โวผลสำเร็จรัฐบาล ปรับปรุง กม.คุ้มครองพยานในคดีอาญา สร้างความเชื่อมั่น ปชช.

‘ทิพานัน’เผยผลสำเร็จรัฐบาลปรับปรุงกฎหมายคุ้มครองพยานในคดีอาญา สร้างความเชื่อมั่นกระบวนการยุติธรรมมีประสิทธิภาพ  ปลอดภัย ไม่เป็นภาระ หวังขจัดปัญหาจับแพะในคดีอาญาให้หมดไปจากประเทศไทย

29 ส.ค.2565-น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตามที่เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ประกาศใช้พระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2565  โดยให้มีผล เมื่อพ้นกำหนด 90 วัน นับแต่วันประกาศใน ราชกิจจานุเบกษา (28สิงหาคม2565)เป็นต้นไปนั้น เมื่อกฎหมายมีผลบังคับใช้จะส่งผลให้พยาน สามี ภริยา ผู้บุพการี ผู้สืบสันดานของพยาน หรือบุคคลอื่นที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับพยาน ซึ่งอยู่ในมาตรการคุ้มครองพยานตามกฎหมายมีความปลอดภัยในชีวิต ร่างกาย อนามัย เสรีภาพ ชื่อเสียง ทรัพย์สิน หรือได้รับสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใด รวมทั้งเพื่อให้การคุ้มครองพยานดำเนินการ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ถือเป็นผลสำเร็จจากนโยบายรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ได้ให้ความสำคัญกับภารกิจการคุ้มครองพยานในคดีอาญา สร้างความเชื่อมั่นต่อกระบวนการคุ้มครองพยานเพื่อให้ศาลได้ใช้ดุลพินิจในการพิจารณาคดีได้อย่างถูกต้องและเป็นธรรม ทั้งนี้กระทรวงยุติธรรมโดย นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม และประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ ได้เสนอร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองพยาน ที่ได้มีการปรับปรุงแก้ไข เพื่อให้มีมาตรการคุ้มครองพยาน ให้ได้รับความปลอดภัยอย่างมีประสิทธิภาพ การจ่ายค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายแก่พยานที่มาทำหน้าที่เป็นพยานในคดีอาญา สอดคล้องกับสภาพสังคมและเศรษฐกิจในปัจจุบัน เพื่อไม่เป็นภาระแก่พยาน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี และกระบวนการยุติธรรม ทำให้เกิดความเชื่อมั่นและกล้าที่จะเป็นพยานในคดีต่างๆ มากขึ้น

“การสร้างความเชื่อมั่นในกระบวนการคุ้มครองพยาน เป็นการป้องกันไม่ให้เกิดความผิดพลาด หรือบกพร่องในกระบวนการยุติธรรม  ซึ่งหวังว่าจะช่วยขจัดปัญหาจับแพะในคดีอาญา ที่ทำให้ผู้บริสุทธิ์ต้องสูญเสียอิสรภาพ กระทั่งสูญเสียชีวิตในประเทศไทยให้หมดไป”

ทั้งนี้  สาระสำคัญของ พระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2565  คือ กำหนดให้มีการคุ้มครองบุคคลที่จะมาเป็นพยานในคดีอาญาให้มีความหมายกว้างขึ้นและให้สอดคล้องกับประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา กำหนดให้มีการประเมินพฤติการณ์ความไม่ปลอดภัย ก่อนการอนุมัติขยายระยะเวลาการคุ้มครองและการสิ้นสุดการคุ้มครองพยาน เพิ่มเติมคดีความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้าย คดีความผิดเกี่ยวกับเพศ หรือคดีพรากเด็กและผู้เยาว์ ตามประมวลกฎหมายอาญาให้สามารถใช้มาตรการพิเศษในการคุ้มครองพยานได้ การจ่ายค่าเลี้ยงชีพให้แก่พยาน สามี ภริยา ผู้บุพการี หรือบุคคลอื่นที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดให้สอดคล้องกับระยะเวลาที่คุ้มครองจริง กำหนดหลักเกณฑ์และการจ่ายค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายแก่พยานที่เดินทางมาเป็นพยาน เป็นต้น

อนึ่ง กระทรวงยุติธรรม โดยกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ได้พยายามปรับปรุงแก้ไข พ.ร.บ.คุ้มครองพยานในคดีอาญาพ.ศ.2546 มาตั้งแต่ปี 2564 เนื่องจากที่ผ่านมา การบังคับใช้พ.ร.บ.คุ้มครองพยานในคดีอาญา พ.ศ. 2546 พบว่ามีบทบัญญัติบางมาตราไม่สอดคล้องกับการปฏิบัติงาน สภาพเศรษฐกิจ ภาระค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นกับพยาน รวมทั้งยังไม่มีบทบัญญัติที่ให้อำนาจการคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแสการกระทำความผิด บทบัญญัติเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของพนักงานเข้าหน้าที่ในการปฏิบัติงานตามพระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

จ่อคลอดปุ๋ยคนละครึ่ง! 'ศุภจี' ผนึก 'เอกชน' การันตีสถานการณ์ปุ๋ยคลี่คลาย

‘ศุภจี’ ผนึกเอกชน แจ้งสถานการณ์ปุ๋ยคลี่คลาย หลังเรือขนส่งที่ติดค้างเริ่มเดินทางได้ตามปกติ เดินหน้าเจรจาอิหร่าน-รัสเซียหนุนซัพพลายเต็มที่ มั่นใจทิศทางราคาตลาดโลกเริ่มปรับลดลงแล้ว ลุยมาตรการ ‘ปุ๋ยธงเขียว’ จ่อคลอด ‘ปุ๋ยคนละครึ่ง’ ช่วยลดภาระเกษตรกรไทย

'ปธ.หอการค้า' เชื่อไตรมาส 4 ไม่ชะงัก มั่นใจรัฐบาลมีมาตรการพยุง ศก.ไทย

'ประธานหอการค้า' มั่นใจรัฐบาลมีมาตรการพยุงเศรษฐกิจไทย แม้ผลวิเคราะห์ไตรมาส 4 ชะงัก รอผลยุติสงครามสหรัฐ-อิหร่าน

โชว์ปราบ 'พนันบอลโลก' ปิดกั้นเว็บพนันได้ถึง 1.38 หมื่น

รัฐบาล เดินหน้าปราบ 'พนันออนไลน์บอลโลก' เผย 18 วัน ปิดกั้นแล้วกว่า 1.3 หมื่นรายการ เตือนร้านค้า-ร้านอาหาร ถ่ายทอดสดโดยไม่ได้รับอนุญาต โทษจำคุก 4 ปี ปรับ 8 แสนบาท

'สส.ปชน.' หนุน รบ. ใช้เกณฑ์คุณภาพตัดสินประมูลงานมากกว่าราคาต่ำสุด แก้ผู้รับเหมาทิ้งงาน

'วิสุทธิ์' เห็นด้วย ใช้เกณฑ์คุณภาพร่วมตัดสินจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ แนะ ทำได้เลยไม่ต้องรอแก้กฎหมาย พร้อมออกหลักเกณฑ์ชัดเจนป้องกัน TH-AI Passport เวอร์ชั่นคอนกรีต

'ดร.นพดล' ข้องใจ TH-AI Passport ทำไมไม่ยกเลิกโครงการ จี้เปิดข้อมูล-วัดผลให้ปชช.ร่วมตรวจสอบ

โครงการ TH-AI Passport บางคนสนับสนุน บางคนยังไม่แน่ใจ บางคนมีข้อกังวล และบางคนตั้งคำถามอย่างจริงจังเกี่ยวกับความคุ้มค่า ความโปร่งใส และประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับ