
7 พ.ย.2565 - ที่รัฐสภา พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ร่วมประชุมวุฒิสภา เพื่อชี้แจงในกระทู้ถามเรื่องการควบคุมอาวุธปืน หลังจากพบการก่อเหตุอาชญากรรมร้ายแรงหลายกรณีด้วยอาวุธปืน ซึ่งตั้งถามโดยนายอำพล จินดาวัฒนะส.ว. ว่า มาตรการควบคุมอาวุธปืนนั้น ตามกฎหมายต้องทำเรื่องขอซื้อกับเจ้าหน้าที่นายทะเบียน ซึ่งจะถูกตรวจสอบคุณสมบัติผู้ครอบครองว่ามีความครบถ้วนหรือไม่ เช่น ไม่ต้องโทษจำคุกตามกฎหมายอาญา เป็นบุคคลบรรลุนิติภาวะ ไม่เป็นคนไร้ความสามารถ ไม่มีการประพฤติชั่วร้ายแรง
อย่างไรก็ดีตนมีแนวคิดที่จะปฏิบัติให้รัดกุมมากขึ้นหลังเกิดเหตุการณ์ร้ายแรง เช่น ต้องมีใบรับรองแพทย์ว่าไม่ใช่คนที่มีสติฟั่นเฟือน นอกจากนั้นอาจต้องมีการรับรองพฤติกรรมโดยบุคคล เช่น นายจ้าง, กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน, ผู้บังคับบัญชา และต้องมีการตรวจสอบเป็นระยะๆ เช่น 3-5 ปี เพราะคนที่ขออนุญาตซื้อและใช้อาวุธปืนนั้น นานวันอาจจะเปลี่ยนไป เพราะยุ่งเกี่ยวกับการพนัน ยาเสพติด อบายมุข ดื่มสุรา ขาดสติ ดังนั้นการขออนุญาตครั้งเดียวพิสูจน์ไม่ได้ จึงต้องมีการรับรองโดยบุคคล
พล.อ.อนุพงษ์ ชี้แจงด้วยว่า สถิติการก่อเหตุอาชญากรรมจากอาวุธปืนปี 65 พบว่าเป็นปืนที่ไม่จดทะเบียนถึง 98.53% ดังนั้นต้องเร่งแก้ปัญหาปืนเถื่อน อาทิ ปืนไทยประดิษฐ์ ปืนดัดแปลง ที่ถูกนำไปก่ออาชญากรรมมาก พุ่งเป้าการแก้ปัญหา ด้วยการนำปืนเถื่อนให้เข้าระบบ อาจจะออกกฎหมายให้นำมาคืน เหมือนที่เคยปฏิบัติ เช่น ให้นำมาคืนโดยไม่มีความผิด หากสามารถจดทะเบียนได้ จะอนุญาตให้ขึ้น ขณะเดียวกันต้องปรับปรุงบทลงโทษ ขณะที่การตรวจสอบการขายอาวุธปืนผ่านช่องทางออนไลน์นั้น ตามกฎหมายไม่สามารถทำได้ หากไม่มีใบอนุญาต เจ้าหน้าที่ตำรวจและกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม อยู่ระหว่างการดำเนินการ
“ถ้าไม่มีโทษที่แรงพอ คนจะไม่ให้ความสำคัญ ต้องแรงกว่านี้ ปัจจุบันมีโทษปรับ 2,000 - 20,000 บาท จำคุก 1-10ปี ดังนั้นต้องเพิ่มโทษให้แรงเพื่อให้เจ้าหน้าที่รัฐไม่กล้าเพราะเป็นคดีอาญาลงโทษรุนแรง ส่วนคนที่พกปืนไปในสถานที่ต่างๆ นั้น ตามกฎหมายต้องได้รับอนุญาต ซึ่งการจะให้ใบพกไปสถานที่ต่างๆ นั้นยากมาก และให้ปีต่อปี หากพกโดยไม่ได้รับอนุญาต ง่ายๆ คือ เจ้าหน้าที่รัฐต้องเข้มงวดดำเนินคดีตามกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นนักการเมือง ผมยืนยันได้ ข้าราชการทหาร ตำรวจ บุคคลถ้วนไป พกถ้วนหน้ากัน คำถามที่ว่าจะทำอย่างไรกับคนที่พกปืนไปโดยไม่ขออนุญาต เจ้าหน้าที่ต้องไปจับ ไปกุม แค่นั้นผมขอตอบง่าย” พล.อ.อนุพงษ์ กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นายกฯ สั่งศูนย์บริการประชาชน เปิดช่องทางรับแจ้งเบาะแส ร้องเรียน ปมสอบขรก.ท้องถิ่น
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ลงนามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 256/2569เรื่อง การอำนวยความสะดวกในการเสนอเรื่องร้องเรียนและแจ้งเบาะแส กร
ตั้งกก.สอบวินัยร้ายแรง 'ปลัดจังหวัดภูเก็ต' ถูกกล่าวหาเรียกรับเงินช่วยสอบท้องถิ่น
นายวิฑูรย์ สิรินุกุลรองอธิบดี รักษาราชการแทนอธิบดีกรมการปกครอง ปฏิบัติแทนปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้ลงนามคำสั่ง กรมการปกครอง ลงวันที่ 27 มิถุนายน 2569 แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรง นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ปลัดจังหวัดภูเก็ต
รมช.มหาดไทย ยันจับ 'ปลัดภูเก็ต' ไม่ใช่ปิดปากปมแชตไลน์หลุด 'ช่วยน้ำเงินด้วย'
นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีที่ตำรวจกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) เข้าจับกุมนายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ปลัดจังหวัดภูเก็ต ว่า เท่าที่ทราบเป็นเรื่องการรับส่วยสอบข้าราชการท้องถิ่น
'บิ๊กเต่า' นำเจ้าหน้าที่ตำรวจ-ปปป. เข้าตรวจหาหลักฐานบ้านปลัดจังหวัดภูเก็ต
พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ และ เจ้าหน้าที่ ปปป. ลงพื้นที่บริเวณ หมู่ 1 ต.ทุ่งหวัง อ.เมือง จ.สงขลา ซึ่งเป็นบ้านพักส่วนตัวของ นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ปลัดจังหวัดภูเก็ต เพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติม
'ปลัดภูเก็ต' รอดคุก ศาลอนุญาตให้ใช้ตำแหน่งประกันตัว สั่งห้ามยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน
กรณีการจับกุม นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ปลัดจังหวัดภูเก็ต ซึ่งถูกกล่าวหาว่าเป็นตัวกลางเรียกรับเงินเพื่อช่วยเหลือการสอบบรรจุเข้ารับราชการท้องถิ่น จนเกิดข้อสังเกตว่าคดีดังกล่าวอาจมีความเชื่อมโยงกับขบวนการทุจริตสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่นที่อยู่ระหว่างการสืบสวนของตำรวจหรือไม่
'จตุพร' เปิดศึกโกงสอบ ขรก.ท้องถิ่น ชี้ 'ถอนทุนคืน' ฝังลึกทั้งระบบ
“จตุพร พรหมพันธุ์” ออกโรงวิพากษ์กรณีทุจริตสอบเข้ารับราชการท้องถิ่น ระบุเป็นขบวนการ “ถอนทุนคืน” และสะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างของระบบสอบเข้า

