รัฐบาลลุยยกระดับFTA'อาเซียน–เกาหลีใต้'

รัฐบาลเดินหน้ายกระดับ FTA อาเซียน–เกาหลีใต้ ดันศุลกากรสะดวกขึ้น–คุ้มครองผู้ซื้อออนไลน์ หนุน SME ขยายตลาด ย้ำสิทธิใหม่ยังอยู่ระหว่างเจรจา

21 ต.ค.2569 - นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าสนับสนุนการยกระดับความตกลงการค้าเสรีอาเซียน–เกาหลีใต้ (ASEAN–Korea Free Trade Area: AKFTA) โดยกระทรวงพาณิชย์ ภายใต้การกำกับดูแลของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ มุ่งปรับปรุงกติกาการค้าให้สอดคล้องกับเศรษฐกิจยุคดิจิทัล ทั้งการอำนวยความสะดวกด้านศุลกากร การคุ้มครองผู้บริโภคออนไลน์ และการสนับสนุนผู้ประกอบการ SME เพื่อเพิ่มโอกาสทางการค้าและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของไทย

นางสาวลลิดากล่าวว่า กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศได้รายงานผลการประชุมคณะกรรมการร่วมเจรจายกระดับความตกลง AKFTA ครั้งที่ 3 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 กันยายน – 1 ตุลาคม 2569 ณ สาธารณรัฐสิงคโปร์ โดยอาเซียนและเกาหลีใต้มีความคืบหน้าในการเจรจาหลายด้าน ทั้งการค้าสินค้า กฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้า พิธีการศุลกากร และการอำนวยความสะดวกทางการค้า เพื่อผลักดันให้การเจรจาบรรลุข้อสรุปในสาระสำคัญภายในปี 2570

สำหรับประเด็นสำคัญ ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบร่างข้อบทด้านพิธีการศุลกากรและการอำนวยความสะดวกทางการค้าแล้วร้อยละ 75 โดยมุ่งให้ขั้นตอนการค้าระหว่างประเทศมีความสะดวก ชัดเจน และเอื้อต่อผู้ประกอบการมากขึ้น โดยเฉพาะ SME ที่ต้องบริหารต้นทุนและระยะเวลาในการนำเข้า–ส่งออก ทั้งนี้ ตัวเลขร้อยละ 75 เป็นความคืบหน้าเฉพาะร่างข้อบทด้านศุลกากร ไม่ใช่ความคืบหน้าของความตกลงทั้งฉบับ และไม่ได้หมายถึงการลดภาษีร้อยละ 75

ขณะเดียวกัน การเจรจาด้านการแข่งขันและการคุ้มครองผู้บริโภคมีความคืบหน้าประมาณร้อยละ 67 ของร่างข้อบทในด้านดังกล่าว พร้อมเห็นชอบให้นำประเด็นการคุ้มครองผู้บริโภคออนไลน์เข้าสู่การพิจารณา เพื่อให้กติกาการค้ารองรับพฤติกรรมการซื้อขายผ่านช่องทางดิจิทัลมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ยังเป็นขั้นตอนการเจรจา ไม่ใช่การประกาศใช้สิทธิหรือมาตรการคุ้มครองผู้ซื้อออนไลน์เพิ่มเติมในขณะนี้

นางสาวลลิดากล่าวเพิ่มเติมว่า ความตกลง AKFTA เดิมมีผลใช้บังคับกับประเทศไทยอยู่แล้ว ผู้ประกอบการสามารถใช้ประโยชน์จากสิทธิทางการค้าภายใต้เงื่อนไขปัจจุบันได้ตามปกติ ส่วนการเจรจาครั้งนี้เป็นการปรับปรุงความตกลงเดิมให้ทันต่อสถานการณ์เศรษฐกิจ โดยทั้งสองฝ่ายตั้งเป้าหมายสรุปสาระสำคัญของการเจรจาภายในปี 2570 และเกาหลีใต้จะเป็นเจ้าภาพการประชุมครั้งต่อไปในเดือนธันวาคม 2569 ขณะที่ไทยเสนอเป็นเจ้าภาพการประชุมครั้งที่ 5 ในเดือนมีนาคม 2570 ณ กรุงเทพมหานคร

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวย้ำว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการยกระดับความตกลงการค้าเสรีที่สร้างประโยชน์แก่ทั้งผู้ประกอบการและประชาชน โดยไม่ได้มุ่งเพียงการลดภาษี แต่รวมถึงการลดอุปสรรคทางการค้า เพิ่มความสะดวกในการดำเนินธุรกิจ และส่งเสริมความเชื่อมั่นในการซื้อขายออนไลน์ ทั้งนี้ สิทธิและกติกาใหม่ยังอยู่ระหว่างการเจรจาและยังไม่มีผลใช้บังคับ จึงขอให้ผู้ประกอบการติดตามข้อมูลจากหน่วยงานทางการ เพื่อเตรียมความพร้อมใช้ประโยชน์จากความตกลงในอนาคต

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เร่งคุ้มครองรอยเท้าไดโนเสาร์อายุ 120 ล้านปี!

รัฐบาลคุ้มครองรอยเท้าไดโนเสาร์อายุ 120 ล้านปี จ.อุดรธานี ย้ำร่องรอยถือเป็นซากดึกดำบรรพ์ตามกฎหมาย เร่งป้องกันพื้นที่เสียหายก่อนพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้

รัฐบาลเดินหน้าสร้างสะพานข้ามอ่างเก็บน้ำลำปาวคาดเสร็จปี 2571

รัฐบาลเดินหน้าสร้างสะพานข้ามอ่างเก็บน้ำลำปาว เชื่อม อ.สหัสขันธ์ - สามชัย จ.กาฬสินธุ์ เพิ่มขีดความสามารถภาคการคมนาคมขนส่ง หนุนเศรษฐกิจขนส่ง – ท่องเที่ยว ร่นระยะทาง บรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ ปชช.

หนุน 'วัยเก๋า' สร้างรายได้จับมือ 17 เอกชนเปิดรับผู้สูงวัยเข้าทำงาน!

รัฐบาลหนุน 'วัยเก๋า' สร้างรายได้พึ่งพาตนเอง จับมือ 17 เอกชนชั้นนำ เปิดรับผู้สูงวัยเข้าทำงาน เฉพาะปี 69 รายได้รวมทะลุ 124 ล้านบาท

รัฐบาลเตรียมหนุนความร่วมมือเอเปก 21 เขตเศรษฐกิจดันนโยบายการคลังช่วยครัวเรือน!

รัฐบาลเตรียมหนุนความร่วมมือเอเปก 21 เขตเศรษฐกิจ ดันนโยบายการคลังช่วยครัวเรือน–ขยายโอกาสเข้าถึงบริการทางการเงิน ระดมทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล พร้อมเสริมทักษะการเงินคนรุ่นใหม่

รบ.โอ่ IMF ชี้ไทยมีจุดแข็งทุนสำรองมั่นคง!

ไทยยังมีจุดแข็ง! IMF ชี้ทุนสำรองมั่นคง 2.82 แสนล้านดอลลาร์ ต่างชาติลงทุนเพิ่ม 30% รัฐบาลชูฐานการผลิตแข็งแกร่ง เร่งต่อยอดสร้างงาน–เพิ่มรายได้ประชาชน

เผยส่วนต่อขยายถนนเฉลิมพระเกียรติเมืองนครศรีฯ คืบหน้ากว่า 70%

รัฐบาลเผย โครงการก่อสร้างถนนสายส่วนต่อขยายถนนเฉลิมพระเกียรติ ตอนที่ 1 และ ตอนที่ 2 จ.นครศรีธรรมราช คืบหน้ากว่า 70% คาดแล้วเสร็จปี 70 ช่วยการจราจรติดขัด หนุนท่องเที่ยวในจังหวัดอย่างยั่งยืน