
กสม.ติดตามสถานการณ์การใช้กัญชา โดยเฉพาะเด็ก เยาวชน และหญิงตั้งครรภ์ จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนเพื่อวางแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาเชิงระบบ
04 ส.ค.2565 - คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) โดยนายวสันต์ ภัยหลีกลี้ และ น.ส.สุภัทรา นาคะผิว กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) แถลงว่า ตั้งแต่รัฐบาลมีนโยบายในการใช้กัญชาทางการแพทย์เมื่อปี 2562 และต่อมามีประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ระบุชื่อยาเสพติดให้โทษประเภท 5 พ.ศ. 2565 บังคับใช้เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2565 เป็นต้นมา ซึ่งมีผลควบคุมเฉพาะสารสกัดจากพืชกัญชา กัญชง ที่มีปริมาณสารเตตราไฮโดรแคนนาบินอล (THC ) น้ำหนักเกิน 0.2% เท่านั้น ที่ยังเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 ส่วนอื่นเป็นกัญชาถูกกฎหมาย อันถือเป็นการปลดล็อกกัญชาออกจากสารเสพติดนั้น กสม.ได้ติดตามสถานการณ์การใช้กัญชา โดยกำหนดเป็นประเด็นหนึ่งในสิทธิด้านสุขภาพที่ต้องเฝ้าระวังมาอย่างต่อเนื่อง และเคยมีข้อเสนอแนะไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้สร้างความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ประชาชนเกี่ยวกับการใช้กัญชาทางการแพทย์เพื่อลดผลกระทบต่อสุขภาพ รวมถึงสร้างความตระหนักรู้ถึงอันตรายต่อสุขภาพหากใช้กัญชาที่ไม่ผ่านการผลิตที่มีคุณภาพรวมทั้งใช้เกินขนาด
จากการติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์การใช้กัญชาของ กสม. พบว่า ภายหลังมีการปลดล็อกกัญชาออกจากการเป็นสารเสพติดและมีการนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่นนอกเหนือจากทางการแพทย์ ได้ปรากฏสถานการณ์และข้อห่วงกังวลจากภาคประชาสังคมและองค์กรด้านสาธารณสุขเกี่ยวกับผลกระทบด้านสุขภาพต่อประชาชนผู้ใช้กัญชาในปริมาณหรือรูปแบบที่ไม่เหมาะสม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กและเยาวชนที่มีโอกาสเสพติดกัญชามากกว่าผู้ใหญ่ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อพัฒนาการของสมอง ระดับสติปัญญา การเรียนรู้ และการยับยั้งชั่งใจ จนเกิดอาการทางจิตเวชได้ เช่นเดียวกับการใช้สารสกัดกัญชาในหญิงตั้งครรภ์และหญิงที่กำลังให้นมบุตรซึ่งเด็กในครรภ์หรือทารกอาจได้รับผลกระทบต่อพัฒนาการและความอยู่รอด นอกจากนี้การใช้กัญชาเพื่อการนันทนาการอย่างไม่เหมาะสมอาจส่งผลให้เกิดผลกระทบด้านความปลอดภัยในชีวิตและร่างกายจากอุบัติเหตุตามมา ซึ่งหลายภาคส่วนมีความห่วงใยว่าสถานการณ์ดังกล่าวอาจเป็นภัยคุกคามต่อระบบสาธารณสุขและสุขภาพของประชาชนทั้งในระยะสั้นและระยะยาว
กสม. เห็นว่า แม้การปลดล็อกให้ใช้กัญชาจะทำให้ประชาชนผู้บริโภคได้มีสิทธิเลือกวิธีการรักษาโรคเพิ่มมากขึ้น แต่การใช้กัญชาโดยที่ปัจจุบันยังไม่มีมาตรการเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจ ควบคุม กำกับ และเฝ้าระวังผลกระทบจากการนำกัญชาไปใช้อย่างเป็นระบบ ย่อมส่งผลกระทบต่อสิทธิในสุขภาพและสิทธิของผู้บริโภค ซึ่งเป็นหน้าที่ของรัฐที่จะต้องจัดให้มีกลไกที่มีประสิทธิภาพในการคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิของผู้บริโภคด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านการรับรู้ข้อมูลที่เป็นจริงอย่างรอบด้านอันเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภค ดังที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 61 บัญญัติรับรองไว้ นอกจากนี้หากพิจารณาในแง่ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อเด็กและเยาวชน รัฐจะต้องดำเนินมาตรการทั้งในทางนิติบัญญัติ บริหาร สังคม และทางการศึกษาเพื่อคุ้มครองเด็กและเยาวชนจากการใช้ยาเสพติดรวมทั้งสารที่มีพิษต่อจิตประสาทอื่น ๆ เพื่อให้สอดคล้องและเป็นไปตามหลักข้อ 33 อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กที่ไทยเป็นภาคีและมีพันธกรณีต้องปฏิบัติตามด้วย
ในการนี้ เพื่อให้ประชาชนผู้ใช้และบริโภคกัญชา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็ก เยาวชน หญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร ได้รับความคุ้มครองตามหลักสิทธิมนุษยชน กสม. จึงเห็นควรให้มีการประชุมรับฟังความคิดเห็นจากผู้แทนหน่วยงานด้านสาธารณสุขและการแพทย์ องค์กรด้านเด็ก ภาคประชาสังคม และนักวิชาการที่เกี่ยวข้อง เพื่อรวบรวมข้อคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะต่อสถานการณ์การใช้กัญชาและข้อพึงระวังผลกระทบต่อสุขภาพโดยเฉพาะอย่างยิ่งผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อเด็ก เยาวชน สตรีตั้งครรภ์ และกลุ่มบุคคลที่มีข้อจำกัดด้านสุขภาพ ตลอดจนมาตรการทางกฎหมายและการบังคับใช้กฎหมายเพื่อควบคุมมิให้การใช้กัญชาของประชาชนส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยในระหว่างที่ร่างพระราชบัญญัติกัญชา กัญชง พ.ศ. .... ยังไม่มีผลใช้บังคับ ทั้งนี้ การรับฟังความคิดเห็นดังกล่าวจะจัดขึ้นในวันที่ 5 ส.ค.2565 นี้ โดย กสม. จะรวบรวมข้อมูลและข้อคิดเห็นที่ได้จัดทำเป็นข้อเสนอแนะเสนอต่อรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กสม. แนะ กทม. ทบทวนโครงการพัฒนาริมแม่น้ำเจ้าพระยา หวั่นกระทบมรดกทางวัฒนธรรม
กสม. แนะ กทม. ทบทวนโครงการพัฒนาริมแม่น้ำเจ้าพระยาเขตบางพลัด จี้เปิดเผยข้อมูลและรับฟังความเห็นผู้ได้รับผลกระทบให้ครบถ้วน หลังประชาชนร้องเรียนไม่ทราบข้อมูล หวั่นกระทบมรดกทางวัฒนธรรม
ศาลสหรัฐฯ จะเริ่มพิจารณาคดีของ ‘มาดูโร’ ในเดือนมิถุนายน 2027
สหรัฐอเมริกาจะเริ่มการพิจารณาคดีของ นิโกลัส มาดูโร ในวันที่ 1 มิถุนายน 2027 ศาลรัฐบาลกลางในนิวยอร์กกำหนดวันดังกล่าวเมื่อวันพุธ ต่อหน้าอดีตประธานาธิบดีของเวเนซุเอลา มาดูโร วัย 63 ปี อาจต้องโทษจำคุกตลอดชีวิตในข้อหา “ก่อการร้ายยาเสพติด”
ทลายเครือข่ายค้ายาเสพติดผ่านเฟซบุ๊ก ยึดยาเค-คอลลาเจนเมาเพียบ
พ.ต.อ.วงศกร วันชัย ผกก.สืบสวน ภ.จว.ขอนแก่น พร้อมด้วย พ.ต.ท.ธนากร พาเบ้า สว.กก.สืบสวน ภ.จว.ขอนแก่น นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน กก.สส.ภ.จว.ขอนแก่น ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหาอายุ 18 ปี จำนวน 4 คน พร้อมยาเคหรือคีตามีนคอลลาเจน อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ เครื่องกระสุนปืน และโทรศัพท์มือถือ หลังสืบสวนพบพฤติการณ์ลักลอบจำหน่ายยา
ดีเอสไอ ยื่นขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน 2 ชาวลาว ลอบขนเฮโรอีนข้ามชาติพัวพันคดีแอร์สาว
ดีเอสไอ เตรียมรวบรวมหลักฐานสำคัญยื่นอัยการสูงสุด ขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน "สองพ่อลูกชาวลาว" คดีสั่งการขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ ใช้ริมฝั่งแม่น้ำโขงในไทย ลอบส่งพัสดุซุกเฮโรอีนจากลาว เตรียมส่งปลายทางออสเตรเลีย-ไต้หวัน หลังเร่งสอบปากคำพยานสำคัญ-ขยายผล
ทลาย 'ผับลับ' ย่านห้วยขวาง เปิด 24 ชม. เน้นให้เล่นยาเต็มกราฟ จับได้ 11 ราย
พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น.รับผิดชอบยาเสพติด นำกำลังสืบ บก.น.1 สน.ห้วยขวาง และ ป.ป.ส.กทม. เปิดปฏิบัติการทลาย “ผับลับอัพยา” นำหมายค้นศาลอาญาที่ ค.99/2569 ลงวันที่ 17 ก.ค. 69 เข้าตรวจสอบ อาคารพาณิชย์ 4 ชั้น ริมถนนประชาอุทิศ แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ จับกุมตัวผู้ต้องหา 11 ราย ตรวจยึดของกลาง
กสม.แนะกรมคุ้มครองสิทธิฯ เร่งเยียวยาครอบครัวผู้เสียหาย สงครามยาเสพติดปี 2546
กสม. ตรวจสอบกรณีเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำทรมานและบังคับให้สูญหายประชาชนในช่วงสงครามยาเสพติดเมื่อปี 2546 ชี้ 18 ชีวิตเชียงใหม่-เชียงรายถูกอุ้มหาย-ฆ่า แนะกรมคุ้มครองสิทธิฯ เร่งเยียวยาครอบครัวผู้เสียหาย ไม่ต้องรอผลคดีอาญา พร้อมสั่งตรวจ DNA ศพนิรนาม-รื้อบันทึกปฏิบัติการทหารตำรวจคืนความเป็นธรรมหลังผ่านไปกว่า 2 ทศวรรษ

