นายกฯ เปิดงานไทยแลนด์เซฟฯ ครั้งที่ 34 ขับเคลื่อนค่านิยมความปลอดภัย 3 ประการ

30 มิ.ย.2565 - พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานเปิดงานความปลอดภัยและอาชีวอนามัยแห่งชาติ ครั้งที่ 34 THAILAND [email protected]โดยมี นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน นายสุรชัย ชัยตระกูลทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงแรงงาน นายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายบุญชอบ สุทธมนัสวงษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล นายสุทธิ สุโกศล จ่าเอกยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่ประจำกระทรวงแรงงาน นางเธียรรัตน์ นะวะมะวัฒน์ โฆษกกระทรวงแรงงาน (ฝ่ายการเมือง) พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงกระทรวงแรงงาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดงานด้วย ณ ห้องรอยัล จูบิลี่ บอลรูม ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ขอแสดงความยินดีกับสถานประกอบกิจการที่ได้รับรางวัลแห่งความสำเร็จและน่าภาคภูมิใจ จากการที่บุคลากรทุกคนทุกระดับในองค์กรมีส่วนร่วมในการส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน จนบรรลุผลสัมฤทธิ์ รัฐบาลได้วางโรดแมปสำคัญด้านแรงงาน ซึ่งกระทรวงแรงงานได้เร่งแก้ไขและคลี่คลายปัญหาไปได้หลายเรื่อง เช่น การป้องกันแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์และการหลบหนีเข้าเมืองของแรงงานเพื่อนบ้าน เป็นต้น

สำหรับนโยบายด้านการเพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ การส่งเสริมบทบาทและการใช้โอกาสในประชาคมอาเซียน รวมทั้งการพัฒนาและส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากวิทยาศาสตร์ การวิจัย พัฒนา และนวัตกรรม รัฐบาลได้เร่งดำเนินนโยบายเศรษฐกิจ ทั้งการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งและคมนาคม การอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง เพิ่มขีดความสามารถของผู้ประกอบการวิสาหกิจ ขนาดกลางและขนาดย่อม พัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ และส่งเสริมโครงการลงทุนขนาดใหญ่ของประเทศ แต่การขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจดังกล่าวเหล่านี้ให้บรรลุผลสัมฤทธิ์ได้ต้องอาศัยฟันเฟืองสำคัญที่สุดคือ แรงงาน

ดังนั้น จึงขอให้ทุกคนช่วยกันยกระดับทักษะฝีมือแรงงานให้สอดคล้องกับการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ด้วยการสร้างระบบการเรียนรู้ ฝึกคนให้มีคุณภาพ มีวินัย มีความเอื้ออาทร ตระหนักรู้ที่จะดูแลตนเอง ครอบครัว และสังคมให้มีความมั่นคงปลอดภัย ผมเชื่อว่าเราทุกคนตระหนักดีว่าการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยให้เกิดขึ้นในสังคมบ้านเราไม่ใช่เรื่องง่าย และคงต้องใช้เวลามากพอสมควร กระทรวงแรงงานเองจึงต้องส่งเสริมคุณภาพชีวิตของแรงงานเป็นเป้าหมายสำคัญ ทั้งเรื่องความปลอดภัย อาชีวอนามัย และความผาสุกที่ยั่งยืนของแรงงาน ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องส่งเสริมสนับสนุนซึ่งกันและกัน ต้องมองสภาพการทำงานในอนาคตให้ทันกับสถานการณ์และวิถีการเปลี่ยนแปลง เพื่อเตรียมการสนับสนุนส่งเสริมให้แรงงานยังคงได้ทำงานในสภาพแวดล้อมการทำงานที่เหมาะสม ปลอดจากอุบัติเหตุและโรคจากการทำงานในทุกสภาพการณ์

ซึ่งตามที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงานว่าจะขับเคลื่อนค่านิยม 3 ประการ ในการสร้างวัฒนธรรมไทยเชิงป้องกัน คือ การมีสติรู้ตัว วินัยถูกต้อง เอื้ออาทรใส่ใจ เพื่อต้องการให้คนไทยที่อยู่ในกำลังแรงงานกว่า 37 ล้านคนมีความสุข

ถ้ากระทรวงแรงงานทุ่มเทสร้างค่านิยมให้เกิดขึ้นในกลุ่มคนทำงานได้อย่างยั่งยืน ก็เท่ากับว่าเรามั่นใจได้ว่าอย่างน้อย ประชากรครึ่งประเทศจะเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพ สามารถดูแลตนเองและเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศให้เกิดความมั่นคง

“แรงงานในทุกสาขาอาชีพ เป็นทรัพยากรที่มีค่าในการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ เมื่อวิถีการทำงานเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ทุกภาคส่วนจึงต้องเตรียมแรงงานให้ก้าวทันโลก พร้อมรับวิถีชีวิตการทำงานในรูปแบบใหม่ในทุกมิติ ผมเชื่อมั่นว่าการสร้างวัฒนธรรมไทยเชิงป้องกันทั้ง 3 ประการ คือ การมีสติรู้ตัว วินัยถูกต้อง เอื้ออาทรใส่ใจ จะสอดคล้องกับแนวคิดการจัดงานในวันนี้ที่ว่า“ร่วมสร้างวัฒนธรรมไทยเชิงป้องกัน สู่ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และความผาสุกที่ยั่งยืน” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวท้ายสุด

โอกาสนี้นายกรัฐมนตรีได้ยังมอบโล่แก่ผู้สนับสนุนการจัดงาน มอบโล่ประกาศเกียรติคุณกิจกรรมการรณรงค์ลดสถิติอุบัติเหตุจากการทำงานให้เป็นศูนย์ ประจำปี 2565 ระดับแพลทินัมให้กับสถานประกอบกิจการ จำนวน 38 แห่ง มอบโล่ประกาศเกียรติคุณโครงการพัฒนาสถานประกอบกิจการตามมาตรฐานระบบการจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ประจำปีงบประมาณ 2564 ระดับแพลทินัม ให้กับสถานประกอบกิจการ จำนวน 27 แห่ง และมอบรางวัลการประกวดโครงงานพัฒนานวัตกรรมด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัย ประจำปี 2565 จำนวน 5 รางวัล

นายสุชาติ กล่าวว่า การจัดงานในครั้งนี้กระทรวงแรงงาน โดยสถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน (องค์การมหาชน) หรือ สสปท.ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 มิถุนายน - 2 กรกฎาคม 2565 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี มีวัตถุประสงค์เพื่อให้นายจ้าง ลูกจ้าง ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน ตระหนักถึงความสำคัญในเรื่องความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ภายใต้แนวคิด “ร่วมสร้างวัฒนธรรมไทยเชิงป้องกัน สู่ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และความผาสุกที่ยั่งยืน

โดยกิจกรรมภายในงานประกอบด้วยพิธีมอบรางวัลแก่สถานประกอบกิจการที่ไม่มีอุบัติเหตุจนเป็นเหตุให้ลูกจ้างต้องหยุดงาน และมีการบริหารจัดการด้านความปลอดภัยฯ อย่างเป็นระบบ มีการสัมมนาวิชาการ ในรูปแบบ On Site และ Online การแสดงนิทรรศการและการสาธิตด้านความปลอดภัยในการทำงาน รวมทั้งกิจกรรมการประกวดและสาระบันเทิงด้านความปลอดภัยในการทำงาน เพื่อให้กลุ่มบุคคล และองค์กรที่เกี่ยวข้อง ได้มีโอกาสในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ทางวิชาการ พัฒนาแนวคิดและวิธีการแก้ไขปัญหาเพื่อการสร้างวัฒนธรรมไทยเชิงป้องกัน สู่ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และความผาสุกที่ยั่งยืน โดยในปีนี้จะดำเนินการขับเคลื่อนค่านิยมร่วมความปลอดภัย 3 ด้าน คือ การมีสติรู้ตัว วินัยถูกต้อง เอื้ออาทรใส่ใจ อย่างจริงจังและต่อเนื่อง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'บิ๊กตู่' ถกเตรียมประชุมเอเปก วางกรอบ 'เรียบร้อย ราบรื่น สมเกียรติ'

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการระดับชาติเพื่อเตรียมการจัดการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปกและการประชุมที่เกี่ยวข้อง

'พีระพันธุ์' ลั่นพร้อมนั่งเก้าอี้นายกฯ นำ 'รทสช.' ชูแก้ 3 เรื่องเร่งด่วน

'พีระพันธุ์' พร้อมทำหน้าที่ผู้นำประเทศ ขอ ปชช. ให้โอกาสเลือก 'รวมไทยสร้างชาติ' ยัน รทสช. ตั้งขึ้นมาเป็นพรรคหลัก ชู 3 เรื่องเร่งด่วน แก้ปากท้อง-ราคาน้ำมัน-ความเท่าเทียมการศึกษา

นายกฯ สั่งผู้ว่าฯ - ปภ. รับมือน้ำท่วม พร้อมช่วยประชาชน 24 ชม.

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ติดตามสถานการณ์และการบริหารจัดการน้ำของประเทศ โดยกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.)

'หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย' ถาม 8 ปี ท่านพอหรือยัง

“อุ๊งอิ๊ง”  มั่นใจเต็มกระเป๋าเพื่อไทยมีคำตอบแล้วเลือกตั้ง  เมินหลายพรรคแข่งลงพื้นที่ ยังอุบ โดดเป็นแคนดิเดตนายกฯ ถาม ‘บิ๊กตู่’ อยู่มา 8 ปี พอหรือยัง