ดุสิตโพลชี้ท่องเที่ยวฟื้นชู 'เชียงใหม่' เมืองที่คนไทยอยากเดินทางไปช่วงปีใหม่

30 ต.ค. 2565 – สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,148 คน (สำรวจทางออนไลน์) ระหว่างวันที่ 23-28 ตุลาคม 2565 พบว่า กลุ่มตัวอย่างคิดว่าสถานการณ์ท่องเที่ยวไทยในช่วงสิ้นปีนี้จะดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา ร้อยละ 79.88 จังหวัดที่น่าท่องเที่ยวมากที่สุดในช่วงสิ้นปี-ปีใหม่นี้ คือ เชียงใหม่ ร้อยละ 38.85 ส่วนใหญ่สนใจการท่องเที่ยวแบบเน้นการพักผ่อน พักโรงแรมที่สวยงาม สะดวกสบาย ร้อยละ 55.62 ปัจจัยที่จะทำให้ประชาชนเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศมากขึ้น คือ ค่าใช้จ่ายเหมาะสม คุ้มค่า ร้อยละ 71.65 ทั้งนี้รัฐบาลควรเร่งดำเนินการส่งเสริมการท่องเที่ยวด้วยการกำหนดให้เป็นวาระแห่งชาติ กระตุ้นการท่องเที่ยวทั้งในประเทศและจากต่างประเทศ ร้อยละ 60.16 ส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองหลักและเมืองรอง ร้อยละ 57.34 เมื่อถามว่ามีการวางแผนเดินทางท่องเที่ยวในช่วงปลายปีนี้หรือไม่ พบว่า ร้อยละ 54.01 ตอบว่ามีแผนเดินทางท่องเที่ยว โดยแบ่งเป็นการเที่ยวในประเทศ ร้อยละ 87.58 (คาดการณ์ ใช้จ่ายต่อทริปเฉลี่ยประมาณ 11,977 บาท) เที่ยวต่างประเทศ ร้อยละ 12.42 (คาดการณ์ใช้จ่ายต่อทริปเฉลี่ยประมาณ 75,900 บาท)

“การฟื้นประเทศด้วยท่องเที่ยว” เริ่มเห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้นจากสถานการณ์ท่องเที่ยวไทยที่เริ่มกลับมาครึกครื้น จะเห็นได้จากผลสำรวจที่ประชาชนมองว่าการท่องเที่ยวไทยในสิ้นปีนี้น่าจะดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา ยิ่งไปกว่านั้นกลุ่มตัวอย่างเกินครึ่งได้มีแผนเดินทางท่องเที่ยวไว้แล้ว โดยสนใจท่องเที่ยวเพื่อพักผ่อน เน้นความสะดวกสบายมากขึ้น หากภาครัฐมีการส่งเสริมเรื่องค่าใช้จ่าย โปรโมชั่น การเดินทางที่สะดวก มีเส้นทางท่องเที่ยวใหม่ ๆ ทั้งเมืองหลักและเมืองรองก็จะช่วยกระตุ้นการเดินทางในประเทศได้ ตรงใจประชาชน และทำให้ประชาชนกล้าที่จะใช้จ่ายมากขึ้น

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พิมพ์มาดา วิชาศิลป์ คณบดีโรงเรียนการท่องเที่ยวและบริการมหาวิทยาลัยสวนดุสิต ระบุว่า ผลจากการสนทนากลุ่ม (Focus Group) เรื่องคำตอบท่องเที่ยวไทยหลังโควิด-19 พบว่า สถานการณ์การท่องเที่ยวไทยในช่วงครึ่งปีหลังนี้ดีขึ้นกว่าครึ่งปีแรก โดยในไตรมาส 4 นี้จะมีการเดินทางท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้นทั้งจากนักท่องเที่ยวในประเทศและต่างประเทศ โดยทางสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยเห็นว่าคำตอบของท่องเที่ยวไทยหลังโควิด-19 ควรมาจากการออกแบบการท่องเที่ยวใหม่ หรือ Tourism Redesign โดยนำเสนอยุทธศาสตร์สมดุล 4 ประการเพื่อสร้างการท่องเที่ยวที่ยั่งยืนคือ 1) สมดุลเมืองหลักและเมืองรอง 2) สมดุลผู้ประกอบการรายย่อยและรายใหญ่ 3) สมดุลด้านการใช้ทรัพยากรการท่องเที่ยวทางธรรมชาติและที่มนุษย์สร้างขึ้น และ 4) สมดุลของแผนด้านการท่องเที่ยวระยะสั้นและระยะยาว

ทั้งนี้หลายภาคส่วนที่เข้าร่วมสนทนากลุ่มมีความคิดเห็นไปในทิศทางเดียวกันในประเด็นด้านอุปทานการท่องเที่ยวควรดำเนินการควบคู่ไปกับการส่งเสริมการตลาดสำหรับนักท่องเที่ยวในฝั่งอุปสงค์ โดยดำเนินการไปในทิศทางเดียวกันในทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจากต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน สิ่งสำคัญที่สุด คือ การนำเสนอคุณค่าและประสบการณ์การท่องเที่ยวไทยอย่างจริงแท้ ซื่อตรง เพื่อสร้างความประทับใจแก่นักท่องเที่ยวเพื่อให้กลับมาเยือนประเทศไทยอีกครั้ง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายกฯ ยินดีไทยจุดหมายปลายทางนักท่องเที่ยวจีน สั่งจนท.ดูแลทุกด้าน

‘บิ๊กตู่’ ยินดี ไทยเป็นจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวจีนอยากมา ขอบคุณหน่วยงานภาครัฐ-เอกชน ร่วมจัดแคมเปญกระตุ้นท่องเที่ยว พร้อมสั่งการอย่างรอบคอบรัดกุมทุกด้าน ตามมาตรการสาธารณสุข

นายกฯปลื้มภาคท่องเที่ยวของไทยฟื้นตัว

นายกฯ ยินดีภาคท่องเที่ยวของไทยฟื้นตัว หลัง Grab รายงานตัวเลขการใช้บริการของนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มมากขึ้นร้อยละ 45 และ สายการบิน กาตาร์ แอร์เวย์ส เตรียมเพิ่มเที่ยวบินตรงสู่ไทยในเดือน ก.พ. นี้

ฝนหลวงเริ่มบินปฏิบัติการบรรเทาผลกระทบไฟป่า ที่เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง

ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือฝนหลวงเริ่มบินปฏิบัติการบรรเทาผลกระทบไฟป่าวันแรกที่เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง มีฝนตกแล้ว

'ก้าวไกล' ดุดันประกาศปิดสวิตช์ 3ป. หากได้เป็นรัฐบาล ชูภายใน 100 วันจะทำ รธน. ฉบับใหม่

“พิธา” เปิดเวทีประตูท่าแพเชียงใหม่ แนะนำผู้สมัครลำพูน-แม่ฮ่องสอน-เชียงใหม่ ครบทุกเขต ยันแก้ปัญหาที่ต้นตอเป็นความเปลี่ยนแปลงที่ไว้ใจได้

'อธิบดีกรมคุมมลพิษ' ขึ้นเหนือจัดการฝุ่นควันไฟป่า รับปีนี้หนัก

นายปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ พร้อมคณะ มาประชุม เพื่อรับฟังแลกเปลี่ยนความคิดเห็นแนวทางการพัฒนาระบบการตัดสินใจในการจัดการไฟในที่โล่ง