16 มิ.ย.2565 - นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ภายใต้ความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยและสปป.ลาว ที่มุ่งเดินหน้าฟื้นฟูวิถีชีวิตของประชาชนและกิจกรรมทางเศรษฐกิจบริเวณพื้นที่ชายแดนให้กลับสู่สภาวะปกติโดยเร็ว ขณะนี้มีด่านพรมแดนหลายจุดที่เปิดให้ประชาชน ยานพาหนะ และสิ่งของ สามารถผ่านเข้า-ออกสองประเทศได้โดยปกติ และบรรยากาศในพื้นที่เป็นไปอย่างคึกคัก โดยเฉพาะด่านชายแดนที่ จ.หนองคาย ทั้งนี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยรายงานว่า มีผู้เดินทางเข้าประเทศไทยผ่านด่านหนองคายสูงเป็นอันดับสี่ของประเทศ รองจากด่านสุวรรณภูมิ ด่านภูเก็ต และด่านสะเดา จ.สงขลา สำหรับด่านพรมแดนไทย-ลาวในจังหวัดอื่นที่เปิดให้บริการแล้ว อาทิ จ.เชียงราย 1. จุดผ่านแดนถาวร (ท่าเรือบั๊ก) อ.เชียงของ 2. จุดผ่านแดนถาวรสะพานมิตรภาพ 4 (เชียงของ-ห้วยทราย) 3. จุดผ่านแดนถาวรสามเหลี่ยมทองคำ อ.เชียงแสน ที่จ.นครพนม 1.จุดผ่านแดนถาวรสะพานมิตรภาพ 3 (นครพนม – คำม่วน) 2.จุดผ่านแดนถาวรท่าเทียบเรือเทศบาลเมืองนครพนม และที่จ.อุบลราชธานี ด่านพรมแดนช่องเม็ก อ.สิรินธร
นางสาวรัชดา กล่าวว่า มากไปกว่านั้น นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้มอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศและทูตพาณิชย์ไทยประจำเวียงจันทน์เร่งรัดหารือกับทางการลาว ขอความร่วมมือเปิดด่านการค้าอีกห้าแห่ง ใน จ.เชียงราย ประกอบด้วย 1. ด่านบ้านสวนดอก อ.เชียงแสน 2. ด่านบ้านหาดบ้าน อ.เชียงของ 3. ท่าเรือผาถ่าน อ.เชียงของ 4. ด่านบ้านแจมป๋อง อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย และ 5. ด่านบ้านห้วยลึก อ.เวียงแก่น ซึ่งฝั่งไทยมีความพร้อมแล้ว และรอการพิจารณาของฝั่ง สปป.ลาว หากมีการเปิดด่านดังกล่าวเพิ่ม จะทำให้การค้าพรมแดนและผ่านแดนไปจีนมีมูลค่าเพิ่มขึ้นอย่างมาก
นางสาวรัชดา กล่าวด้วยว่า เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกแก่คนไทยที่จะเดินทางข้ามประเทศ ขณะนี้บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) ได้เปิดให้บริการเดินรถระหว่างไทย - สปป.ลาว รวม 8 เส้นทาง โดยเป็นเส้นทางเดินรถร่วมกันทั้งสองฝ่าย ประกอบด้วย เส้นทางอุบลราชธานี – ปากเซ , นครพนม – ท่าแขก , มุกดาหาร-สะหวันนะเขต , สะพานไทย (เชียงของ) - สะพานลาว (บ่อแก้ว) รถ Shuttle Bus ส่วนเส้นทางที่เปิดเดินรถเฉพาะรถไทย ประกอบด้วย เส้นทางกรุงเทพฯ – นครหลวงเวียงจันทน์ , เลย – หลวงพระบาง , หนองคาย – นครหลวงเวียงจันทน์ และอุดรธานี – นครหลวงเวียงจันทน์
ทั้งนี้ ผู้ที่เดินทางกับรถโดยสารระหว่างประเทศจะต้องได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19 อย่างน้อย 2 เข็ม ผู้เดินทางที่ใช้หนังสือเดินทาง (Passport) ต้องลงทะเบียน Thailand Pass มีเอกสารรับรองการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ส่วนผู้โดยสารไทยที่ใช้บัตรผ่านแดนชั่วคราว (Border Pass) ไม่ต้องลงทะเบียน Thailand Pass แต่ต้องมีเอกสารรับรองการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 และชาวต่างประเทศทุกคน (ยกเว้นคนไทย) ที่เดินทางเข้าประเทศ สปป.ลาว จะต้องซื้อประกันสุขภาพคุ้มครองด้วย สอบถามข้อมูลการเดินทางกับ ขบส. โทร.1490 ตลอด 24 ชั่วโมง
“การเร่งฟื้นฟูกิจกรรมทางเศรษฐกิจบริเวณชายแดนไทย-ลาว เป็นก้าวสำคัญของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจจากนี้สู่อนาคต ซึ่งนายกรัฐมนตรีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และนายกรัฐมนตรีพันคำ วิภาวัน ได้เห็นพ้อง จับมือสู่การเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ ที่จะนำไปสู่ความร่วมมือระหว่างไทย-ลาวในหลายด้านมากขึ้นกว่าเดิม โดยเฉพาะการลงทุนในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ การเชื่อมโยงเส้นทางสินค้าทั้งระบบรางและทางถนน การขนส่งสินค้าอาเซียน ซึ่งเป็นการสร้างโอกาสในการเข้าถึงตลาดจีนตอนใต้ และผลักดันให้ท่าเรือแหลมฉบังพัฒนาเป็นจุดขนถ่ายสินค้าของภูมิภาคอีกด้วย” นางสาวรัชดา กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รัฐบาลชวนใช้ ‘แจ้งรัฐ’ บนแอปทางรัฐ แจ้งปัญหาหน่วยงานราชการแบบครบวงจร
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยออนไลน์ที่กระทบประชาชน
รัฐบาลแจง 'ดอกเบี้ยคนละครึ่ง' ไม่ใช่แจกเงินปชช. แต่จัดสรรผ่านกองทุน
รองโฆษกรัฐบาลแจง 'ไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง' ไม่ใช่แจกเงินปชช.โดยตรง แต่เพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุน ลดพึ่งพาหนี้นอกระบบ จัดสรรผ่านกองทุนที่จดทะเบียนนิติบุคคลทั่วประเทศ
"โสภณ" นำคณะผู้แทนรัฐสภาไทย เยือน สปป.ลาว ร่วมพิธีไว้อาลัยประธานสภาแห่งชาติ ถึงแก่อสัญกรรม
วันที่ 11 สิงหาคม 2569 นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร นำคณะผู้แทนรัฐสภาไทย รวม 6 คน อาทิ พลตำรวจตรี วิชัย สังข์ประไพ ที่ปรึกษาประธานรัฐสภา นายเอก อุ่นจิตต์วรรธนะ เลขานุการประธานสภาผู้แทนราษฎร
รัฐบาลยกระดับรับมืออุทกภัย–ภัยแล้ง ใช้ Risk Map ถึงหมู่บ้าน
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลยกระดับการรับมืออุทกภัยและภัยแล้ง โดยเน้นการรู้ความเสี่ยงล่วงห
รัฐบาลตีปี๊บ 'ไทยช่วยไทยพลัส' เงินสะพัด 1 แสนล้าน กระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากต่อเนื่อง
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)” สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจแล้วกว่า 1.06 แสนล้านบาท โดยข้อมูล ณ วันที่ 9 สิงหาคม 2569 เวลา 23.00 น. มียอดใช้จ่ายรวม 106,630.53 ล้านบาท จากผู้ได้รับสิทธิ 26,040,623 ราย และมีร้านค้าเข้าร่วมโครงการ 1,099,641 ร้านค้า สะท้อนการกระจายกำลังซื้อไปยังร้านค้า ผู้ประกอบการรายย่อย และเศรษฐกิจฐานรากในวงกว้าง
ใจกว้าง! ทำแผน ‘ภาครัฐระบบเปิด’ ฉบับแรกของไทย เปิดประชาชนตรวจสอบงบ
รบ.เดินหน้าทำแผน "ภาครัฐระบบเปิด" ฉบับแรกของประเทศ ประชาชนตรวจสอบงบ-ลดทุจริต หนุนไทยสู่สมาชิก OECD

