'สุรเดช ยะสวัสดิ์' ชี้เงื่อนไขการเงินและหลักทรัพย์ค้ำประกันเป็นอุปสรรคต่อ SME และสตาร์ทอัพร่วมโครงการโซลาร์ภาคประชาชน หวั่นโอกาสกระจุกอยู่กับบริษัทพลังงานรายใหญ่ เสนอสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ แบ่งขนาดงาน เปิดทางผู้ประกอบการท้องถิ่น พร้อมกำหนดมาตรฐานและหลักประกันสัญญาป้องกันทิ้งงาน ย้ำรัฐบาลต้องสร้างการแข่งขันที่โปร่งใสและเป็นธรรม
6 พฤศจิกายน 2569 - นายสุรเดช ยะสวัสดิ์ นักการเมืองอิสระ อดีตสมาชิกวุฒิสภา อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และอดีตรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงโครงการโซลาร์ภาคประชาชนว่า แม้โครงการดังกล่าวจะได้รับความสนใจจากประชาชนจำนวนมาก แต่รัฐบาลควรทบทวนเงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการ โดยเฉพาะข้อกำหนดด้านการเงินและหลักทรัพย์ค้ำประกัน เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SME รวมถึงบริษัทขนาดเล็กและสตาร์ทอัพ สามารถแข่งขันกับผู้ประกอบการรายใหญ่ได้อย่างเป็นธรรม
นายสุรเดชกล่าวว่า โครงการโซลาร์ภาคประชาชนมีแนวทางรับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินจากบ้านอยู่อาศัยในอัตรา 2.20 บาทต่อหน่วย ระยะเวลา 10-20 ปี โดยกำหนดให้ชื่อผู้ลงทะเบียนตรงกับเจ้าของมิเตอร์ไฟฟ้า และใช้ระบบ On-Grid ที่เชื่อมต่อกับโครงข่ายของการไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
อย่างไรก็ตาม ปัญหาสำคัญอยู่ที่เงื่อนไขสำหรับผู้ประกอบการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ โดยเฉพาะการวางหลักประกันหรือภาระผูกพันทางการเงินที่สูงเกินกำลังของผู้ประกอบการรายเล็ก ซึ่งมีเงินทุนหมุนเวียนจำกัด ทำให้ไม่สามารถเข้าร่วมโครงการได้ แม้จะมีความพร้อมด้านบุคลากรและความเชี่ยวชาญก็ตาม
นอกจากนี้ ขั้นตอนการขออนุญาตเชื่อมต่อระบบไฟฟ้าและการตรวจสอบมาตรฐานอุปกรณ์ยังมีความซับซ้อนและใช้เวลานาน ขณะที่การกำหนดราคากลางหรือเงื่อนไขสัญญาที่ไม่ยืดหยุ่น อาจทำให้ผู้ประกอบการรายเล็กต้องแบกรับต้นทุนบริการหลังการขายนานถึง 5-7 ปี จนเสี่ยงประสบปัญหาขาดสภาพคล่องและทิ้งงานในที่สุด
นายสุรเดชกล่าวว่า หากรัฐบาลต้องการให้โครงการนี้เป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจฐานรากอย่างแท้จริง จำเป็นต้องเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น ไม่ใช่ปล่อยให้โอกาสทางธุรกิจกระจุกตัวอยู่กับบริษัทพลังงานขนาดใหญ่เพียงไม่กี่ราย ตามข้อห่วงใยที่มีอยู่ในขณะนี้
"การช่วย SME จะทำให้เงินทุนหมุนเวียนเพิ่มขึ้น และยังเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันกับรายใหญ่ เป็นการกระจายรายได้และโอกาสให้ผู้ประกอบการติดตั้งโซลาร์เซลล์รายย่อย นอกจากนี้ การให้ท้องถิ่นมีส่วนร่วมกับงาน ยังจะทำให้เกิดการจ้างงานและกระจายเม็ดเงินสู่เศรษฐกิจฐานราก ที่สำคัญช่วยเป้าหมาย Net Zero หรือการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ของประเทศได้อย่างแท้จริงเมื่อภาคธุรกิจขนาดเล็กเข้ามามีส่วนร่วม" นายสุรเดชกล่าว
สำหรับข้อกังวลเกี่ยวกับศักยภาพของบริษัทขนาดเล็ก นายสุรเดชเสนอว่า รัฐบาลสามารถกำหนดคุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการให้ชัดเจน ทั้งประวัติการทำงาน ความพร้อมของทีมช่าง ความเชี่ยวชาญด้านเทคนิค และมาตรฐานการติดตั้ง เพื่อคัดเลือกผู้ประกอบการที่มีความสามารถ โดยไม่จำเป็นต้องใช้ขนาดของเงินทุนเป็นเงื่อนไขหลักเพียงอย่างเดียว
พร้อมกันนี้ ควรกำหนดระบบหลักประกันสัญญาและมาตรการควบคุมคุณภาพให้รัดกุม เพื่อป้องกันปัญหาการทิ้งงานระหว่างก่อสร้าง รวมถึงดูแลมาตรฐานและความปลอดภัยของระบบโซลาร์เซลล์ตลอดระยะเวลาดำเนินโครงการ โดยภาครัฐควรให้คำปรึกษาและสนับสนุนองค์ความรู้แก่ผู้ประกอบการรายเล็กด้วย
นายสุรเดชเสนอให้รัฐบาลพิจารณามาตรการสำคัญ ได้แก่ การลดหรือปรับเปลี่ยนหลักทรัพย์ค้ำประกัน การจัดหาสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำพิเศษที่เข้าถึงได้ง่าย และการปรับปรุงระบบ One Stop Service สำหรับการขออนุญาตขนานไฟฟ้าให้ดำเนินการแล้วเสร็จภายในกรอบเวลาที่ชัดเจน เช่น 7 วันทำการ
ขณะเดียวกัน ควรเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายย่อยรวมกลุ่มกันรับงาน หรือแบ่งขนาดโครงการเป็น S, M และ L เพื่อให้บริษัทที่มีศักยภาพแตกต่างกันสามารถเข้าร่วมได้ โดยไม่เกิดการผูกขาดงานอยู่กับผู้ประกอบการรายใหญ่
นอกจากนี้ ยังเสนอให้ SME ได้รับสิทธิลดหย่อนภาษี 1.5 เท่า หรือได้รับเงินสนับสนุนจากภาครัฐ โดยไม่ต้องเผชิญกับเงื่อนไขซ้ำซ้อนที่ยุ่งยากเกินความจำเป็น
นายสุรเดชย้ำว่า รัฐบาลยังมีโอกาสปรับปรุงหลักเกณฑ์และเงื่อนไขต่าง ๆ ก่อนที่โครงการจะดำเนินการไปมากกว่านี้ เพื่อให้ผู้ประกอบการทุกระดับได้รับโอกาสอย่างเท่าเทียม พร้อมสร้างความมั่นใจให้ประชาชนว่า การติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์จะมีคุณภาพและได้มาตรฐาน
"รัฐบาลต้องเน้นเรื่องความโปร่งใส เท่าเทียม และความเป็นธรรม เป็นสำคัญ ปัจจุบันยังสามารถปรับแก้เงื่อนไข หลักเกณฑ์ต่างๆ ได้ ผมหวังว่ารัฐบาลจะปรับแก้ เพื่อให้คนตัวเล็ก ตัวน้อยได้มีโอกาสเข้ามามีรายได้จากโครงการดังกล่าว เพื่อให้โครงการโซลาร์ภาคประชาชนเป็นของประชาชนทุกภาคส่วนอย่างแท้จริง" นายสุรเดชกล่าว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'สุรเดช' ค้านจดทะเบียนกะเพรา 4 สายพันธุ์ หวั่นทุนใหญ่ผูกขาด เอาเปรียบเกษตรกร
'สุรเดช' ค้านซีพีแรมจดทะเบียนคุ้มครองกะเพรา 4 สายพันธุ์ใหม่ หวั่นทุนใหญ่ผูกขาดพืชอาหารพื้นบ้าน กระทบสิทธิเกษตรกรรา
'สุรเดช' ห่วงจีดีพีไทยโตต่ำ 2.1% ชง 6 ข้อฟื้นเศรษฐกิจ จี้ปราบโกง-ทุนเทา
“สุรเดช” กังวล IMF คาดจีดีพีไทยปี 2569 โตเพียง 2.1% รั้งอันดับ 3 จากท้ายอาเซียน ชี้เศรษฐกิจไทยควรขยายตัวอย่างน้อย 4-5% เสนอรัฐบาลเร่งทำ 6 เรื่อง ทั้งยกระดับแรงงานไทย เก็บภาษีรายได้
'สุรเดช' แนะเร่งพร่องน้ำรับน้ำเหนือ ชงแก้น้ำท่วมเป็นวาระแห่งชาติ
“สุรเดช” แนะรัฐบาล-กทม.เร่งระบายน้ำในคูคลองตลอด 24 ชั่วโมง เปิดพื้นที่รองรับน้ำเหนือ พร้อ
'สุรเดช' ซัดรับมือน้ำท่วมกรุงพลาด ยกยุค 'บิ๊กป้อม' 8 ปีไม่เคยหนักแบบนี้
“สุรเดช” ชี้น้ำท่วมกรุงสะท้อนหลายหน่วยงานเตรียมการไม่เพียงพอ ทั้งพร่องน้ำ-ขุดลอกคูคลอง ยกสมัย “บิ๊กป้อม
'สุรเดช' จี้นายกฯ สางดาต้าเซนเตอร์กลางกรุง ชงย้าย 2 บริษัทไป EEC
นายสุรเดช ยะสวัสดิ์ นักการเมืองอิสระ อดีตสมาชิกวุฒิสภา อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และอดีตรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงแนวทางแก้ไขปัญหาการประกอบกิจการดาต้าเซนเตอร์ หลังพบบางแห่งตั้
'สุรเดช' คาใจป่วนใต้ 51 จุด กล้องจับคนร้ายไม่ได้ จี้ถามรัฐบูรณาการจริงแค่ไหน
“สุรเดช” ตั้งข้อสังเกตเหตุป่วนชายแดนใต้ 51 จุด เหตุใดกล้องวงจรปิดจับภาพคนก่อเหตุไม่ได้ ถามงบลงไปมากแต่ระบบพร้อมใช้แค่ไหน เสนอให้รางวัลประช

