
ปภ.รายงานยังคงมีสถานการณ์วาตภัย 22 จังหวัด เร่งสำรวจความเสียหายและให้การช่วยเหลือประชาชน
31 มี.ค.2565 - กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย รายงานสถานการณ์จากความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ ประกอบกับประเทศไทยตอนบน มีอากาศร้อน ทำให้บริเวณดังกล่าวมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยเริ่มบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน ส่วนภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกในลำดับต่อไป ซึ่งทำให้เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางแห่ง ในห้วงวันที่ 27 - 31 มี.ค.2565 มีสถานการณ์ในพื้นที่ 22 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย น่าน พิษณุโลก พะเยา กำแพงเพชร ลำปาง สุโขทัย มุกดาหาร ร้อยเอ็ด ชัยภูมิ นครราชสีมา ยโสธร บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ นครพนม หนองบัวลำภู อำนาจเจริญ ชัยนาท อุทัยธานี กาญจนบุรี และสุราษฎร์ธานี รวม 53 อำเภอ 135 ตำบล 492 หมู่บ้าน บ้านเรือนเสียหาย 1,720 หลัง ไม่มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต แยกเป็น
ภาคเหนือ 7 จังหวัด รวม 25 อำเภอ 69 ตำบล 180 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนเสียหาย 539 หลัง ดังนี้ 1.เชียงราย เกิดวาตภัยในพื้นที่อำเภอพาน รวม 10 ตำบล 26 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนเสียหาย 25 หลัง 2.น่าน เกิดวาตภัยในพื้นที่อำเภอเวียงสา รวม 1 ตำบล 1 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนเสียหาย 1 หลัง 3.พิษณุโลก เกิดวาตภัยในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอนครไทย และอำเภอวังทอง รวม 3 ตำบล 8 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนเสียหาย 15 หลัง
4.พะเยา เกิดวาตภัยในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอภูชาง อำเภอจุน และอำเภอเมืองพะเยา รวม 7 ตำบล 23 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนเสียหาย 94 หลัง 5.กำแพงเพชร เกิดวาตภัยในพื้นที่ 10 อำเภอ ได้แก่ อำเภอขาณุวรลักษณบุรี อำเภอโกสัมพีนคร อำเภอทรายทองวัฒนา อำเภอไทรงาม อำเภอปางศิลาทอง อำเภอเมืองกำแพงเพชร อำเภอพรานกระต่าย อำเภอคลองขลุง อำเภอบึงสามัคคี และอำเภอลานกระบือ รวม 30 ตำบล 87 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนเสียหาย 218 หลัง
6.ลำปาง เกิดวาตภัยในพื้นที่ 6 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเถิน อำเภอเสริมงาม อำเภอเมืองลำปาง อำเภอแจ้ห่ม อำเภอเมืองปาน และอำเภอวังเหนือ รวม 12 ตำบล 26 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนเสียหาย 136 หลัง 7.สุโขทัย เกิดวาตภัยในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอสวรรคโลก และอำเภอศรีนคร รวม 6 ตำบล 9 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนเสียหาย 50 หลัง
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 11 จังหวัด รวม 21 อำเภอ 33 ตำบล 97 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนเสียหาย 746 หลัง ดังนี้ 8. มุกดาหาร เกิดวาตภัยในพื้นที่อำเภอนิคมคำสร้อย รวม 1 ตำบล 1 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนเสียหาย 5 หลัง 9.ร้อยเอ็ด เกิดวาตภัยในพื้นที่อำเภอสุวรรณภูมิ รวม 2 ตำบล 5 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนเสียหาย 136 หลัง 10.ชัยภูมิ เกิดวาตภัยในพื้นที่อำเภอบำเหน็จณรงค์ รวม 4 ตำบล 31 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนเสียหาย 148 หลัง 11.นครราชสีมา เกิดวาตภัยในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเฉลิมพระเกียรติ อำเภอจักราช และอำเภอห้วยแถลง รวม 5 ตำบล 6 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนเสียหาย 58 หลัง
12.ยโสธร เกิดวาตภัยในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเลิงนกทา และอำเภอกุดชุม รวม 2 ตำบล 3 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนเสียหาย 5 หลัง 13.บุรีรัมย์ เกิดวาตภัยในพื้นที่อำเภอพลับพลาชัย รวม 3 ตำบล 4 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนเสียหาย 11 หลัง 14.สุรินทร์ เกิดวาตภัยในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอบัวเชด อำเภอเขวาสินรินทร์ และอำเภอท่าตูม รวม 5 ตำบล 15 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนเสียหาย 195 หลัง
15. ศรีสะเกษ เกิดวาตภัยในพื้นที่ 6 อำเภอ ได้แก่ อำเภอพยุห์ อำเภอน้ำเกลี้ยง อำเภอวังหิน อำเภอยางชุมน้อย อำเภอเมืองจันทร์ และอำเภอไพรบึง รวม 6 ตำบล 19 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนเสียหาย 143 หลัง 16.นครพนม เกิดวาตภัยในพื้นที่อำเภอเมืองนครพนม รวม 1 ตำบล 3 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนเสียหาย 12 หลัง 17.หนองบัวลำภู เกิดวาตภัยในพื้นที่อำเภอเมืองหนองบัวลำภู รวม 3 ตำบล 9 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนเสียหาย 22 หลัง 18.อำนาจเจริญ เกิดวาตภัยในพื้นที่อำเภอเสนางคนิคม รวม 1 ตำบล 1 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนเสียหาย 11 หลัง
ภาคกลาง 3 จังหวัด รวม 6 อำเภอ 32 ตำบล 210 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนเสียหาย 406 หลัง ดังนี้ 19.ชัยนาท เกิดวาตภัยในพื้นที่อำเภอหันคา รวม 2 ตำบล 5 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนเสียหาย 8 หลัง 20.กาญจนบุรี เกิดวาตภัยในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอพนมทวน อำเภอท่ามะกา และอำเภอท่าม่วง รวม 28 ตำบล 201 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนเสียหาย 390 หลัง 21.อุทัยธานี เกิดวาตภัยในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองอุทัยธานี และอำเภอห้วยคต รวม 2 ตำบล 4 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนเสียหาย 8 หลัง
และภาคใต้ 1 จังหวัด รวม 1 อำเภอ 1 ตำบล 5 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนเสียหาย 29 หลัง 22.สุราษฎร์ธานี เกิดวาตภัยในพื้นที่อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี รวม 1 ตำบล 5 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนเสียหาย 29 หลัง
ทั้งนี้ ปภ.ได้ประสานจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่สำรวจความเสียหายและให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเบื้องต้นแล้ว ท้ายนี้ ประชาชนสามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือทางไลน์ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784 โดยเพิ่มเพื่อน Line ID @1784DDPM และสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'อนุทิน' สั่งตั้งศูนย์ติดตามสถานการณ์สู้รบตะวันออกกลาง ให้ทุกหน่วยงาน มท. บรรเทาผลกระทบประชาชน
นายกฯอนุทิน เซ็นตั้ง "ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลางของกระทรวงมหาดไทย" เพื่อบูรณาการการปฏิบัติงานของส่วนราชการในสังกัด รวมทั้งประสานการปฏิบัติกับส่วนกลางและจังหวัดให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน
ขาวโพลนไปทั้งวัด! พายุลูกเห็บถล่มนครพนม เกลื่อนวัดป่ามหาชัย
ในพื้นที่จังหวัดนครพนม ได้เกิดพายุฤดูร้อนกระจายเป็นวงกว้าง โดยมีรายงานว่านอกจากมีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ยังมีลูกเห็บตกใน ต.มหาชัย อ.ปลาปาก จ.นครพนม โดยเฉพาะภายในวัดป่ามหาชัย หมู่ 2 ต.มหาชัย ลูกเห็บตกใส่จนพื้นที่วัดขาวโพลนไปทั่วบริเวณ ซึ่งเจ้าอาวาสวัดได้ถ่ายคลิปเผยแพร่ในโลกโซเชียล
อุตุฯ เตือนร้อนถึงร้อนจัด ฝนฟ้าคะนอง 33 จังหวัด
กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน และมีอากาศร้อนจัดบางพื้นที่บริเวณภาคเหนือ โดยมีฝนฟ้าคะนองกับลมกระโชกแรงบางแห่ง
ผู้ว่าฯนครพนม ลงพื้นที่ช่วยซ่อมบ้านผู้ป่วยติดเตียง เหตุพายุฤดูร้อนถล่ม อ.เรณูนคร
หลังจากเกิดพายุฤดูร้อน ในพื้นที่ อ.เรณูนคร จ.นครพนม ส่งผลให้บ้านเรือนราษฎรในพื้นที่ ต.โคกหินแฮ่ ต.นางาม ต.โพนทอง ต.เรณูใต้ และ ต.เรณู รวม 5 ตำบล ได้รับความเสียหายรวม 85 หลัง คอกสัตว์ 3 หลัง ยุ้งข้าว 2 หลัง และเสาไฟฟ้าหักโค่น 2 ต้น โชคดีไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตแต่อย่างใด ตามที่เสนอข่าวไปแล้ว
ปลัด มท. ลงนามประกาศใช้ 'กลไกมหาดไทย' แก้วิกฤตน้ำมัน
นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงการดำเนินการตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 3/2569 เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงอันเนื่องมาจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง พ.ศ. 2569 ล
พายุฤดูร้อน ถล่ม อ.เรณูนคร กวาดตลาดโต้รุ่งราบเป็นหน้ากลอง
ได้เกิดเหตุพายุฤดูร้อนในพื้นที่ อ.เรณูนคร จ.นครพนม ส่งผลให้บ้านเรือนของราษฎรได้รับความเสียหายในหลายพื้นที่ โดยมีพื้นที่ประสบภัยรวม 5 ตำบล 11 หมู่บ้าน ต.นางาม ต.โคกหินแฮ่ ต.โพนทอง ต.เรณูใต้ และ ต.เรณู โดยในเขตเทศบาลเรณูนคร บริเวณตลาดโต้รุ่ง พ่อค้าแม่ค้ากำลังจัดเตรียมตั้งร้านกัน

