'ศุภจี' ชี้ส่งออกไทยโตต่อเนื่อง 25 เดือน ย้ำโจทย์ใหญ่ไม่ใช่แค่ 'ส่งออกโต' แต่ต้องทำให้คนไทยได้ประโยชน์มากขึ้น

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว

พูดถึงสถานการณ์การส่งออกของไทย หลังตัวเลขการส่งออกยังขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 25 โดยระบุว่า เดือนกรกฎาคม 2569 การส่งออกมีมูลค่า 34,789.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 21.6% ขณะที่ช่วง 7 เดือนแรกของปี มีมูลค่ารวม 231,531 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 18.2%

ตัวเลขการส่งออกที่เติบโตอย่างต่อเนื่องถือเป็นสัญญาณที่ดี แต่คำถามที่สำคัญกว่าคือ “ทำไมเมื่อการส่งออกเติบโต ประชาชนกลับยังไม่รู้สึกว่าเศรษฐกิจดีขึ้น หรือมีรายได้เพิ่มขึ้นตามไปด้วย” มีเนื้อหาที่โพสดังนี้

"ตัวเลขการส่งออกของไทยเติบโตต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 25

เดือนกรกฎาคม 2569 การส่งออกมีมูลค่า 34,789.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวถึง 21.6%

และเมื่อรวม 7 เดือนแรกของปี การส่งออกมีมูลค่า 231,531 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 18.2%

แต่คำถามสำคัญกว่า “ส่งออกโตแค่ไหน” คือ ทำไมเมื่อการส่งออกเติบโต ประชาชนกลับยังไม่รู้สึกว่าเศรษฐกิจดีขึ้น หรือมีรายได้เพิ่มขึ้นตามไปด้วย ?

นี่คือโจทย์ที่เราต้องกลับมามอง “โครงสร้าง” ของการส่งออกไทยค่ะ

และนั่นทำให้เห็นว่า สิ่งที่เราต้องเร่งทำต่อจากนี้ คือ การสร้าง 3 สมดุล ได้แก่ สมดุลตลาด สมดุลสินค้า และสมดุลรายได้

สมดุลตลาด : ที่ผ่านมาเราพึ่งพาตลาดเดิมค่อนข้างมาก โดยเฉพาะตลาดใหญ่อย่างจีนและสหรัฐฯ ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ เราจึงต้องเร่งเปิดตลาดใหม่ กระจายความเสี่ยง และสร้างโอกาสให้สินค้าไทยเข้าถึงผู้บริโภคในหลากหลายประเทศมากขึ้น

สมดุลสินค้า : สินค้าหลายกลุ่มที่เราส่งออก เป็นสินค้าที่ไทยอยู่ในห่วงโซ่การผลิตหรือรับจ้างผลิต ขณะที่สัดส่วน Local Content ของไทยยังไม่มากพอ

โจทย์จึงไม่ใช่เพียง “ส่งออกให้มากขึ้น” แต่ต้องทำให้ทุกการส่งออก สร้างมูลค่าและรายได้กลับมาอยู่ในประเทศไทยมากขึ้นด้วย โดยเฉพาะภาคเกษตรและอาหาร ซึ่งเกี่ยวข้องกับคนจำนวนมากของประเทศ โดยสินค้าเกษตรของเรากลับมาขยายตัวได้ในรอบหลายปี หลังจากนี้ เราจะใช้จุดแข็งเรื่อง Food Security เป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญในการเจรจาการค้าและสร้างโอกาสใหม่ให้กับประเทศ เพราะหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั่วโลก ทั้งสงคราม ภัยธรรมชาติ และการขาดแคลนวัตถุดิบ ทำให้เราต้องเปลี่ยนวิธีคิดและวิธีทำ จาก Just in Time เป็น Just in Case สร้าง Resilient Supply Chain หรือห่วงโซ่อุปทานที่มีความยืดหยุ่นและพร้อมรับมือกับความผันผวน เพื่อให้จุดแข็งด้านความมั่นคงทางอาหารของไทย สามารถตอบสนองความต้องการของโลกในภาวะฉุกเฉินได้อย่างทันท่วงที

ประเทศไทยต้องวางตำแหน่งตัวเองให้เป็นส่วนสำคัญของห่วงโซ่นี้ให้ได้ค่ะ

สมดุลรายได้ : วันนี้ประเทศไทยมีผู้ประกอบการส่งออกประมาณ 30,000 ราย ในจำนวนนี้ประมาณ 23,000 รายเป็น SMEs และอีกประมาณ 7,000 รายเป็นผู้ประกอบการรายใหญ่

แต่รายได้กว่า 80% ของธุรกิจส่งออกอยู่กับผู้ประกอบการรายใหญ่

นี่จึงเป็นอีกเหตุผลว่า ทำไมตัวเลขการส่งออกที่เติบโต จึงอาจยังไม่ถูกส่งผ่านไปถึงคนตัวเล็กอย่างทั่วถึง

งานของกระทรวงพาณิชย์จึงไม่ใช่เพียงทำให้ตัวเลขส่งออกโต แต่ต้องทำให้ “การเติบโต” กระจายตัวมากขึ้น

  • ขยายตลาดใหม่ เพื่อลดการพึ่งพาตลาดเดิม
  • เพิ่ม Local Content เพื่อให้มูลค่าจากการส่งออกอยู่ในประเทศมากขึ้น
  • สร้างโอกาสให้ SMEs เกษตรกร และผู้ประกอบการรายเล็ก ได้รับประโยชน์จากการส่งออกมากขึ้น

เพราะปลายทางที่เราอยากเห็น ไม่ใช่เพียง “ประเทศไทยส่งออกได้มากขึ้น”

แต่คือ “ประเทศไทยและคนไทย ได้ประโยชน์จากการส่งออกมากขึ้น”

นี่คือความหมายของการสร้าง สมดุลตลาด สมดุลสินค้า และสมดุลรายได้ ที่เรากำลังทำค่ะ".

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

DITP เชิดชู 22 ผู้ประกอบการไทย รับมอบตรา T Mark การันตีมาตรฐานสู่ตลาดโลก

กรุงเทพฯ, 21 สิงหาคม 2569 — กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ ได้จัดพิธีมอบประกาศนียบัตรแก่ผู้ประกอบการที่ได้รับตราสัญลักษณ์ Thailand Trust Mark (T Mark) ประจำปี 2569    

รองนายกฯ และ รมว.พณ. "ศุภจี สุธรรมพันธุ์" และรมว.ทส. "สุชาติ ชมกลิ่น" ร่วมพิธีบวงสรวงตัดไม้จันทน์หอม ณ อุทยานแห่งชาติกุยบุรี เพื่อใช้ในงานพระราชพิธีพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

20 สิงหาคม 2569 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เดินทางลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และร่วมเป็นเกียรติในพิธีบวงสรวงตัดไม้จันทน์หอมยืนต้นตายตามธรรมชาติ ณ

7 เดือนปี 69 ต่างชาติลงทุนในไทย 2.19 แสนล้านบาท

7 เดือนปี ‘69 ต่างชาติลงทุนในไทย 2.19 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี ‘68 ถึง 5.97 หมื่นล้านบาท หรือ 37% สิงคโปร์ ขึ้นแท่นลงทุนอันดับหนึ่ง 6.11 หมื่นล้านบาทตามด้วย ญี่ปุ่น 4.50 หมื่นล้านบาท และจีน 3.86 หมื่นล้านบาท

พาณิชย์เผย 7 เดือนต่างชาติขนเงินลงทุนในไทย 2.19 แสนล้านบาท

7 เดือนปี ‘69 ต่างชาติลงทุนในไทย 2.19 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี ‘68 ถึง 5.97 หมื่นล้านบาท หรือ 37% สิงคโปร์ ขึ้นแท่นลงทุนอันดับหนึ่ง 6.11 หมื่นล้านบาท ตามด้วย ญี่ปุ่น 4.50 หมื่นล้านบาท และจีน 3.86 หมื่นล้านบาท