฤติการจัดสรรและกระจายทรัพยากร"
ทรัพย์สินเอกชนพุ่งสูงสวนทางกับภาครัฐ: ในช่วงทศวรรษ 1970 สินทรัพย์ของภาคเอกชนมีมูลค่ารวมราว 300% ของ GDP แต่ในปัจจุบันเพิ่มขึ้นสูงถึงเกือบ 600% ของ GDP ในขณะที่หนี้สาธารณะของรัฐบาลทะลุ 100% ของ GDP ซึ่งสะท้อนว่าความมั่งคั่งของภาคเอกชนที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดนั้น เกิดจากการที่รัฐบาลลดเว้นการจัดเก็บภาษีจากกลุ่มผู้ถือครองทุนตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา
เปรียบเทียบกับประวัติศาสตร์ (1945 และ 1789):
ในปี ค.ศ. 1945 หนี้สาธารณะก็สูงเกิน 100% ของ GDP เช่นกัน แต่ยุคนั้นสินทรัพย์เอกชนแห้งเหือดจากสงคราม รัฐบาลจึงแก้ปัญหาด้วยการจัดเก็บภาษีพิเศษจากกลุ่มความมั่งคั่งสูง
สถานการณ์ปัจจุบันคล้ายคลึงกับ ปี ค.ศ. 1789 (ก่อนปฏิวัติฝรั่งเศส) มากกว่า ซึ่งเป็นวิกฤติหนี้สินที่เกิดจากการที่กลุ่มชนชั้นนำปฏิเสธการจ่ายภาษีอย่างเป็นธรรม ทำให้รัฐบาลต้องใช้วิธีสร้างหนี้ผูกพันไปเรื่อยๆ
2. ทางออก: "ภาษีความมั่งคั่ง/ภาษีสามัคคีแห่งชาติ" และ "กองทุนอธิปไตย"
เพื่อแก้วิกฤติงบประมาณและสร้างความเป็นธรรมทางภาษี Piketty เสนอมาตรการพิเศษพุ่งเป้าไปที่กลุ่มผู้มีทรัพย์สิน เกิน 100 ล้านยูโรขึ้นไป:
ภาษีพิเศษ 50% จากความมั่งคั่งที่เพิ่มขึ้น:
ระหว่างปี 2017 ถึง 2026 มูลค่าทรัพย์สินของกลุ่มอภิมหาเศรษฐีในฝรั่งเศสเติบโตอย่างมหาศาลจาก 200,000 ล้านยูโร พุ่งสูงถึง 1,000,000 ล้านยูโร (เพิ่มขึ้นถึง 800,000 ล้านยูโร)
เขาเสนอให้เก็บภาษีพิเศษในอัตรา 50% จากส่วนต่างความมั่งคั่งที่เพิ่มขึ้นมานี้ ซึ่งจะสร้างรายได้เข้าสู่งบประมาณแผ่นดินทันทีถึง 400,000 ล้านยูโร
ภาษีความมั่งคั่งถาวร 10% ต่อปี: จัดเก็บภาษีรายปีในอัตรา 10% สำหรับทรัพย์สินส่วนที่เกิน 100 ล้านยูโรขึ้นไป
การชำระภาษีด้วยหุ้นเข้าสู่ "กองทุนอธิปไตย" (Sovereign Wealth Fund):
สำหรับคำถามที่ว่ามหาเศรษฐีจะหาเงินสดที่ไหนมาจ่ายภาษี Piketty อธิบายว่าสามารถชำระภาษีด้วย "หุ้นหรือสินทรัพย์ทางการเงิน" ได้โดยตรง เช่นเดียวกับที่เคยทำหลังสงครามโลกครั้งที่ 2
หุ้นเหล่านี้จะถูกนำเข้าสู่ กองทุนอธิปไตยของรัฐ ทำให้ภาครัฐมีสิทธิโหวตและเข้าไปกำหนดทิศทางการลงทุนของภาคเอกชน ให้มุ่งเน้นเรื่องการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดและการพัฒนาที่ยั่งยืน แทนที่จะปล่อยให้ทุนนำไปใช้ในโครงการที่สิ้นเปลืองพลังงานหรือการเก็งกำไร
ป้องกันการย้ายประเทศหนีภาษี: เขาเสนอให้คิดภาษีตามสัดส่วนจำนวนปีที่บุคคลนั้นเคยอยู่อาศัยและใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐาน ระบบการศึกษา และการสาธารณสุขของฝรั่งเศส ดังนั้น แม้จะย้ายไปอยู่ประเทศอื่น ก็ยังคงต้องชำระภาษีตามสัดส่วนประวัติการอยู่อาศัยในฝรั่งเศส
3. ความเป็นธรรมทางสังคมและการปฏิรูปภาษีในชีวิตประจำวัน
Piketty แยกแยะความแตกต่างอย่างชัดเจนระหว่าง "กลุ่มอภิมหาเศรษฐี" กับ "ชนชั้นกลางและประชาชนทั่วไป":
ความอยุติธรรมของภาษีที่ดิน/สิ่งปลูกสร้าง (Taxe Foncière):
เขาโจมตีภาษีที่ดินในฝรั่งเศสว่ามีความอยุติธรรมที่สุด เพราะคำนวณจากมูลค่าทรัพย์สินโดยไม่หักภาระหนี้สิน
ครอบครัวชนชั้นกลางที่ซื้อบ้านราคา 300,000 ยูโร โดยมีหนี้บ้านอยู่ 290,000 ยูโร (ทรัพย์สินสุทธิจริงมีแค่ 10,000 ยูโร) กลับต้องจ่ายภาษีที่ดินในอัตราเดียวกับคนรวยที่ซื้อบ้านเงินสดและมีพอร์ตหุ้นอีกหลายล้านยูโร
เขาเสนอให้เปลี่ยนเป็น ภาษีความมั่งคั่งสุทธิแบบก้าวหน้า (คำนวณหลังจากหักภาระหนี้สินแล้ว) ซึ่งจะช่วยลดภาระภาษีให้แก่ประชาชนทั่วไปถึง 90%
การคุ้มครองเงินออมของประชาชน: ประชาชนทั่วไปที่มีเงินออมหรือประกันชีวิต (ทรัพย์สินต่ำกว่า 500,000 ยูโร) จะไม่ได้รับผลกระทบใดๆ จากมาตรการภาษีนี้
4. วิกฤติการศึกษาและคนรุ่นใหม่: "จุดจบของยุคมาครง"
Piketty ให้ความสำคัญอย่างมากกับปัญหาการตัดลดงบประมาณด้านการศึกษาระดับอุดมศึกษา:
งบประมาณต่อหัวนักศึกษาลดลงอย่างน่าตกใจ: แม้งบประมาณตัวเลขสุทธิจะเพิ่มขึ้น 17% ระหว่างปี 2017–2026 แต่เมื่อเผชิญกับอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้น 22% และจำนวนนักศึกษาที่เพิ่มขึ้นจาก 2.6 ล้านคน เป็น 3 ล้านคน (+15%)
ผลลัพธ์ที่แท้จริง: งบประมาณการศึกษาต่อหัวนักศึกษา ลดลงจริงถึง 20%
ความสูญเสียทางสังคมและเศรษฐกิจ: ทำให้เยาวชนจำนวนมากที่ตั้งใจเรียนสายอาชีพหรือสายเทคโนโลยี ไม่มีที่เรียนต่อในสถาบันเฉพาะทาง (เช่น IUT หรือ BTS) เนื่องจากรัฐบาลไม่จัดสรรงบประมาณสร้างที่เรียน และต้องถูกระบบคัดสรรดิจิทัล (Parcoursup) ผลักดันไปเรียนในคณะทางมหาลัยที่มีต้นทุนต่ำและไม่ตรงกับความถนัด ซึ่งถือเป็นความสูญเสียทางทรัพยากรมนุษย์อย่างร้ายแรง
5. ยุทธศาสตร์ทางการเมืองและกลไกประชาธิปไตย
การจัดทำประชามติ (Referendum):
เขาวิจารณ์การที่ฝรั่งเศสเว้นว่างจากการทำประชามติมานานกว่า 21 ปี (นับตั้งแต่ปี 2005)
เขาเตือนฝ่ายซ้ายและกลุ่มฝ่ายประชาธิปไตยว่า การปล่อยให้ประเด็นการทำประชามติกลายเป็นเครื่องมือของฝ่ายขวาจัด (ที่มักนำไปใช้สร้างกระแสต่อต้านผู้อพยพ) ถือเป็นความผิดพลาดทางยุทธศาสตร์อย่างรุนแรง
ฝ่ายประชาธิปไตยต้องดึงกลไกประชามติกลับมาใช้ในการตัดสินใจประเด็นเศรษฐกิจและโครงสร้างภาษี เพื่อให้ประชาชนร่วมตัดสินใจในการจัดเก็บภาษีความมั่งคั่งและนำงบประมาณไปลงทุนเพื่ออนาคตของประเทศ
บทสรุป
ข้อเสนอของ Thomas Piketty ในคลิปนี้คือการส่งสารว่า วิกฤติหนี้สาธารณะและการขาดแคลนงบประมาณการศึกษา ไม่ใช่วิสัยทางเศรษฐกิจที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่เป็นผลพวงจากการตัดสินใจทางการเมืองที่ผิดพลาด และทางออกเดียวคือการดึงอำนาจการบริหารจัดการทุนกลับมาสู่กระบวนการประชาธิปไตย โดยจัดเก็บภาษีอย่างก้าวหน้าจากกลุ่มอภิมหาเศรษฐี 1% เพื่อนำมาพัฒนาบริการสาธารณะและคุณภาพชีวิตของคนรุ่นใหม่อย่างแท้จริง
.
เนื้อหาที่เขาพูดในรายการ หลายส่วนมีปรากฏอยู่ในหนังสือหลายเล่มของเขา
ผมอยากเชิญชวนให้อ่านหนังสือ Une Brève Histoire de l'Egalité ของ Thomas Piketty (ปัจจุบันมีฉบับพากย์ไทยแล้ว แปลโดย นรินทร์ องค์อินทรี ตีพิมพ์โดยสำนักพิมพ์แสงดาว) เพื่อช่วยเปิดมุมมองใหม่ ไม่ติดอยู่กับเรื่องเล่าแบบเดิมๆครับ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กบข.ถอดรหัสกติกาใหม่สู่ ‘ความมั่งคั่ง’ เมื่อโลกเปลี่ยนเร็ว เกมลงทุนต้องเปลี่ยนตาม!
ในวันที่โลกไม่ได้เปลี่ยนแค่ปีต่อปี แต่เปลี่ยนเร็วขึ้นแทบทุกด้าน การวางแผนชีวิตและการเงินจึงไม่อาจใช้สูตรเดิมได้ทั้งหมด เพราะสิ่งที่เคยเป็นเรื่องไกลตัวอย่างความขัดแย้งระหว่างประเทศ เทคโนโลยีใหม่ หรือการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม ล้วนสามารถเดินทางมาถึงกระเป๋าเงินของผู้คนได้เร็วกว่าที่คิด
'โรม' ถอนหายใจเฮือก! น้อมรับคำวิจารณ์บันเทิงธิปไตย
'โรม' ถอนหายใจเฮือก!! น้อมรับคำวิจารณ์จาก 'ปิยบุตร' ยันทำงานเสี่ยงถูกฟ้อง แลกด้วยชีวิต ไม่ใช่ความบันเทิง ลั่นทำงานให้เหมือนเป็นวันสุดท้าย เพราะติดคดี 44 สส. ลั่น รู้จัก อ.ป๊อกมานาน เชื่อเป็นความหวังดี
มาแล้วศาสดาส้ม! 'ปิยบุตร' ปลุกเร้าพรรคกองหน้า เล่นบทรุกกินแดน ไม่ใช่แค่รักษาฐานที่มั่น
ปิยบุตร จี้พรรคกองหน้าต้องปลุกเร้าทางความคิดต่อไปให้คนเห็นว่า มีโอกาส มีความเป็นไปได้ที่การเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้น และจะเกิดขึ้นในไม่ช้านี้
เมื่อ EV Bus ไม่ได้เป็นแค่รถโดยสาร แต่คือคำตอบ.."ลดความเหลื่อมล้ำ"
สำหรับคนเมืองใหญ่ การขึ้นรถโดยสารอาจเป็นเรื่องธรรมดา แต่สำหรับประชาชนจำนวนมากในจังหวัดกาญจนบุรี โดยเฉพาะผู้สูงอายุ เด็ก นักเรียน ผู้พิการ และผู้มีรายได้น้อย “การเดินทาง”
'เจ๊เจี๊ยบ' ประกาศยืนเคียงข้าง 'ปิยบุตร' หดหู่ใจที่ถูกให้ร้ายอย่างไม่เป็นธรรม
นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โพสต์รูปคู่นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้าพร้อมข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่า
'ปิยบุตร' คาบคัมภีร์ 'Poulantzas' คิดยุทธศาสตร์ยุทธวิธี นำไปสู่การปฏิวัติชนชั้นนำ
นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่าช่วงเวลาที่ถูก “กิโยติน” สมัยใหม่อย่างคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญประหารชีวิตทางการเมืองไปสิบปี

