รัฐบาลโอ่ผลงานจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบลแล้ว 68.8%

รัฐบาลเดินหน้าแก้ไขปัญหาความยากจนแบบพุ่งเป้า จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบลแล้ว 4,978 ศูนย์ ในพื้นที่ 76 จังหวัด

26 พ.ค.2565 - น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนทุกช่วงวัย และจัดระบบสวัสดิการสังคมที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย เพื่อให้ประชาชนมีหลักประกันและความมั่นคงในชีวิต ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้เน้นย้ำเรื่องการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม ลดความเหลื่อมล้ำด้วยการสร้างหลักประกันทางสังคมแบบพุ่งเป้า โดยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ได้ขานรับนโยบายของรัฐบาลดำเนินการงานเพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนและการพัฒนาคนทุกช่วงวัยแบบพุ่งเป้าในระดับพื้นที่ ตามโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน โดยได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่าง 12 กระทรวง 1 หน่วยงาน เพื่อเป็นกรอบแนวทางในการวางแผนและบูรณาการการให้ความช่วยเหลือและส่งเสริมกลุ่มเปราะบาง และกลุ่มด้อยโอกาสให้พ้นภาวะวิกฤต เน้นการให้บริการด้านสวัสดิการสังคมแก่กลุ่มเป้าหมายอย่างเป็นรูปธรรมครอบคลุม 5 มิติ ได้แก่ มิติความเป็นอยู่ สุขภาพ การศึกษา รายได้ และการเข้าถึงบริการภาครัฐ ผ่านกลไกการขับเคลื่อนงานในระดับพื้นที่ คือ ศูนย์ช่วยเหลือสังคม ซึ่งจะใช้สมุดพกครอบครัวเป็นเครื่องมือในการดำเนินงานและขับเคลื่อน

“ในปี พ.ศ 2565 มีเป้าหมายในการดำเนินการแก้ปัญหาความยากจนแบบพุ่งเป้าตามโครงการฯ จำนวน 615,706 ครัวเรือน เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำในสังคม โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง”

น.ส.รัชดากล่าวว่า การดำเนินงานของกระทรวงพัฒนาสังคมฯ นับตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา ได้ดำเนินการจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบลแล้ว จำนวน 4,978 ศูนย์ ในพื้นที่ 76 จังหวัด คิดเป็น 68.8% ของตำบลทั่วประเทศ สามารถช่วยเหลือประชาชนทั่วไปที่ประสบปัญหาความเดือดร้อนทางสังคมได้ จำนวน 123,496 คน และครัวเรือนเปราะบาง จำนวน 13,111 ครัวเรือน ทั้งนี้ ได้มุ่งเน้นการทำงานแบบองค์รวม โดยเชื่อมโยงกลไกระดับพื้นที่ เช่น ภาคประชาชร ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม รวมถึงเครือข่ายอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาทางสังคมที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนในระดับพื้นที่ ตามนโยบายของรัฐบาลที่เน้นการทำงานแบบบูรณาการ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ส.ค.เดินเครื่อง! ‘ไทย-เมียนมา’ แก้มลพิษแม่นํ้า

นายกฯ เผย “มิน อ่อง หล่าย” พร้อมร่วมมือทุกมิติ ขอไทยวัดค่าสารพิษแบบไม่ยึดสากล “ปลัด ทส.” ลุยตามทีโออาร์ภายใน ส.ค.นี้ “เด็กส้ม” ซัดปูพรมแดงรับเป็นจุดต่ำที่สุดของยุทธศาสตร์การทูตไทยบนเวทีโลก

'อนุทิน' หารือเต็มคณะ 'มิน อ่อง หล่าย' ย้ำมิตรภาพ-ความไว้เนื้อเชื่อใจ

นายกฯ หารือเต็มคณะร่วมกับประธานาธิบดีเมียนมา ย้ำมิตรภาพและความไว้เนื้อเชื่อใจ เดินหน้าความร่วมมือ พร้อมลงนาม MOU 3 ฉบับ เสริมสร้างความร่วมมือแรงงาน -จัดการคุณภาพน้ำ -เทคโนโลยีอวกาศ

ยกระดับสำนักงานที่ดิน! จดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมออนไลน์ทั่วประเทศ

รัฐบาลดิจิทัลของจริง ยกระดับสำนักงานที่ดิน บริการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมที่ดินต่างสำนักงานออนไลน์ ครอบคลุม 77 จังหวัดทั่วประเทศ พร้อมยกระดับสำนักงานที่ดิน กทม.เป็นสำนักงานที่ดินอิเล็กทรอนิกส์ทั้งระบบ

'ลลิดา' สอน 'ไอซ์' บอกงบน้ำบาดาลเคาะพื้นที่ก่อนเลือกตั้ง!

รองโฆษกรัฐบาล แจง 'รักชนก' ปมงบน้ำบาดาล ย้ำโครงการกำหนดพื้นที่ก่อนเลือกตั้ง ชี้คำขอกว่า 900 แห่ง อนุมัติ 858 แห่งตามหลักเกณฑ์ ไม่ใช่จัดสรรตามการเมือง