
หลังโควิดระบาด นางสาวนาซูฮา เล๊ะนุ๊ หรือ “อาร์” บัณฑิตจบใหม่ตัดสินใจกลับมาอยู่บ้าน พร้อมคำสัญญา กับตัวเองว่าจะทำเกษตรที่ “ทำให้ทุกคนมีเงิน” ปลูกสิ่งที่คนอื่นไม่ปลูกและต้องปลอดสารพิษ นั่นคือจุดเริ่มต้น ของ Rganic Farm แม้ตอนนั้นเธอจะยังไม่รู้เลยว่าปลายทาง คือ “อะไร”
แม้จะเอ่ยปากขอที่ดินของแม่มาทำฟาร์ม แต่แม่ก็ไม่เห็นด้วย เพราะเห็นว่าเรียนจบปริญญามาแล้ว ทำไมต้องารเป็นเกษตรกร จะทำไหวหรือไม่ แต่อาร์ยืนยันความตั้งใจอย่างเด็ดเดี่ยว ใช้เงินทุนส่วนตัวที่มีไม่มาก มาลงทุนปลูกผัก เริ่มจากปลูกผักสลัด เป็นอันดับแรก ก่อนจะขยับมาสู่ดอกไม้กินได้ ทุกวันนี้ั อาร์ขายเมล็ดพันธุ์ผักที่เพาะเลี้ยงเอง ขายต้นกล้า และขายดอกไม้กินได้ที่มีออร์เดอร์ทุกวัน กิจการเริ่มเข้าที่ จนทุกวันนี้แม้ยอมรับ และมาช่วยโน่นนี่ในฟาร์มแล้ว
แรงบันดาลใจการหันมาทำฟาร์ม แทนการทำงานออฟฟิส อาร์ เล่าว่า มาจากการไปร่วมโครงการเรือ เยาวชนอาคเนย์ และได้เห็นคาเฟ่แห่งหนึ่งที่เปิดโอกาสให้คนพิการมาขายของ จัดดอกไม้ และเสิร์ฟ แกงเขียวหวานพร้อมดอกไม้ “เป็นเรื่องที่ว้าวมาก” เมื่อกลับมาทำสวน เธอจึงเก็บข้อมูล หาเมล็ดพันธุ์ทำเหมือน โปรเจกต์ที่เอาทุกอย่างในชีวิตมาใช้ ทางเลือกไม่ง่ายเลย เพราะเมล็ดพันธุ์ดอกไม้ต้องสั่งจากต่างประเทศ รอเรือขนส่งนานถึงสองเดือน และซื้อทีละล็อตเป็นหลักหมื่นบาท แต่อาร์รู้สึกว่า “วันที่เหนื่อยจนไม่ได้กินข้าว คือวันที่สนุกมาก”

สวนRganic Farm ตั้งอยู่ในพื้นที่ อ.รามัน จ.ยะลา เป็นเวลาไม่ต่ำกว่า 5ปีที่อาร์ ปลูกผักทำฟาร์มตาม สโลแกน “จะปลูกผักให้อร่อย ต้องทำดินให้อร่อย” ทั้งหมักดิน ทำปุ๋ย และน้ำหมักเอง ไม่ใช้สารเคมี สารเร่ง ยาฆ่าหญ้า หรือยาฆ่าแมลง ตั้งแต่เริ่มปลูกจนเก็บเกี่ยว นอกจากนี้ที่นี่ยังมีผักสลัดหลายสายพันธุ์ เช่น กรีนโอ๊ค เรดโอ๊ค คอส มินิคอส ฟิลเลย์ และบัตเตอร์เฮด รวมทั้งดอกไม้กินได้มากกว่า 40 ชนิด
“หนูไม่ได้บ้าคลั่งปลูกผักเพื่อขาย ฟาร์มแห่งนี้คือพื้นที่ให้เพื่อน ๆ มาพบกัน พักผ่อน พาลูกมาวิ่งเล่น ในสวนปลอดสารพิษ และเป็นที่รวมของลูกค้าที่รักผักปลอดสารกับลูกค้าประจำดอกไม้ เพื่อสร้าง “ชุมชนอาร์แกนิก” ขึ้นมา ฟาร์มมีกล่องผักอาร์แกนิกส่งทุกสัปดาห์ กล่องละ 400 บาท ภายในมีผักสลัด ดอกไม้กินได้ และผักจากรอบบ้านของชาวบ้าน ตอนนี้มีสี่ครัวเรือนรับเป็นประจำ ฟาร์มยังเป็นพื้นที่ ทำงานศิลปะและงานคราฟต์จากดอกไม้และใบไม้ให้คนมานั่งทำเพลิน ๆ ผ่อนคลายหัวใจไปกับธรรมชาติ”อาร์เล่า

หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ (บพท.) ภายใต้ สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) หรือ รวพ. ซึ่งให้การสนับสนุนสถาบันการศึกษาในพื้นที่ต่างๆ มีส่วนผลักดันแก้ปัญหาความยากจน ปัญหาทำกินให้กับคนในชุมชน พื้นที่ตั้งของมหาวิทยาลัย “ดอกไม้กินได้” สวน Rganic Farm จากสวนปลอดสารเคมีสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ ได้มีงานวิจัยจาก มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา (มรภ.ยะลา) นำโดย ผศ.มีนา ระเด่นอาหมัด มาร่วมต่อเติม ฟาร์มดอกไม้กินได้ ที่ปลอดสารกว่า 40 ชนิด ภายใต้แนวคิด Yala Craft City โดยต่อยอดข้ามอุตสาหกรรมด้วยการนำลายดอกไม้มาออกแบบเป็น ลายผ้าบาติก ร่วมกับแบรนด์ FLYNOW ในงานระดับชาติ พร้อมเปิดเวิร์กช็อปพัฒนา “เมนูอาชีพ” เช่น สลัดโรลและทองม้วนดอกไม้สด อีกทั้งยังขยายผลผ่านงาน Thailand Research Expo 2026 และค่ายนานาชาติ ช่วยกระจายรายได้สู่ชาวบ้านและกลุ่มแม่บ้านตลอดห่วงโซ่คุณค่าอย่างยั่งยืน

ปัจจุบันงานวิจัย Yala Craft City ได้เข้ามาสนับสนุน Rganic Farm โดยคาดหวังให้เป็น “พื้นที่กลาง” ระหว่างผู้คนกับพืชผักธรรมชาติ เพื่อสร้างรายได้ให้ชุมชน โดยมีทีมวิจัยคอยหนุนเสริม ในปี 2568 เริ่มจากนำเรื่องราวของดอกไม้ในฟาร์ม มาเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบลวดลายผ้า เพื่อให้ชุมชนนำไปเป็นต้นแบบในการผลิตผ้าบาติก จนปัจจุบันลายผ้าดังกล่าวได้รับการออกแบบตัดเย็บเป็นเสื้อผ้าแฟชั่นและได้มีโอกาสร่วมเดินแฟชั่นโชว์ในงาน “อัยยะ ปักษ์ใต้ FLY 2 SOUTH NOW FESTIVAL III” ณ ช่างชุ่ย Creative Park โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับบริษัท แอท แบงค็อก จำกัด เจ้าของแบรนด์ FLYNOW

ปีพ.ศ.2569 โครงการวิจัยเริ่มด้วยกิจกรรมเวิร์กช็อปพัฒนาเมนูอาหารจากผักออร์แกนิกและดอกไม้กินได้ โดยตัวแทนครัวเรือนจากตำบลกอตอตือร๊ะ ได้เรียนรู้จากเชฟซึ่งเป็นผู้ประกอบการอาหารมืออาชีพ และมีความเชี่ยวชาญในการแปรรูปวัตถุดิบในท้องถิ่นให้เป็นเมนูที่ทั้งมีคุณค่าทางโภชนาการและขายได้จริง ความรู้ชุดนี้ ไม่ใช่แค่สอนทำอาหาร แต่ออกแบบให้เป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก โดยมี Rganic Farm เป็นแหล่งเรียนรู้หลักที่เชื่อมต้นทุนทางการเกษตรเข้ากับการแปรรูปอย่างสร้างสรรค์ จนเกิด “เมนูอาชีพ” ทางเลือก สำหรับครัวเรือนยากจนในพื้นที่
หลังจากทดลองตลาด ก็เห็นผลตอบรับจริง โดยชุมชนก็ได้ทดสอบฝีมือ เริ่มจากการสาธิตเมนูในงาน Thailand Research Expo 2026 มีการเล่าที่มาของเมนูจากดอกไม้ และให้ผู้ร่วมงานได้ชิม “สลัด R-ganic” งานนั้นถือว่าเป็นโอกาสที่ชุมชนได้มีโอกาสขึ้นเวทีระดับชาติ และเล่าสิ่งพัฒนาให้สังคมได้รับฟัง คือ บทพิสูจน์ว่างานวิจัยสร้างทั้งคุณค่าและความภาคภูมิใจให้ชุมชน
ต่อมาในมีกิจกรรม MS International Cultural Camp 2026 ของคณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ซึ่งมีนักศึกษาต่างชาติจากมาเลเซียและอินโดนีเซีย ร่วมกับนักศึกษาไทยจากคณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา มาทำกิจกรรมเวิร์กช็อป “ดอกไม้กินได้” ตั้งแต่เลือกดอกไม้ จนถึงทำเมนูสุขภาพ สองอย่าง คือ “สลัดโรลดอกไม้กินได้” และ “ทองม้วนดอกไม้สด” ซึ่งได้รับเสียงตอบรับดี จากทั้งนักศึกษาไทยและต่างชาติ

” สิ่งที่น่าสนใจคือ รายได้จากกิจกรรมเดียว สามารถกระจายไปตลอดห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่สวนดอกไม้ ค่าตอบแทนชาวบ้าน ที่ช่วยเตรียมงาน กลุ่มแม่บ้านที่ทำอาหารว่างและอาหารกล่อง ไปจนถึงทีมผู้นำชุมชน ที่ช่วยต้อนรับ และดูแลความปลอดภัย นี่คือตัวอย่างของการนำทุนทางสังคม และทรัพยากร ท้องถิ่นมาผสาน กับความรู้ทางวิชาการให้ชุมชนเดินต่อด้วยตัวเอง”อาร์เลา
Rganic Farm ยังต่อยอดอีกมุมคือ อาร์บอกว่า การที่เคยอยู่ในโครงการเรือเยาวชนนานาชาติมาก่อน ทำให้รู้จักต่างชาติพอสมควร ทำให้มีช่องทางในการเชิญชวนชาวต่างชาติที่รู้จักมาเยี่ยมชมฟาร์มของเธอ ซึ่งมีจุดเด่นในแง่เป็นฟาร์มออแกนิก ปลูกดอกไม้กินได้ โดยหวังว่านี่จะเป็นอีกช่องทางเล็กๆ ที่จะสร้างการท่องเที่ยวให้กับชุมชน
ใบหน้าเล่าไป ยิ้มไปของอาร์ บ่งบอกความสุขของการทำRganic Farm เธอบอกว่า ไม่ต้องการไปทำงานอย่างอื่น มีความสุขจากการทำฟาร์มทุกวัน และมีแนวคิดว่าจะเปิดคาเฟ่ บริเวณฟาร์ม ซึ่งมองแล้วว่า มีเด็กรุ่นใหม่ นักศึกษา ในพื้นที่่ให้ความสนใจ แต่ขนาดของคาเฟ่ ต้องไม่เล็กเกินไป เพราะเวลาเด็กๆมาแต่ละครั้งไม่ใช่คนสองคน แต่เรียกว่าพากันมาคราวละหลายคน จึงต้องมีพื้นที่รองรับเพียงพอ
เรื่องของ Rganic Farm ทำให้เห็นว่า การลดความยากจน ไม่ได้เริ่มจากเงินก้อนใหญ่เสมอไป แต่เริ่มได้จากความตั้งใจของคนๆหนึ่ง ที่นำทรัพยากรที่มีอยู่ในบ้าน ความรู้ที่ถ่ายทอดถึงมือชาวบ้าน และตลาดที่ได้ลองจริง จนทุกคนในห่วงโซ่ มีส่วนแบ่งและมีที่ยืนของตัวเอง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
อธิบดีปกครองสั่งยกระดับความปลอดภัยสูงสุด 3 จังหวัดชายแดนใต้
“อธิบดีปกครอง” เผย ยกระดับความปลอดภัยสูงสุด 3 จังหวัดชายแดนใต้ หลังเกิดเหตุระเบิดพร้อมกันหลายจุด ห้ามประชาชนออกจากพื้นที่แล้ว

