23 ก.พ.2566 - พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เผยแพร่ข้อความบนเฟซบุ๊ก "ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha" ระบุว่า พี่น้องประชาชนชาวไทยที่รักครับ การลงพื้นที่ภาคตะวันออกของประเทศ ณ จังหวัดจันทบุรีและระยองเมื่อวานนี้ (22 ก.พ.66) ผมมีความตั้งใจที่จะเร่งรัดการแก้ปัญหาของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ และติดตามความก้าวหน้าโครงการที่ได้อนุมัติให้ดำเนินการไป ได้แก่
1. การแก้ปัญหาการกัดเซาะพื้นที่ชายฝั่งทะเล บริเวณตำบลเกาะเปริด อำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี ระยะทางประมาณ 1.7 กิโลเมตร ซึ่งเปราะบางต่อการกัดเซาะเฉลี่ย 2.46 เมตรต่อปี โดยผมได้สั่งการให้เร่งบูรณาการทุกหน่วยงาน เพื่อแก้ปัญหาเร่งด่วนในจุดวิกฤตก่อนภายใน 3 เดือน สำหรับการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนนั้น ได้มีการออกแบบโครงการป้องกันชายฝั่งไว้แล้ว รัฐบาลจะได้นำเรื่องเข้าสู่คณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินการตามแผนต่อไป
2. การติดตามความคืบหน้าโครงการก่อสร้างอาคารจอดรถ 10 ชั้น เพื่ออำนวยความสะดวก แก่ผู้มาใช้บริการโรงพยาบาลพระปกเกล้า อำเภอเมืองจันทบุรี ซึ่งได้รับการร้องเรียนเรื่องที่จอดรถมีไม่เพียงพอ กระทบต่อประสิทธิภาพการให้บริการรักษาพยาบาล โดยเฉพาะผู้ป่วย-ผู้สูงอายุ-ผู้พิการ-เด็ก และผู้ป่วยฉุกเฉิน โดยรัฐบาลได้ให้การสนับสนุนงบประมาณผูกพัน ปี 2566-2567 ปัจจุบันอยู่ระหว่างก่อสร้าง
3. การแก้ปัญหาพื้นที่ทับซ้อน เขตอำเภอเมืองจันทบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ราชพัสดุ แต่ประชาชนได้อาศัยทำกินมาเป็นระยะเวลานาน โดยแนวทางแก้ปัญหาที่ผ่านมา รัฐบาลได้ผ่อนปรนให้ใช้ประโยชน์ ด้วยการให้เช่าในอัตราพิเศษ ปัจจุบันได้สิ้นสุดระยะเวลาผ่อนปรนแล้ว แต่ยังมีประชาชนบางส่วนที่ต้องการจะอยู่ต่อ ซึ่งผมก็เห็นใจ จึงได้สั่งการให้หาแนวทางที่เหมาะสม เพื่อยุติปัญหาให้ได้โดยเร็วตามกรอบของกฎหมาย
นอกจากนั้น ผมได้รับเกียรติให้เป็นประธานในพิธีเปิด "งานมหกรรมยางพาราและพืชเศรษฐกิจ EEC 2023" โดยได้รับทราบว่า มีการปรับตัวอย่างมากมายของเกษตรกร ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลก และนโยบายรัฐบาล เช่น ระบบเกษตรสุขภาพรักษ์สิ่งแวดล้อม โดย มีการนำนวัตกรรมการตรวจวัดคาร์บอนเครดิตมาใช้ในสวนยาง พร้อมก้าวสู่การซื้อขายคาร์บอนเครดิต สร้างรายได้เสริมให้แก่ชาวสวนยางอีกทางหนึ่งด้วย
สำหรับการส่งเสริมให้มีการผลิตและใช้ยางพาราในประเทศให้มากขึ้น รวมทั้งสร้างมูลค่าเพิ่มจากผลิตภัณฑ์ยางพารา แทนการส่งออกเป็นวัตถุดิบนั้น หนึ่งในมาตรการสำคัญ คือ รัฐบาลได้ผลักดันโครงการจัดตั้ง "ศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ" ภายในพื้นที่ EEC ที่จะมาตอบโจทย์นี้ ไม่เพียงแต่เรื่องการผลิตยางล้อ ทดสอบและรับรองคุณภาพได้เอง ไปจนถึงการส่งออกยางล้อจากยางพาราของไทยในเชิงอุตสาหกรรมเท่านั้น แต่ยังหมายรวมไปถึงการทดสอบยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ ซึ่งสอดรับกับนโยบายส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่จะผลักดันให้ประเทศไทยเป็นประเทศชั้นนำในภูมิภาคเรื่อง EV ในวันข้างหน้า โดยผมมั่นใจว่าการสร้างระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า (EV Ecosystem) เหล่านี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นให้อุตสาหกรรม EV - ยางล้อ - ชิ้นส่วนอะไหล่ - แบตเตอรี่ และที่เกี่ยวเนื่องกัน ได้เติมใหญ่ สร้างอาชีพใหม่ สร้างรายได้สูง เป็นความหวังใหม่ ให้กับคนไทยในอนาคตได้ครับ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ฝ่ายค้าน' ยื่น 'ปธ.สภาฯ' ส่งศาลรธน. วินิจฉัย ยับยั้งเงินกู้ 2 แสนล. ปรับโครงสร้างพลังงาน ขัดรธน.
'ฝ่ายค้าน' ยื่น 'ปธ.สภาฯ' ส่งเรื่องศาลรธน.วินิจฉัยยับยั้งเงินกู้ 2 แสนล้านเฉพาะปรับโครงสร้างพลังงาน เหตุ ขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 172 ไม่เข้าข่ายความจำเป็นเร่งด่วน ยัน เขียนคำร้องรอบคอบ ด้าน 'โสภณ' กั๊ก ส่งคำร้องก่อน 14 พ.ค.หรือไม่ บอกแค่จะยื่นให้เร็วที่สุด
'อนุทิน' ตอก 'กรณ์' หลังจวก พรก.กู้เงิน4 แสนล. ทำเสียวินัยการคลัง เย้ย 'ไหม' คนทำงานเป็นกับไม่เป็น
‘อนุทิน’ ตอบ’กรณ์’ หลังจวกพรก.กู้เงิน 4 แสนล้านทำเสียวินัยการคลัง บอก ฝ่ายค้านก็คิดอย่างนั้น ขอไม่เปรียบไทยเข้มแข็ง-ไทยช่วยไทย พร้อมรับฟังเหตุผล แต่อย่าเอาประสบการณ์มาข่ม ตอกกลับ’ศิริกัญญา’ แขวะเอกสาร 5 แผ่น เย้ยกลับคนทํางานเป็นกับไม่เป็น
ข่าวดี! 12 พ.ค. ออก 'Form TC ไทย-ชิลี' ดิจิทัลเต็มรูปแบบ
ดีเดย์ 12 พ.ค. รัฐบาลเปิดให้บริการออก Form TC ไทย-ชิลี ผ่านดิจิทัลเต็มรูปแบบ อำนวยความสะดวกให้ผู้ส่งออกขอหนังสือรับรอง ติดตามสถานะออนไลน์ได้ 24 ชั่วโมง
'รบ.' จ่อตั้งหน่วยงานภายใต้ สบน. คุมความเสี่ยงหนี้สาธารณะ ติดตามใช้เงิน พรก.กู้เงิน 4 แสนล.
รัฐบาล เตรียมตั้งหน่วยงานภายใต้ สบน. คุมความเสี่ยงหนี้สาธารณะ ติดตาม-ประเมินผลการใช้เงินตาม พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน
รัฐบาลจับตา 'ไวรัสฮันตา' คุมเข้มคัดกรอง ยันไทยไม่พบระบาด
รัฐบาลเฝ้าระวัง 'ไวรัสฮันตา' ใกล้ชิด ย้ำไทยยังไม่พบการระบาด พร้อมเพิ่มมาตรการคัดกรองและประเมินความเสี่ยงต่อเนื่อง
นักวิชาการ วิเคราะห์ 'พ.ร.ก.กู้เงิน4แสนล้าน' เมื่อนโยบายระยะยาวสวมรอยเหตุฉุกเฉิน
หากคดีนี้ไปถึงศาลรัฐธรรมนูญ คำวินิจฉัยที่ออกมาจะเป็น 'หมุดหมายสำคัญ' ที่กำหนดทิศทางว่า ในอนาคตรัฐบาลจะสามารถกู้เงินนอกระบบงบประมาณเพื่อทำนโยบายระยะยาวได้กว้างขวางเพียงใด

