
๑๑ พฤษภาคม ๒๕๖๙ บรรยากาศดูคึกคักดี
“นักโทษชายทักษิณ” ได้ออกจากคุก แต่ยังไม่พ้นโทษ
คือ...ได้พักโทษ และสวมกำไล EM
วานนี้ (๑๐ พฤษภาคม) "อุ๊งอิ๊ง" โพสต์ข้อความว่า...
“...พรุ่งนี้กำลังจะมาถึง เป็นวันที่พวกเรารอมานาน นายกฯ ทักษิณจะได้กลับไปอยู่พร้อมหน้ากับครอบครัวอีกครั้ง...”
ดีใจแทนครับ จะได้กลับไปอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาในรอบ ๑๘ ปี
แต่ประเด็นมันอยู่ที่ลิ่วล้อครับ
ดูประหนึ่งว่า ยังคงมีความพยายามยกย่องและเชิดชู “นักโทษคดีคอร์รัปชัน” เป็นบุคคลสำคัญที่ประเทศไทยขาดไม่ได้
ที่จริงก็ไม่มีนัยอะไรสำคัญสักเท่าไหร่หรอกครับ เพียงแต่ในมวลหมู่คนแวดล้อมทักษิณ ยังอยากให้ “นายใหญ่” กลับมามีบทบาทอย่างเก่า
“เด็จพี่-พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์” อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความว่า...
--------------
“... เรื่อง '๑๑ พฤษภาคม วันที่สังคมจับตา' บางคนอาจมองว่านี่คือเพียงวันหนึ่งของอดีตนายกรัฐมนตรีคนหนึ่ง
แต่สำหรับคนจำนวนไม่น้อย… นี่คือวันที่ทำให้สังคมหันกลับมาตั้งคำถามถึงอนาคตของประเทศ ในวันที่เศรษฐกิจยังหนัก ค่าครองชีพบีบคั้น น้ำมันแพง ค่าไฟสูง ชีวิตคนตัวเล็กต้องสู้หนักขึ้นทุกวัน
จึงไม่ใช่เรื่องแปลก… หากชื่อของ ดร.ทักษิณ ชินวัตร ยังคงถูกพูดถึงอยู่เสมอ
ไม่ใช่เพราะสังคมยึดติดกับอดีต
แต่เพราะทุกครั้งที่ประเทศเผชิญโจทย์เศรษฐกิจหนัก ผู้คนมักย้อนนึกถึงช่วงเวลาที่นโยบายของรัฐเคยทำให้ชีวิตประชาชนเบาขึ้นจริง
ภาพนี้จึงไม่ใช่เพียงภาพถ่าย แต่มันคือ 'ภาพสะท้อนทางการเมือง' ของความทรงจำที่ยังอยู่ในใจผู้คน
และความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้คือ…แม้เวลาจะผ่านไป แต่ชื่อของ ดร.ทักษิณ ชินวัตร ยังคงอยู่ในบทสนทนาของสังคมเสมอ
เพราะสุดท้ายแล้ว…
บางชื่ออยู่ในตำแหน่งเพียงชั่วคราว
แต่บางชื่อ…อยู่ในบทสนทนาของประเทศเสมอ เพราะประชาชนอาจลืมคำพูดทางการเมืองมากมาย แต่ไม่เคยลืมวันที่ชีวิตของตัวเองเคยดีขึ้น...”
------------
ครับ...คิดในแง่บวก "นักโทษชายทักษิณ" อาจไม่ประสงค์ที่จะเกี่ยวข้องกับการเมืองอีกแล้ว เพราะรู้ซึ้งว่าไม่ใช่สนามของตัวเองอีกแล้ว
แต่บริวารยังไม่ยอม
เพราะเชื่อว่าชื่อ “ทักษิณ” ยังขายได้
ยังเชื่อว่า “ทักษิณ” คือผู้กอบกู้ประเทศ!
นี่คือวิธีคิดที่ล้าหลัง
โลกวันนี้หมุนไปเร็วเกินกว่าที่คนแบบทักษิณจะตามทันแล้ว
การแสดงวิสัยทัศน์ล่าสุด “ทักษิณ” ช่วงปลายรัฐบาลแพทองธาร ยังติดอยู่กับกรอบความคิดเดิมๆ และความสำเร็จในอดีต
ไม่ได้มีอะไรใหม่ในแง่ “การก้าวข้ามผ่านยุค”
โลกกำลังอยู่ในช่วงการเปลี่ยนผ่านที่สำคัญ
กำลังเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ในรอบเกือบ ๘๐ ปี
ตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ ๒ วันนี้สงครามตะวันออกกลางกำลังจะเปลี่ยนภูมิรัฐศาสตร์โลกไปอย่างถาวร บวกกับการก้าวสู่ยุค AI กรอบความคิดการพัฒนาประเทศเดิมๆ แทบจะใช้ไม่ได้อีกแล้ว
ที่จริงไม่เฉพาะ “นักโทษชายทักษิณ” นักการเมืองส่วนใหญ่ แทบปรับตัวไม่ทันด้วยซ้ำ
แม้กระทั่งรัฐบาลอนุทินเองก็มิได้ส่งสัญญาณออกมาชัดเจนว่า จะนำพาประเทศไทยก้าวสู่ยุคใหม่ได้อย่างไร
หากเทียบกับ นายกรัฐมนตรีสิงโปร์ ลอว์เรนซ์ หว่อง แล้ว ความชัดเจนยังต่างกันพอสมควร
การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นแค่เรื่องใดเรื่องหนึ่งครับ
แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงที่สั่นคลอนทุกมิติ
โครงสร้างเศรษฐกิจโลกกำลังถูกเขย่าอย่างรุนแรงจากชาติมหาอำนาจ
การเมืองระหว่างประเทศจะยังเปลี่ยนโฉมมากกว่านี้
ยุคมหาอำนาจเดียวได้สิ้นสุดลงแล้ว
ความเสื่อมถอยของสหรัฐฯ ทำให้โลกก้าวเข้าสู่ยุคมหาอำนาจหลายขั้ว
จีนที่กำลังก้าวขึ้นมาเทียบชั้นสหรัฐฯ ในทุกด้าน จะเกิดแรงเขย่าอย่างรุนแรงทั้งในด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง ที่ประเทศทั่วโลกรวมทั้งไทยต้องแบกรับ
และเมื่อ AI เข้ามามีบทบาทในการเปลี่ยนโลก ใครเป็นเจ้าของนวัตกรรมคือผู้ได้เปรียบ
นับจากนี้ไปไม่กี่ปี คนไทยจะเข้าใจความสำคัญของ AI มากขึ้น
ใครที่คิดว่าอยู่ตามท้องไร่ท้องนา ไม่จำเป็นต้องพึ่งพา AI ก็คงเป็นความคิดเดียวกับในอดีตที่ว่า อยู่ตามท้องไร่ท้องนาไม่เห็นจำเป็นต้องใช้โทรศัพท์มือถือ
วันนี้เรายังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนจากรัฐบาลว่า เราจะก้าวสู่ยุค AI โดยที่ไทยเป็น เจ้าของนวัตกรรมแทนที่จะเป็นลูกค้าได้อย่างไร
ที่สำคัญเราเตรียมสร้างคนมารองรับความเป็นโลกยุคใหม่แล้วหรือยัง
หรือยังคงเน้นสร้างคนป้อนโรงงานอุตสาหกรรมหนักอยู่เหมือนเดิม
แน่นอนครับยุคแห่งการเปลี่ยนผ่านนี้เต็มไปด้วยความวุ่นวาย และความขัดแย้ง ความเอารัดเอาเปรียบ แต่ขณะเดียวกันก็เป็นโอกาสสำคัญของการสร้างเทคโนโลยีใหม่ๆ
เพราะวิทยาการในโลกนี้เริ่มจะทันกัน
อยู่ที่ใครทุ่มเทมากกว่ากัน
เวียดนามปรับตัวเข้าสู่ยุค AI เปิดรับการลงทุนในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ได้เร็วและมากกว่าไทยเพราะอะไร คำตอบก็คงรู้กันอยู่แล้ว แต่ทำไมไทยถึงยังช้า
การปรับโครงสร้างอำนาจโลก การจัดระเบียบโลกใหม่ ล้วนต้องการผู้นำที่มีวิสัยทัศน์มานำพา
สเปกผู้นำประเทศยุคใหม่จึงต่างไปจากผู้นำยุคก่อนแทบจะสิ้นเชิง
การออกจากคุกของ “นักโทษชายทักษิณ” ควรปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติของผู้สูงอายุคนหนึ่ง ที่ได้รับโอกาสอีกครั้ง หลังผิดพลาดทำเรื่องเลวร้ายต่อประเทศไทยคือการคอร์รัปชัน
อยู่บ้านมีความสุขกับหลานๆ
ทำหน้าที่ปู่ หน้าที่ตา ให้สมบูรณ์
หากอยากได้อำนาจครอบครองอีกครั้ง ก็ขอให้คิดทบทวนว่าทำไม คนระดับ อดีตนายกรัฐมนตรี ได้รับการพักโทษ ถึงยังต้องใส่ กำไล EM.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ขยี้ ๔ แสนล้าน
เรื่องเงินกู้ ๔ แสนล้าน ยังคงเป็นประเด็นร้อนที่พรรคฝ่ายค้านทั้งขยำและขยี้ เกรงรัฐบาลอนุทินจะทำให้ประเทศได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะหากเสียวินัยทางการคลัง เสียหายใหญ่หลวงแน่นอน
เพื่อนบ้านแซงไปหมดแล้ว!
แลนด์บริดจ์ ไม่ใช่ของใหม่ และไม่ใช่เฉพาะประเทศไทยเท่านั้นที่พยายามสร้างมันขึ้นมา ข้างบ้านเรา มาเลเซีย กำลังทำอยู่และใกล้เสร็จแล้ว จะเปิดใช้ในเร็วๆ นี้
อย่ากู้มาโกง!
มันเป็นแบบนี้นี่เอง... ไม่แปลกใจครับที่วันก่อน สวนดุสิตโพล ยกให้ "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" มีบทบาทในฐานะฝ่ายค้านโดดเด่น นำลิ่ว ชนิดที่ "หัวหน้าเท้ง" ผู้นำฝ่ายค้าน มองตาปริบๆ
ทำไมเราทำ ๒ อย่างไม่ได้
แลนด์บริดจ์ เป็นโจทย์ใหญ่ที่รัฐบาลต้องคิดให้รอบคอบว่า จะสร้าง หรือไม่สร้าง ด้วยเหตุผลอะไร
กุ๊ย
เห็นยังไม่เป็นข่าว ไม่มีการเผยแพร่ในวงกว้าง เลยเอามาฝากครับ มีเสวนาวิชาการ หัวข้อ "ปอกเปลือกจรรยามารยาทและความเป็นผู้ดีไทย" ตั้งแต่โน้นครับ...วันที่ ๒๔ เมษายน ที่ห้องประชุมริมน้ำ ชั้น ๑ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
ปัญหาของพรรคส้ม
ปัญหาใหญ่ของพรรคส้มคืออะไร รู้มั้ยครับ... ทัศนคติ! ถ้ายังไม่เปลี่ยนทัศนคติ ไม่ปรับมุมมอง คงยากที่จะโตไปกว่านี้ เผลอๆ ถอยหลังเข้าคลอง

